Sodium
(Na)
โซเดียม

เลขอะตอม 11 เป็นธาตุที่ 2 ในหมู่ IA (ไม่รวม H) จัดเป็นโลหะและโลหะอัลคาไล
น้ำหนักอะตอม 22.9898 amu
จุดหลอมเหลว 97.83 ํc
จุดเดือด 882.9 ํc
ความหนาแน่น 0.9674 g/cc ที่ 25 ํc
เลขออกซิเดชันสามัญ +1

การค้นพบ

Sir Humphry Davy เป็นคนแรกที่สกัดธาตุโพแทสเซียมก่อนตามด้วยธาตุโซเดียมใน ปี ค.ศ. 1807 ขณะที่เขาศึกษาปฏิกิริยาการแยกสลายด้วยไฟฟ้าของโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ และโซเดียมไฮดรอกไซด์ตามลำดับ

ในปีถนัดมา (ปี ค.ศ. 1808) Gay-Lussac และ Thernard สามารถเตรียมโลหะโซเดียมได้โดยนำ โซเดียมไฮดรอกไซด์มารีดิวซ์ด้วยเหล็ก ณ อุณหภูมิสูง

ในปี ค.ศ. 1921 บริษัท du Pont ผลิตโซเดียมได้ในราคาถูกมาก โดยใช้ Downs cell สัญลักษณ์ของธาตุนี้มาจากคำลาติน Natrium

การใช้ประโยชน์

โซเดียมใช้ประโยชน์กว้างขวางมาก ที่สำคัญพอสรุปได้ดังนี้

1. ใช้ประโยชน์ในด้านอาศัยสมบัติทางกายภาพของโซเดียม เนื่องจากโลหะนี้เป็นตัวนำความร้อนและไฟฟ้าที่ดีมาก จึงใช้เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchange medium) เป็นตัวหล่อเย็นในปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นตัวนำไฟฟ้า (โลหะที่นำไฟฟ้าดีกว่าโซเดียมมีไม่กี่โลหะเท่านั้น ได้แก่ เงิน ทองแดง อะลูมินัมและทองคำ) หลอดไฟโซเดียมใช้เป็นตัวให้แสงสว่างบนทางหลวง เป็นต้น
2. ใช้ประโยชน์ในด้านอาศัยสมบัติทางเคมี โดยใช้เตรียมสารเคมีของโซเดียมมากมายก่ายกอง เช่น เตรียมโซเดียมเปอร์ออกไซด์ (Na2O2) ซึ่งใช้เป็นตัวฟอกสี โซเดียมไฮไดรด์ (NaH) เตรียมเตตระเมทิลเลด [(CH3)4Pb], เตตระเอทิลเลด [(C2H5)4Pb] ซึ่งใช้เติมใส่แก๊สโซลีนเพื่อเพิ่มเลขออกเทนของน้ำมันแก๊สโซลีน ใช้เป็นตัวรีดิวซ์และเป็นตัวเร่งในปฏิกิริยาหลายประเภท นอกจากนี้ยังใช้เตรียมสารอินทรีย์ของโซเดียมหลายสาร

ความเป็นพิษ

โซเดียมอิออน (Na+) จำเป็นสำหรับร่างกายจึงไม่เป็นพิษ แต่โซเดียมในรูปธาตุอิสระ เป็นพิษอย่างแรง กัดเนื้อเยื่อทำให้เกิดอาการคันและผี่นแดง ทำปฏิกิริยากับน้ำและออกซิเจนในอากาศอย่างรุนแรง ติดไฟง่าย โลหะโซเดียมจึงต้องเก็บรักษาไว้ในตัวกลางเฉื่อย เช่น ในน้ำมันเคโซซิน การใช้โลหะนี้ต้องใช้ความระมัดระวังสูง
ผู้เขียน : ดร.ชัยวัฒน์ เจนวาณิชย์
ที่มา : รวบรวมจาก หนังสือสารานุกรมธาตุ