การรู้เรื่องปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต

การทำเกษตรกรรมในปัจจุบันนี้ มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตและได้ผลิตผลที่มีคุณภ าพและได้ปริมาณมาก เช่นการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตพืชมาเร่งรากเร่งดอกและเร่งผล การใช้ยาปราบศัตรูพืช ตลอดจนการใช้ปุ๋ยเคมีมาเพิ่มผลผลิต ยิ่งใช้เทคโนโลยีมากเท่าใดการลงทุนทำเกษตรก็จะยิ่งมีต้นทุนสูงตามไปด้วย เนื่องจากเกษตรกรต้องซื้อเทคโนโลยีทุกอย่างมาใช้ ปัญหาที่ตามมาคือผลผลิตเมื่อจำหน่ายแล้วไม่คุ้มกับทุนและแรงงานที่ลงไป วิธีแก้ปัญหาอย่างหนึ่งคือ จะต้องซื้อด้วยเงินน้อยแต่ให้ได้คุณภาพเท่าเดิม เช่นการซื้อปุ๋ยเคมีมาใช้ ถ้าเกษตรกรรู้จักวิธีการคำนวณปุ๋ย จะทำให้สามารถเลือกซื้อปุ๋ยมาได้โดยได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพตามต้องการและสิ้นเปลืองเงินน้อยลง

ปุ๋ยเคมี ได้แก่ พวกแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งอาจได้มาจากดิน เช่น ปุ๋ยหินฟอสเฟต ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ หรือจากการสังเคราะห์ขึ้นมา เช่นปุ๋ยยูเรี ย แอมโมเนียมซัลเฟต ปุ๋ยเคมีมีทั้งปุ๋ยเดี่ยวคือมีธาตุอาหารหลักเพียงธาตุเดียว และปุ๋ยผสมซึ่งมีธาตุอาหารหลัก มากกว่า 1 ธาตุ อยู่ในปุ๋ย ข้อ ดีของการใช้ปุ๋ยเคมีคือมีธาตุอาหารที่พืชต้องการอยู่มากสามารถละลายเป็นประโยชน์ต่อพืชได้รวดเร็ว ใช้สะดวกและใ ช้เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแก่ความ ต้องการของพืช นอกจากนี้ยังหาซื้อได้ง่ายจึงมีผู้นิยมใช้ปุ๋ยเคมีกันอย่างกว้างขวาง

พืชแต่ละชนิดต้องการธาตุอาหารในปุ๋ยแตกต่างกัน และสภาพดินแต่ละแห่งจะมีธาตุอาหารพืชอยู่มากน้อยต่างกัน การใช้ปุ ๋ยจึงต้องพิจารณาถึงชนิดของพืชและดินที่จะใช้ปลูก การใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องและประหยัดมากที่สุดคือใช้ปุ๋ยเฉพาะเท่าที่จำเป็นจึงควรนำดินไปวิเคราะห์หาค่าธาตุอาหารว่ามีมากน้อยเพียงใด แล้วใส่ปุ๋ยเฉพาะธาตุที่ขาดแคลน ส่วนธาตุที่มี อยู่ในดินมากอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่ลงไปอีก เป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ และโดยทั่ว ๆ ไป ธาตุอาหารในดินมัก จะมีพอเพียง แต่จะมีธาตุ 3 ธาตุที่ดินเพาะปลูกอาจขาดแคลนได้ ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ธาตุ N,P,K จึงเป็นธาตุอาหารหลักที่พืชใช้มากจึงมักจะขาดแคลนอยู่เสมอ ในการใช้ปุ๋ยกับพืชต่าง ๆ จึงควรพิจารณา ปริมาณธาตุอาหารหลักที่ต้องใช้ต่อไร่เป็นเกณ ฑ์ ส่วนจะใช้ชนิดหรือสูตรใดสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม การเลือกใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องควรเลือกใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารราคาถูก เช่น ปุ๋ย แอมโมเนียมซัลเฟต (20% N) หมายถึงปุ๋ยนี้หนัก 100 กิโลกรัม มีธาตุ N ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชเพียง 20 กิโลกรัม ส่วนอีก 80 กิโลกรัมเป็นสารที่เติมลงไปให้ได้น้ำหนักตามสูตร เมื่อเทียบกับปุ๋ยยูเรีย (45% N) ซึ่งปุ๋ยหนัก 100 กิโลกรัม มีธาตุ N อยู่ 45 กิโลกรัม และเป็นสารที่เติมลงไปให้ได้น้ำหนักตาม สูตรอีก 55 กิโลกรัม แล้วคิดราคาธาตุอาหารในปุ๋ยต่อหน่วย น้ำหนักของธาตุอาหารในปุ๋ยนั้น เช่น ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต มีธาตุ N ร้อยละ 20 หนัก 100 ก ิโลกรัม ราคา 400 บาท เทียบกับ ปุ๋ยยูเรียมีธาตุ N ร้อยละ 45 หนัก 100 กิโลกรัม ราคา 720 บาท ปุ๋ยชนิดใดมีธาตุ N ราคาถูกกว่ากันเท่าใด

