ปอดและโรคปอด

ปอดเป็นอวัยวะที่สำคัญสำหรับการหายใจ หรือเรียกว่าเป็นศุนย์การหายใจ "ศูนย์หายใจ" จะอยู่ส่วนท้ายของสมอง (medulla oblongata) ซึ่งทำหน้าที่สั่งการให้กล้ามเนื้อซี่โครง และกระบังลมหดตัว ทรวงอกขยายตัว อากาศจะถูกดันจากภายนอกผ่านจมูก หลอดลม เข้าสู้ถุงลมในปอด ออกซิเจนในอากาศจะถูกถ่ายเข้าสู่เลือดที่ผนังของถุงลม ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ก็จะผ่านเลือดเข้ามาสู่อากาศในถุงลมเช่นกัน ที่เรียกว่าการหายใจเข้า อากาศจะดันให้ถุงลมพองเต็มที่ ศูนย์หายใจก็จะหยุดทำงาน กล้ามเนื้อซี่โครงและกระบีงลมหย่อนลง ทรวงอกจะยุบ บีบอากาศออกจากถุงลมสู่ภายนอก เรียกว่า การหายใจออก

โรคปอดจากการทำงาน เกิดจากการหายใจเอาฝุ่น ละออง ควัน ไอระเหย สารพิษ หรือเชื้อโรคผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจขณะทำงานในอาชีพบางอย่าง ทำให้เกิดอันตราย ต่อสุขภาพร่างกาย มีการสะสมหรือเป็นพิษ เกิดการแพ้ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ และเป็นโรคปอดชนิดต่างๆ ได้ ซึ่งพบได้บ่อยและมักมีความรุนแรงในกลุ่มผู้ทำงานที่เกี่ยวข้อง กับฝุ่นละออง ดังกล่าว
โรคนิวโมโคนิโอซีส (Pneumoconiosis)
เป็นกลุ่มอาการโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการหายใจเอาฝุ่นเล็กมากๆ ชนิดต่างๆ ที่ปะปน อยู่ในบรรยากาศ โดยเฉพาะในบริเวณทำงานเข้าไปสะสมในส่วนถุงลมปอด พังผืดหุ้มล้อมฝุ่น นั้น มีผลให้เนื้อปอดถูกทำลาย และสมรรถภาพการทำงานของปอดเสื่อมลงเรื่อยๆ จนเกิด อาการต่างๆ ของระบบทางเดินหายใจขึ้น ซึ่งเรามักเรียกชื่อโรคแตกต่างกันตามชนิดของฝุ่นที่ เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรค

ตัวอย่าง เช่น

ชนิดของฝุ่น ทำให้เกิดโรคปอด
ควอซ์ท ซิลิกา (ฝุ่นทราย) โรคซิลิโคซีส
หินปูน หินอ่อน ยิบซั่ม ใยแก้ว โรคหลอดลมอักเสบและถุงลมโป่งพอง
แอสเบสตอส หรือแร่ใยหิน โรคแอสเบสโตซีส มะเร็งเยื่อหุ้มปอด และหลอดลม
กราไฟท์ ตะกั่ว แมงกานีส โรคนิวโมโคนิโอซีส วัณโรค
เหล็ก (ฝุ่น/ฟูมออกไซด์ของเหล็ก) โรคซิเดอโรซีส (Siderosis)
เบอริเรียม (Beryllium) โรคเบอริลีโอซีส (Berylliosis)
อลูมิเนียม โรคอลูมิโนซีส (Aluminosis)
ฝุ่นฝ้าย ป่าน ปอ โรคปอดผุ่นฝ้าย (Byssionosis) หอบหืด
ฝุ่นแป้ง โรคปอดฝุ่นแป้ง (Talcosis) หอบหืด
ดิน หญ้า ฟางแห้ง เมล็ดข้าวที่มีเชื้อรา โรคปอดชาวนา (Famer's Lung disease)
ชานอ้อย โรคปอดชานอ้อย (Bagassosis)
ฝุ่นข้าว เมล็ดพืชที่มีเชื้อราและไร โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้
ฝุ่นไม้ โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  โรคปอดอักเสบจากภูมิแพ้ภายนอก

