โรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส (Multiple Scleroisi)

มัลติเปิ้ล สเกลอโรซิสเป็นโรคเรื้อรังซึ่งเป็นสาเหตุให้เยื่อหุ้มประสาทในสมองและไขสันหลังเสื่อมลงทำให้ส่วนต่างๆ ของระบบประสาท แข็ง และเกิดแผลเป็นหรือรอยโรคขึ้นกับประสาทที่ถูกกระทบ สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แม้ว่าจะทราบว่าเกิดจากการข าดสารอาหาร, ความเครียดทางอารมณ์ และการติดเชื้อก็ตาม

จากการชันสูตรศพแสดงให้เห็นว่า มีการขาดเลซิธินจำนวนมากในสมองและปลอกหุ้มเซลล์ประสาท (myelin sheath) จำนวนเลซินธินเพียงเล็กน้อยที่พบก็มีความผิดปกติ เพราะแทนที่จะเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวกลับเป็นอิ่มตัว สารอาหารที่อาจจำเป็นต่อการเสริมสร้างเลซิธิน ได้แก ่ ไวตามินบี 6 โคลิน อินนอสซิตอล กรดไขมันจำเป็น และแมกนีเซียมโดยเฉพาะการขาดแมกนีเซี่ยมในคนปกติ จะมีผลทำให้กล้ามเนื้อกระตุก กล้ามเ นื้ออ่อนแอ และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งทั้งหมดเป็นลักษณะของผู้ป่วยโรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิ

สตรีมีครรภ์ที่ขาดกรดไลโนเลอิค จะทำให้ทารกในครรภ์เกิดภาวะขาดสารนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้สมองและไขสันหลังมีความรู้สึกไวต่อการทำลายเยื่อหุ้มเส้นใยประสาทเหล่านั้น ผลของการทำลายนี้อาจไม่ปรากฏจนกระทั่งเด็ก 15-16 ปี เมื่อสมองมีการพัฒนาเต็ม ที่แล้ว

การขาดไวตามิน ดี ที่สืบทอดทางกรรมพันธุ์ อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้ ไวตามินนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาระบบป ระสาท และเนื้อเยื่อประสาทที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเลวๆ อาจจะทำให้เนื้อเยื่อนั้นมีอายุสั้น ในการใช้แคลเซียมของร่างกายจำเป็น ต้องใช้ไวตามิน ดี ช่วยด้วย การป่วยเป็นโรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส เป็นเวลานานจะไม่ได้รับประโยชน์จากไวตามินนี้ อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่เริ่มป่วย ไวตามินนี้จะช่วยระงับอาการได้และทำให้ขั้นตอนของโรคช้าลงหรือหยุดลงได้ใน ที่สุด

มัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 ถึง 40 ปี โรคจะก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และอาจจะหายไปในบางช่วงแต่จะกลับ เป็นใหม่เป็นระยะๆ และมักจะรุนแรงกว่าเดิม อาการของโรคได้แก่ มีความผิดปกติของการมองเห็นและการพูด มีอาการวิงเวียน การขับถ่ ายอุจจาระ ปัสสาวะผิดปกติไป อ่อนเพลีย อัมพาต สูญเสียการทรงตัว และอารมณ์แปรปรวน

ดร.เฟรดเดริค เคล็นเนอร์ จากเมืองรีดสวิลล์ รัฐนอร์ธ์แคโรไลน่าใช้ไวตามินบี ทุกชนิดในปริมาณสูง และสารอาหารต่างๆ รวมทั้งเกลือแร่ กรดไขมันชนิดไ ม่อิ่มตัวและกรดอะมิโนในการรักษาโรคนี้

ไวตามิน บี 12 ใช้ในการเพิ่มความสามารถในการยืนและเดินของคนไข้โรคนี้บางคน

น้ำมันจากเมล็ดพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกคำฝอย ดอกทานตะวัน ข้าวโพด ถั่วเหลือง และพริมโรส (ทั้งหมดนี้มีกรดไลโนเลนิคอยู่มาก) เป็นแหล่งขอ งกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งมีความสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงสมองและไขสันหลังให้มีสุขภาพดีมีการรายงานว่า การรับประทานน้ำมันจากเมล็ดพืชวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ช่วยลดความรุนแรง และเพิ่มกำลังวังชาให้กับผู้ป่วยได้

การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำมันจากเมล็ดพืช ปลา ผัก ผลไม้ พืช ทั้งเมล็ด และการเสริมไวตามินและเกลือแร่ (เกลือแร่ควรเป็นชนิ ดออโรเทต) และจำกัดการรับประทานไขมันอิ่มตัว น้ำตาลทราย และอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิต จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยมาก หลีกเลี่ย งอาหารที่ผู้ป่วยมักจะแพ้ได้แก่ ข้าวสาลี การพักผ่อนให้เพียงพอและการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะขจัดความเหนื่อยอ่อน บรรเทาอาการท้องผูกได้โดยการดื่มน้ำบริสุทธิ์ให้มากเพียงพอ และรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีและมีกากใยมาก

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะขัดขวางการเปลี่ยนของกรดไขมันไม่อิ่มตัว เพิ่มจำนวนไขมันอิ่มตัวในเลือดทำลายไวตามิน บี หลายชนิดและทำให้อาการโรคเลวลงการสูบบุหรี่จะทำให้ผลจากการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม ่อิ่มตัวสูงไม่เกิดประโยชน์ ทำให้ระดับไวตามิน ซี ในร่างกายต่ำและทำให้อาการของโรคเลวลง

นักประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยโอเรกอน เฮลท์ไซแอนส์ เซ็นเตอร์ ในเมืองพอร์ทแลนด์ ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยโรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส ด้วย การใช้ไวตามินและเกลือแร่ในปริมาณสูงเป็นประจำทุกวันร่วมกับการควบคุมอาหารขจัดอาหารที่มีไขมันสูงและทดแทนด้วยอาหาร ที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวไม่ให้รับประทานอาหารจำพวกแป้งเค้กสำเร็จรูป เนยแข็ง อาหารที่ทำจากแป้ง และอาหารสำเร็จรูปอ ื่นๆ เพราะอาหารเหล่านี้มักจะมีส่วนประกอบของไขมันอิ่มตัวแฝงอยู่ หมอยังแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานขนมปังที่ทำจากเมล ็ดพืชทั้งเมล็ด และซีเรียล และให้รับประทานวีทเจอม หรือไวตามิน อี เพื่อช่วยไม่ให้กรดไขมันอิ่มตัวเกิดการรวมตัวกับออกซิเจนภายในร่างกายผลการสำรวจพบว่าผู้ที่ป่วยมีอาการของโรคน้อยลงมีกำลังมากขึ้น สามารถเดินได้นานขึ้น ทำให้ชีวิตมีความหวังมากขึ้นจากการ

ศึกษาต่อเนื่องกันมาในระยะ 20 ปี พบว่า ถ้าทำการรักษาในช่วงแรกซึ่งมักมีอาการ ของโรคเพียงเล็กน้อย จะทำให้อาการดีขึ้น 90 ถึง 95 เปอร์เซนต

สารอาหารที่ใช้ในการรักษามัลติเปิ้ล สเกลอโรซิ
สารอาหาร
ขนาด
ไวตามิน บี รวม
ไวตามิน บี 1 100 ม.ก.
ไวตามิน บี 2 150 ม.ก.
ไวตามิน บี 6 100 - 200 ม.ก.
ไวตามิน บี 12
โคลิน 700 - 1,400 ม.ก.
ไนอาซิน 100 ม.ก.
กรดแพนกามิ
กรดแพนโทเธ็นนิค 100 ม.ก.
ไวตามิน ซี เพิ่มขึ้นถึง 1,000 ม.ก.
ไวตามิน อี เพิ่มขึ้นถึง 1,800 ม.ก.
แคลเซี่ยม
ทองแดง
เหล็ก
แมกนีเซี่ยม
แมงกานีส
ซีเลเนี่ยม
สังกะสี
โปรตีน
กรดไขมันไม่อิ่มตัว 2 ช้อนโต๊ะ
เลซิธินชนิดเกล็ด อย่างน้อยวันละ 3 ช้อนโต๊ะ หรือ
น้ำมันพริมโรส 2 แค้ปซูล วันละ 3 ครั้ง

ศรันยา เจียจันทร์พงษ์ (แปลและเรียบเรียงจากเรื่อง Multiple Sclerosis : Nutrition Amance หน้า 183 - 184)
"โรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส" อาหาร&สุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 57 พ.ศ. 2538, 46-49 หน้า