วิธีคิด

  • ไนโตรเจน 20 กิโลกรัมในปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตราคา 400 บาท
  • ไนโตรเจน 1 กิโลกรัมในปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตราคา = 400 * 20 = 20 บาท
  • ไนโตรเจน 45 กิโลกรัมในปุ๋ยยูเรีย ราคา = 720 บาท
  • ไนโตรเจน 1 กิโลกรัมในปุ๋ยยูเรีย ราคา = 720 * 45 = 16 บาท
  • ธาตุไนโตรเจนในปุ๋ยสูตรยูเรีย จะราคาถูกกว่าธาตุไนโตรเจน ในปุ๋ยสูตรแอมโมเนียม ซัลเฟต
  • ในทำนองเดียวกันถ้าในปุ๋ยสูตร 10-10-10 มีธาตุอาหาร (10+10+10) = 30 กิโลกรัม ราคา 600 บาท
  • ถ้าในปุ๋ยสูตร 10-10-10 มีธาตุอาหาร (10+10+10) = 1 กิโลกรัม 600*30 = 20 บาท
  • ปุ๋ยสูตร 15-15-15 มีธาตุอาหาร (15+15+15) = 45 กิโลกรัมราคา 810 บาท
  • ปุ๋ยสูตร 15-15-15 มีธาตุอาหาร (15+15+15) = 1 กิโลกรัม 810*45 = 18 บาท
  • เพราะฉะนั้น ธาตุอาหารในปุ๋ยสูตร 15-15-15 จะมีราคาถูกกว่าธาตุอาหารในปุ๋ยสูตร 10-10-10 กิโลกรัม = 20 - 18 = 2 บาท

เมื่อใช้ปุ๋ยสูตร 10-10-10 กับต้นมันสำปะหลังต้องใช้ปุ๋ยหนัก 100 กิโลกรัม จึงจะได้ธาตุอาหารหลักอย่างละ 10 กิโลกรัม เป็นเงินไร่ละ 600 บาท แต่ถ้าใช้ปุ๋ย 15-15-15 เพื่อให้ได้ธาตุอาหารหลักอย่างละ 10 กิโลกรัมเท่ากัน จะใช้เพียง 66 กิโลกรัม คิดเป็นเงินประมาณ 535 บาทต่อไร่ ในกรณีนี้การใช้ปุ๋ย 15-15-15 กับมันสำปะหลัง จะมีราคาถูกกว่าการใช้ ปุ๋ยสูตร 10-10-10 ไร่ละประมาณ (600-535) = 65 บาท ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิต ลงไปได้

โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ปุ๋ยที่มีสูตรสูง (มีธาตุอาหารในปุ๋ยรวมกันมาก) จะมีธาตุอาหารราคาถูกกว่าปุ๋ยที่มีสูตรต่ำ (มีธาตุอาหารใ นปุ๋ยรวมกันน้อย) นอกจากนี้ปุ๋ยมีสูตรสูงยังมีข้อดีหลายประการ เช่น ประหยัดค่าขนส่ง การเก็บรักษา ตลอดจนการนำไปใช้เพราะใช้เพียงจำนวนเล็กน้อยก็พอเพียงแก่ความต้องการของพืช การเลือกซื้อจึงควรพิจารณาราคาธาตุอาหารในปุ๋ยว่าชนิดใดราคา ถูกกว่ากัน และควรเลือกซื้อปุ๋ยให้เหมาะกับชนิดของพืชและ สภาพของดินที่ปลูก ปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของพืช จึงทำให้ปุ๋ยที่ใช้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดย กรองทอง ตรีอาภรณ์ "การคิดคำนวณปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต" วารสาร สสวท. ปีที่ 1 : ม.ค. - มี.ค. 2530 หน้า 26-30
โดย สมศักดิ์ เขียวสมุทร และสมชาย คมนศุภสวัสดิ์ "ความรู้เรื่องปุ๋ยและการเลือกซื้อปุ๋ยเคมี" วารสาร กสิกร ปีที่ 56 ฉบับที่ 3 หน้า 103-107, 2526