Tungsten(Wolfram)
(W)
ทังสเตน (วุลแฟรม)

เลขอะตอม 74 เป็นธาตุที่ 3 ของหมู่ VI B ในตารางธาตุ จัดเป็นโลหะ
น้ำหนักอะตอม 183.35 amu
จุดหลอมเหลว 3410 ํc
จุดเดือด 5930 ํc
ความหนาแน่น 19.3 g/cc ที่ 20 ํc
เลขออกซิเดชันสามัญ +2, +4, +5, +6

การค้นพบ

ประมาณปี ค.ศ. 1574 Lazrus Ecker ได้บันทึกเกี่ยวกับแร่ของธาตุนี้ซึ่งในปัจจุบัน เรียกว่า wolframite (FeMn) WO4 แร่นี้เดิมเรียกว่า wolfram มาจากคำว่า "wolflike" หรือคล้ายหมาป่า ซึ่งท้าวความไปถึงธรรมชาติของการกินกลืนดีบุกโดยแร่นี้ ทำให้ผลผลิตของดีบุกที่ได้จากการรีดิวซ์ออกไซด์ ของดีบุกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (เพราะ wolframite ทำหน้าที่ขัดขวางปฏิกิริยารีดักชันของออกไซด์ของดีบุก)

แร่อีกแร่หนึ่งซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า scheelite (CaWO4) เดิมเรียกว่า tungsten จากคำสวีดิช "tung" หมายถึงหนักและ "sten" หมายถึงหิน

เป็นที่เชื่อกันว่า J.J. de Elhuyer และ F. de Elhuyer สองพี่น้องชาวสเปน สามารถสกัดโลหะทังสเตนได้ในราวปี ค.ศ. 1783 เขาทั้งสองยังได้แสดงให้เห็นว่าในแร่ wolframite นอกจากมีทังสเตนแล้ว ยังมีแมงกานีสและเหล็กเจือปนอยู่ด้วย

การใช้ประโยชน์

ทังสเตนใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมครั้งแรกในปี ค.ศ. 1908 โดยใช้ทำเป็น filament สำหรับหลอดไฟฟ้า เพราะจุดหลอมเหลวที่สูงมาก และความดันไอที่ต่ำมาก ทังสเตนยังคงใช้ทำ filament จนกระทั่งทุกวันนี้

ในปัจจุบันการใช้ประโยชน์หลักของทังสเตน (โดยน้ำหนัก) ได้แก่ ใช้ในรูปทังสเตนคาร์ไบด์ (WC และ WC2) ซึ่งใช้ทำเครื่องมือ (tools) โลหะเจือปนที่ใช้งาน ณ อุณหภูมิสูง คอนเทกไฟฟ้า (electrical contact) และในโครงการอวกาศ และอื่น ๆ

ความเป็นพิษ

ทังสเตนในรูปผงสามารถติดไฟฟ้า ระดับความทนได้ในผงทังสเตนในอากาศคื 5 mg/m3
ผู้เขียน : ดร.ชัยวัฒน์ เจนวาณิชย์
ที่มา : รวบรวมจาก หนังสือสารานุกรมธาตุ