ปัญหาก่อนเลือดจะมา ลมจะไป

ประวัติศาสตร์ได้เคยบันทึกว่าสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ ทรงพิโรธโกรธแค้นพระสวามีของพระองค์ คือ เจ้าชายอัลเบิร์ตอย่างน้อยเดือนละครั้ง และทุกครั้งที่พระนางทรงมีพระอาการ พระนางจะทรงขว้างปาพระสวามีด้วยสรรพสิ่งต่างๆ เท่าที่จะทรงหยิบได้ ฉวยได้ และถึงแม้ในบางครั้งเจ้าชายอัลเบิร์ตจะทรงพยายามโอภาปราศรัยด้วยมธุรสวาจาดีสักเพียงใดก็ตาม พระนางจะไม่ทรงฟัง และหากเจ้าชายประทับนิ่งเงียบ เจ้าชายก็จะทรงถูกกล่าวหาว่า ลบหลู่ดูหมิ่นในพระบรมเดชานุภาพ เป็นต้น วงการแพทย์เรียกพระอาการของสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรียมหาราชินีผู้นี้ว่า อาการก่อนประจำเดือนจะมา (premenstrual syndrome) หรือสั้นๆ ว่า PMS

K. Dalton เป็นแพทย์คนแรกของโลกที่ได้รู้จักอาการ PMS ในสตรีเมื่อประมาณ 40 ปีก่อนนี้แล้ว เธอเชื่อว่า สตรีใดก็ตามที่มีอาการ "ไข้" นี้ ในระดับรุนแรงชีวิตทำงานของเธอในช่วงนั้น จะหยุดชะงักทันที และก็เป็นไปได้ว่า เพื่อนบ้านเธออาจจะต้องจับเธอขังคุกหรือขังคอกเพื่อบรรเทาสถานการณ์ ส่วนสตรีใดที่มีอาการไข้นี้ในระดับเบาบาง เธอจะรู้สึกหงุดหงิด โกรธง่าย กระวนกระวาย เครียดจัด และนอนไม่หลับ เป็นต้น แต่พอประจำเดือนมา อารมณ์ทุกอย่างของเธอก็กลับสู่สภาวะปกต

สำหรับสมมติฐานที่ทำให้เกิดอาการ PMS ในหญิงนั้น บรรดานักวิชาการทั้งหลายยังตกลงกันไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านสงสัยว่า การมีฮอร์โมน estrogen และ progesterone ในปริมาณที่ไม่สมดุลในร่างกาย ทำให้สตรีมีอารมณ์ประเภทนี้ จึงเสนอแนะให้รักษาอาการ โดยให้ "คนไข้" กินฮอร์โมน progesterone แต่แพทย์อีกหลายท่านไม่คิดว่าฮอร์โมนเป็นสาเหตุสำคัญเพียงสาเหตุเดียว เพราะจาก 150 อาการที่ "คนไข้" แสดงออก แพทย์ต้องใช้วิธีรักษาถึง 327 วิธี

เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2539 สมาคมแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (America Psychiatric Association) ได้มีมติว่า คนที่มีอาการ PMS เป็นคนที่มีอาการป่วยทางจิตใจ ซึ่งจำเป็นจะต้องเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์

พจนานุกรม Diagnostic and Statistical Manual ซึ่งเป็นหนังสืออ้างอิงมาตรฐานของบรรดาจิตแพทย์ ในฉบับการพิมพ์ครั้งที่ 4 ของปีนี้ ได้เขียนไว้ว่า อาการ PMS เป็นลักษณะการเศร้าซึม ห่อเหี่ยวที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ สมาชิกสมาคมจิตแพทย์มีความเห็นว่า การมีมติความเห็นต่ออาการไข้นี้ลงไปชัดเจนเช่นนี้ จะบังคับให้มีการทุ่มเทศึกษา หาสาเหตุของไข้ และหาวิธีรักษายิ่งขึ้น

แต่นักกฎหมายหลายท่านแย้งว่า การสรุปอาการในความหมายที่เป็นลบจะกลายเป็นการให้อาวุธแก่บุรุษในการทำลายสตรี เวลาที่เธอต้องต่อสู้ในศาลเมื่อต้องการดูแลบุตร หรือธิดา เพราะศาลจะคิดไปว่า เธอจะมีความผิดปกติทางจิตใจทุกครั้ง ที่เธอมีประจำเดือน

พจนานุกรมฉบับ "ดังกล่าว" มิได้ระบุถึงสาเหตุการเกิดอาการ PMS แต่ปัจจุบันนี้ เราก็เชื่อกันว่า PMS มิได้เกิดจากสาเหตุทางร่างกายแต่เพียงประการเดียว สภาพแวดล้อมทั้งทางเศรษฐกิจวัฒนธรรม จิตวิทยา และสังคมรอบข้างของสตรีมีบทบาททำให้สตรีผู้นั้นมีอารมณ์ปรวนแปรได้มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้บอกว่าสตรีที่จิตใจถูกรบกวนอย่างรุนแรง มักจะเป็นคนที่ตกอยู่ในหุบเหวชีวิตที่ค่อนข้างลึกและมืด เธอเหล่านี้มีความทุกข์ และเธอต้องการช่วยเหลือ เธอจึงได้อาศัย PMS เป็นทางระบายออกของความอัดอั้นทางจิตใจ

รายงานการวิจัยยังได้กล่าวอีกว่า บุรุษทั้งหลายก็มีอารมณ์ที่ปรวนแปรได้เหมือนกัน เช่นมีอารมณ์ดีมากๆ ในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ แต่จะรู้สึกแย่มากๆ ในวันพุธ และเวลาศรีภริยามีประจำเดือน สามีก็มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แต่แพทย์มิได้คิดว่า อาการเช่นนี้เกี่ยวกับฮอร์โมนในร่างกายผู้ชายแต่อย่างใด กลับคิดว่าสาเหตุมาจากความเครียดโน่น

สรุปว่า PMS เป็นอาการที่แพทย์จะต้องศึกษาหาสาเหตุและหาวิธีรักษาต่อไป เพื่อสรุปให้ชัดลงไปว่า อาการนี้เป็นอาการที่จิตใจผิดปกติ หรือถูกปกติยังไง ก็ให้รู้ผล ก่อนที่พจนานุกรมฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5 นั้น จะออกในอีก 10 ปี ข้างหน้าครับ
โดย ดร.สุทัศน์ ยกส้าน สสวท.