Hydrogen
(H)
ไฮโดรเจน

เลขอะตอม 1 อาจจัดในหมู่ IA หรือหมู่ VIIA หรือไม่จัดกับหมู่ใดหมู่หนึ่งก็ได้ เป็นอโลหะ
น้ำหนักอะตอม 1.00797 amu
จุดหลอมเหลว ที่ 1 atm - 259.1 ํc
จุดเดือด ที่ 1 atm - 252.7 ํc
ความหนาแน่น (แก๊ส ที่ 0 ํc 1 atm) 0.899 g/l
เลขออกซิเดชันสามัญ + 1, - 1

การค้นพบ

นักวิทยาศาสตร์รู้จักแก๊สไฮโดรเจนมานานหลายร้อยปีแล้ว แต่ความรู้เกี่ยวกับแก๊สนี้ในสมัยนั้นมีน้อยมากและไม่แจ่มชัดนัก

ประมาณศตวรรษที่ 16 F.B. Paracelsus พบแก๊สชนิดหนึ่งเกิดขึ้นจากการละลายผงเหล็กในกรดซัลฟุริก ซึ่งเขาบันทึกไว้ว่าแก๊สนี้เป็นเสมือนอากาศที่พุ่งขึ้นมาราวกับสายลม

ต่อมานักวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ก็เตรียมแก๊สนี้ได้และให้รายละเอียดแตกต่างกัน แต่ก็มีสิ่งเหมือน กันสิ่งหนึ่ง คือ สามารถติดไฟได้ และไม่ช่วยในการเผาไหม้ ในปี ค.ศ. 1783 Priestley ผู้ค้นพบแก๊สออกซิเจนเรียกแก๊สนี้ว่า "อากาศที่ติดไฟได้" (inflammable air)

แต่ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ค้นพบสมบัติที่แท้จริงของไฮโดรเจน คือ Henry Cavendish (ปี ค.ศ. 1766) นักเคมีชาวอังกฤษ นอกจากนี้เขายังค้นพบวิธีเตรียมแก๊สนี้ได้หลายวิธี และได้ศึกษาจนทราบถึงองค์ประกอบที่แท้จริงของน้ำ

ในปี ค.ศ. 1783 Lavoisier ตั้งชื่อแก๊สนี้ว่า hydrogen หมายถึง ตัวทำให้เกิดน้ำ

การใช้ประโยชน์

เป็นแก๊สที่มีประโยชน์มากที่สุดแก๊สหนึ่ง

1. ใช้เตรียม NH3 และเมทานอลสังเคราะห์ (CH3OH)
2. ใช้ในอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน
3. ใช้เติมไฮโดรเจน (hydrogenation) ให้กับสารอินทรีย์ที่ไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันที่ไม่อิ่มตัว
4. ใช้เป็นตัวรีดิวซ์ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์ และในการถลุงโลหะ
5. ใช้เผาไหม้กับ O2 ให้เปลวไฟที่มีความร้อนสูงมาก
6. ใช้เตรียมกรด HCl และกรด HBr
7. ใช้ในกระบวนการเตรียมโลหะที่มีความบริสุทธิ์สูง

ความเป็นพิษ

ไม่ปรากฏเป็นพิษ แต่เป็นแก๊สที่ติดไฟง่ายและระเบิดง่ายเวลาใช้จึงควรระมัดระวังไม่ให้แก๊สนี้เข้าใกล้เปลวไฟ
ผู้เขียน : ดร.ชัยวัฒน์ เจนวาณิชย์
ที่มา : รวบรวมจาก หนังสือสารานุกรมธาตุ