Lithium
(Li)
ลิเทียม

เลขอะตอม 3 เป็นธาตุแรกของหมู่ IA (ไม่นับ H) ในตารางธาตุจัดเป็นโลหะ และโลหะอัลคาไล
น้ำหนักอะตอม 6.939 amu
จุดหลอมเหลว 179 ํc
จุดเดือด (โดยประมาณ) 1317 ํc
ความหนาแน่น (จากการคำนวณ) 0.534 g/cc ที่ 20 ํc
เลขออกซิเดชันสามัญ +1

การค้นพบ

ลิเทียมค้นพบโดย Arfvedson ในปี ค.ศ. 1877 ในแร่ etalite
ในปี ค.ศ. 1855 Bunsen และ Matthiessen สกัดธาตุอิสระของ Li ได้เป็นครั้งแรก

การใช้ประโยชน์

ถึงแม้ Li จะเป็นโลหะแต่ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้เป็นโลหะโครงสร้าง เพราะขาดสมบัติทางความร้อนและเป็นโลหะที่ว่องไวต่อปฏิกิริยาเกินไป แต่ Li ก็มีสมบัติทางเคมีและทางกายภาพพิเศษที่เอื้ออำนวยการใช้ประโยชน์ของโลหะนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้งานเฉพาะ ดังนี้
1. ใช้ทำโลหะเจือโดยผสมกับโลหะอื่น ๆ(สำหรับจุดประสงค์ข้างต้นอาจใช้โลหะเจือของ Ba กับ
2. เป็นรีเอเจนต์ (reagent) ในปฏิกิริยาเคมี เช่น ใช้เป็นตัวรีดิวซ์และตัวเดิมไฮโดรเจน (ในรูปของไฮไดรด์)
3. เป็นตัวขจัดแก๊ส (degasifier) และตัวช่วยทำให้โลหะเหลว เช่น ทองแดง เหล็กบริสุทธิ์ โดยใช้ร่วมกับ O 2 , S, N2 หรือ H2
4. ใช้เตรียมน้ำยา Grignard และเป็นตัวเร่งในบางปฏิกิริยา
5. ใช้ในอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์

ความเป็นพิษ

โลหะ Li เป็นพิษมากกว่าโลหะอัลคาไลอื่น ๆ แต่ความเป็นพิษก็ยังจัดอยู่เกณฑ์ต่ำ โลหะนี้เป็นธาตุที่ไม่จำเป็นสำหรับร่างกาย ความเป็นพิษจึงมีสาเหตุจากการที่โลหะนี้ (ในรูปของอิออน) เข้าไปทำให้ Na-K-Ca ในเซลล์ของร่างกายเสียสมดุลไป
ถึงแม้ Li จะว่องไวต่อปฏิกิริยาน้อยกว่าโลหะอัลคาไลอื่น ๆ แต่ก็ควรระมัดระวังเวลาใช้โลหะนี้ เพราะอาจติดไฟหรือระเบิดได้
ผู้เขียน : ดร.ชัยวัฒน์ เจนวาณิชย์
ที่มา : รวบรวมจาก หนังสือสารานุกรมธาตุ