โรคซิลิโคซีส หรือโรคปอดฝุ่นทราย (Silicosis)

เป็นโรคปอดอักเสบจากการหายใจนำฝุ่นทราย (ซิลิก้า หรือซิลิกอนไดออกไซด์) เข้าไปสะสมในปอดจนเกิดการอักเสบหรือมีพังผืดขึ้นในปอด ซึ่งมักใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3-5 ปี บางคนแม้หลังจากเลิกเกี่ยวข้องกับฝุ่นซิลิก้ามาหลายปีแล้วก็อาจมีอาการป่วยขึ้นได้
ลักษณะงาน ที่เกิดฝุ่นซิลิก้า เช่น การโม่ บด ย่อย หิน/แร่ ต่างๆ งานก่อสร้างหรืองาน ที่เกี่ยวข้องกับ หิน ทราย ซิเมนต์ งานทำแก้ว เซรามิค ครก อิฐ ภาชนะดินเผา กระเบื้อง การ หล่อโลหะ การยิงทรายเพื่อผิวโลหะ การเจียรนัย เพชร พลอย ฯลฯ
อาการ หายใจสั้นๆ ไอแห้งๆ ไอเรื้อรัง หอบเหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก หลอดลมอักเสบ เรื้อรัง เมื่อโรครุนแรงจะพบเยื่อหุ้มปอดหนา หัวใจโต การหายใจล้มเหลว
โรคนี้เกิดได้ทั้งแบบเฉียบพลันภายใน 5 ปี หรือแบบเรื้อรังค่อยเป็นค่อยไป 20-40 ปี มักเป็นวัณโรคปอดได้ง่าย มีอาการรุนแรงและรักษาหายยากกว่าคนทั่วไป ตรวจสมรรถภาพ ปอดมีความจุปอดลดลง ภาพถ่ายรังสีปอดผิดปกติพบจุดทึบเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป
การรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ เพียงแต่รักษาตามอาการและลดอาการ แทรกซ้อน

โรคแอสเบสโตซีส หรือ โรคปอดจากแร่ใยหิน (Asbestosis)

