Magnesium
(Mg)
แมกนีเซียม

เลขอะตอม 12 เป็นธาตุที่ 2 ของหมู่ IIA ในตารางธาตุ จัดเป็นโลหะและโลหะอัลคาไลน์เอิรท์
น้ำหนักอะตอม 24.312amu
จุดหลอมเหลว 650 ํc
จุดเดือด (โดยประมาณ) 1110 ํc
ความหนาแน่น 1.74 g/cc ที่ 20 ํc
เลขออกซิเดชันสามัญ +2

การค้นพบ

เป็นที่ยอมรับกันว่า Sir Humphry Davy เป็นผู้ค้นพบโลหะ Mg ในปี ค.ศ. 1808 เขาไม่ได้สกัดแมกนีเซียมออกมาในรูปของโลหะอิสระ แต่เขาเป็นคนแรกที่พบว่า magnesia เป็นออกไซด์ของโลหะใหม่ชนิดหนึ่ง ความพยายามเตรียม Mg ในรูปโลหะอิสระโดยวิธีแยกสลายด้วยไฟฟ้า (electrolysis) ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะผลิตผลที่ได้คืออะมัลกัมของแมกนีเซียม (Hg – Mg)
ในปี ค.ศ. 1828 A. Bussy นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสเป็นคนแรกที่เตรียมแมกนีเซียมในรูปธาตุอิสระได้ โดยการหลอม MgCl2 กับโลหะ K
ในปี ค.ศ. 1833 Faraday เตรียม Mg อิสระได้เช่นกันโดยนำ MgCl2มาแยกสลายด้วยไฟฟ้า การเตรียม Mg อิสระที่ใช้กันในปัจจุบันอาศัยหลักการของ Faraday ที่ใช้กันสมัยนั้น

การใช้ประโยชน์

แมกนีเซียมเป็นโลหะที่ใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง คือ
1. ใช้เตรียมน้ำยา Grignard
2. องค์ประกอบของพลุไฟและหัวไม้ขีดไฟ
3. ใช้ผลิตเซลล์สะสมไฟฟ้า (battery) ที่มีขนาดเล็กและเบาบางชนิด
4. ใช้เป็น cathodic protection
5. ใช้ในงานโครงสร้าง ซึ่งทั้งหมดใช้ในรูปของโลหะเจือ เช่น ทำกระชิ้นส่วนรถยนต์ กระเป๋า ภาชนะบรรจุของ เครื่องยนต์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

ความเป็นพิษ

ธาตุ Mg นอกจากจะไม่เป็นพิษต่อร่างกายยังเป็นธาตุที่ร่างกายเราต้องการด้วย เช่น การทำงานของเอนไซม์หลายชนิด คะตะไลส์โดย Mg คลอโรฟิลล์ของพืชมี Mg เป็นตัวหลักตัวหนึ่ง
ผู้เขียน : ดร.ชัยวัฒน์ เจนวาณิชย์
ที่มา : รวบรวมจาก หนังสือสารานุกรมธาตุ