Chlorine
(Cl)
คลอรีน

เลขอะตอม 17 เป็นธาตุในคาบที่ 3 ของหมู่ VIIA ในตารางธาตุ จัดเป็นอโลหะ
น้ำหนักอะตอม 35.453 amu
จุดหลอมเหลว - 100.98 ํc
จุดเดือด - 34.50 ํc
ความหนาแน่น แก๊ส 3.214 g/l ที่ 0 ํc และ 1 บรรยากาศ
เลขออกซิเดชันสามัญ - 1, + 1, + 3, + 4, + 5 และ + 7

คลอรีนมีสถานะเป็นแก๊ส ณ อุณหภูมิห้อง

การค้นพบ

ในปี ค.ศ. 1774 K.W. Scheele นักเคมีชาวสวีเดนเป็นคนแรกที่ค้นพบธาตุนี้จากการเผาของผสมของแมงกานีสไดออกไซด์ (MnO2) และไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl) และเขาได้สังเกตุเห็นสมบัติบางประการของผลิตผลใหม่ที่เขาค้นพบว่าละลายน้ำได้ดี สามารถฟอกสีสารอินทรีย์และว่องไวต่อโลหะหลายชนิดรวมทั้งทองคำ

ในปี ค.ศ. 1810 Sir Humphry F. Davy ได้นำการศึกษาสมบัติและสมบัติความเป็นธาตุของคลอรีน และได้ตั้งชื่อธาตุใหม่นี้ว่า "chlorine" จากคำกรีก "chloros" แปลว่า "เหลืองปนเขียว"

จากสมบัติการฟอกสีของคลอรีนธาตุนี้ทำไปใช้ประโยชน์และมีการผลิตในเชิงพาณิชย์ไม่นานนักหลังจากการค้นพบ การใช้ประโยชน์ในระบบแรกคือการใช้ฟอกเส้นใยอุตสาหกรรมเส้นใย

การใช้ประโยชน์

1. ใช้ฟอกสีในอุตสาหกรรม
2. ใช้ฆ่าเชื้อโรค เช่น ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา
3. ใช้เตรียมสารเคมีที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ เช่น CH2Cl2,ดีดีที, fluorocarbons, CHCl3, CCl4 ฯลฯ
4. ใช้ทางอ้อมในการเตรียมเคมีภัณฑ์ที่ไม่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ เช่น , tetraethyllead (Pb(CH2CH3)4) ฯลฯ
5. ใช้เตรียมสารอนินทรีย์หลายชนิด เช่น กรด HCl, AgCl ฯลฯ

ความเป็นพิษ

คลอรีนเป็นพิษอย่างแรงต่อร่างกาย มีกลิ่นฉุนกัดเยื่อจมูกทำให้แสบตา และ ผิวหนังคันผื่นแดง ระดับการทนได้ของคลอรีน คือ 1 ppm ของอากาศ การใช้คลอรีนจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง
ผู้เขียน : ดร.ชัยวัฒน์ เจนวาณิชย์
ที่มา : รวบรวมจาก หนังสือสารานุกรมธาตุ