เป็นโรคปอดอักเสบเรื้อรัง เกิดพังผืดในเนื้อปอด เนื่องจากการสัมผัสและหายใจเอาฝุ่น เส้นใยแอสเบสตอสหรือที่นิยมเรียกว่าแร่ในหินเข้าไป ซึ่งมักใช้เวลามากกว่า 10 ปี จึงจะแสดง อาการป่วยให้เห็น ในงานอุตสาหกรรมใช้แร่ใยหินเพื่อทำวัสดุทนความร้อนและสารเคมี
ลักษณะงาน ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้แก่ ผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับผ้าเบรค คลัตซ์ ฝ้า เพดาน กระเบื้องหลังคาที่กันความร้อน วัสดุ หรือฉนวนทนไฟทนความร้อน และท่อซีเมนต์ ใยหิน เป็นต้น
อาการ เหนื่อยง่าย ไอแห้งๆ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หอบ มีโรคแทรกซ้อนง่าย หัวใจผิดปกติ ป่วยเรื้อรังอยูนานจนเสียชีวิต ซึ่งยังไม่มีวิธีรักษาให้หายได้เช่นกัน
โรคบิสสิโนซีส หรือ โรคปอดฝุ่นฝ้าย (Byssinosis)
เป็นโรคของระบบทางเดินหายใจอักเสบเรื้อรัง เกิดจากการหายใจเอาฝุ่นใยของฝ้าย หรือป่าน ปอ เศษผงของพืช อาจมีเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียปนอยู่เข้าไปในปอด และไปกระตุ้นให้ หลอดลมหดตัว หรือทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ หรือแพ้ต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกได้ง่าย และไวกว่าคนปกติ
ลักษณะงาน พบมากในผู้ทำงานเกี่ยวกับสิ่งทอต่างๆ การปั่น ทอ เส้นด้าย ป่านปอ ลินิน เพื่อผลิดเชือก กระสอบ ผ้าชนิดต่างๆ เป็นต้น
อาการ แน่นหน้าอก ไอ หายใจไม่สะดวก หายใจสั้นๆ หรือมีเสียงวี๊ดๆ มักมีอาการใน วันแรกที่เริ่มกลับเข้าทำงาน หลังจากหยุดพักประจำสัปดาห์ และอาการจะดีขึ้นหรือหายไปใน วันต่อมา ซึ่งจะมีอาการเป็นๆ หายๆ เช่นนี้ต่อไปในวันแรกของสัปดาห์ที่กลับมาทำงาน
ระยะแรกๆ มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยคล้ายแพ้อากาศ ถ้าเป็นนานๆ มากกว่า 5 ปี จะมี อาการเกิดขึ้นทุกวันจนเรื้อรังและอาการจะรุนแรงมากขึ้น เหนื่อย แน่นหน้าอก หลอดลม อักเสบ เรื้อรัง เกิดโรคถุงลมโป่งพอง สมรรถภาพปอดผิดปกติ ที่สุดอาจมีการหายใจล้มเหลว ได้
การรักษา รักษาตามอาการ เช่น ให้ยาขยายหลอดลมเพื่อลดการอุดกั้นของหลอดลม เป็นต้น
การป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการหายใจเอาสารต้นเหตุพวกฝุ่นละอองดังกล่าว และ มีการใช้หน้ากากเพื่อป้องกันการรับสัมผัสฝุ่นเหล่านั้น

ตัวอย่างการดำเนินการเพื่อป้องกันและลดอัตราการเจ็บป่วย

1. ควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เพื่อจำกัดแหล่งเกิดฝุ่น
    - ใช้ระบบการผลิตแบบปิด ลดการรับสัมผัสฝุ่นอันตราย
    - วิธีการผลิตแบบเปียก ลดการฟุ้งกระจายฝุ่นลง
    - มีระบบระบายอากาศเฉพาะที่ การดูดฝุ่น การกรองอากาศ ลดปริมาณฝุ่นไม่ให้ฟุ้ง กระจาย
    - ตรวจสภาพสิ่งแวดล้อมการทำงาน เก็บตัวอย่างอากาศ ตรวจวิเคราะห์อยู่เสมอ
    - เปลี่ยนใช้วัตถุดิบที่มีอันตรายน้อย
    - แยกงานที่เป็นอันตรายออกจากคน
    - ควบคุมวัตถุดิบ กากของเสียอันตรายไม่ให้แพร่กระจายไปสู่ชุมชน

2. ด้านผู้ทำงาน
ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานและระหว่างทำงานเป็นระยะๆ โดยตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจสมรรถภาพปอด เอ็กซเรย์ปอด (ฟิล์มมาตรฐาน) ปีละครั้ง เป็นต้น เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น รีบปรึกษาแพทย์และบอกถึงสภาพงานที่สัมผัสฝุ่นด้วย

3. ส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ให้รู้ถึงอันตราย ทางเข้าสู่ร่างกาย การป้องกันวิธีใช้อุปกรณ์ป้องกันฝุ่น ไม่รับประทานอาหารหรือสูบบุหรี่ระหว่างทำงาน อาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเลิกงาน เป็นต้น

4. ด้านบริหารบุคลากร เช่น การหมุนเวียนคนสลับหน้าที่ การจัดระบบเวลาทำงานกะ งานล่วงเวลาไม่ให้รับฝุ่นอันตรายเพิ่มขึ้น เป็นต้น


จากเอกสารแผ่นพับของ ฝ่ายอาชีวอนามัย กองอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กทม. ฝออ.กอว. 1/2539