ไวรัสโรคเอดส์มีกำเนิดมาจากไหน?

นักวิจัยชาวอเมริกันพบหลักฐานว่าไวรัสเอชไอวี-1 ที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์นั้นมีต้นกำเนิดมาจากลิงชิมแปนซี

โรคเอดส์เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่าฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเชียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus) หรือเรียกย่อๆ ว่าเอชไอวี (HIV) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์หลักดั้งเดิมได้แก่เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกากลาง สายพันธุ์เอชไอวี-2 (HIV-2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนั้นก็ยังมีสายพันธุ์ ย่อยอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ เนื่องจากเชื้อไวรัสเอดส์สามารถกลายพันธุ์ได้ง่าย จึงมีสายพันธุ์ย่อย ๆ เกิดขึ้นอยู่มากมาย

ไม่มีผู้ใดทราบว่าไวรัสโรคเอดส์นี้มาจากไหนและเริ่มแพร่ระบาดในมนุษย์ตั้งแต่เมื่อใด ได้แกต่สันนิษฐานกันว่าโรคเอดส์นี้น่าจะ มีต้นตอมาจากลิงในทวีปแอฟริกา ต่อมาจึงมีการติดเชื้อไวรัสจากลิงมาสู่คน และมีการวิวัฒนาการจนกลายเป็นสายพันธุ์ที่เป็นอันตราย ต่อมนุษย์

สาเหตุที่สันนิษฐานกันว่าไวรัสเอชไอวีต้นกำเนิดมาจากลิงนั้นเป็นเพราะว่าในลิงนั้นเป็นเพราะว่าในลิงก็มีโรคเอดส์เหมือนกัน แต่เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ในลิงนั้นไม่เหมือนกับเชื้อไวรัสที่เกิดโรคเอดส์ในคน นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์ ในลิงว่าไซเมียนอิมมิวโนเดฟีเชียนซีไวรัส (Simian Immunodeficiency Virus, simian แปลว่าลิง) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า เอสไอวี (SIV) แม้ไวรัสเอชไอวีกับเอสไอวีจะไม่ใช่ไวรัสตัวเดียวกัน แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่ ถือได้ว่าเป็นญาติกัน ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ จึงสันนิษฐานว่าไวรัสเอสไอวีกับเอชไอวีน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน กล่าวคือ ไวรัสเอสไอวีที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์ในลิงมีการกลายพันธุ์ จนกลายมาเป็นเอชไอวี และการติดต่อมาสู่มนุษย์นั้นน่าจะมีต้นตอมาจากทวีปแอฟริกา เพราะชาวแอฟริกาในบางท้องถิ่นนิยม รับประทานเนื้อลิง แต่การสันนิษฐานนี้หากจะสรุปให้ได้ว่าเป็นความจริงก็จำเป็นต้องมีหลักฐานมาสนับสนุน

เนื่องจากการกลายพันธุ์ของไวรัสจากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งนั้นจะต้องค่อย ๆ กลายพันธุ์ ซึ่งต้องใช้เวลานานเป็นปี ๆ ไม่ใช่ กลายพันธุ์อย่างปุบปับ ดังนั้นหลักฐานที่จะมาสนับสนุนว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีกลายพันธุ์มาจากเอสไอวีนั้นก็คือเชื้อไวรัสที่มีลักษณะทาง พันธุกรรมก้ำกึ่งกันระหว่างเชื้อเอสไอวีกับเอชไอวีนั่นเอง ดังนั้นตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามค้นหาเชื้อ ไวรัสที่มีลักษณะทางพันธุกรรมก้ำกึ่งกันดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นจริง

ในการประชุมทางวิชาการเรื่องเชื้อรีดทรไวรัสและโรคติดเชื้อแทรกซ้อนครั้งที่ 5 ที่จัดขึ้นในปี ค.ศ. 1988 นั้น ฟรังซัว ซีมง นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและคณะได้เสนอรายงานวิจัยเกี่ยวกับการตรวจพบเชื้อไวรัสโรคเอดส์สายพันธุ์ประหลาดที่พบในตัวสตรี ชาวแคเมอรูนรายหนึ่ง เอชไอวีสายพันธุ์ประหลาดที่ว่านี้มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างไวรัสเอดส์ในลิง (เอสไอวี) และในคน (เอชไอวี) ซึ่งงาน วิจัยนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าไวรัสเอชไอวีนั้นมีวิวัฒนาการมาจากเอสไอวี

และในการประชุมทางวิชาการเรื่องเชื้อรีโทรไวรัสและโรคติดเชื้อแทรกซ้อน ครั้งที่ 6 ที่เพิ่งจัดขึ้นในปีนี้ ดร. บีตทริซ ฮาห์น แห่งมหาวิทยาลัยของรัฐแอละแบมา (University of Alabama) ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้เสนอรายงานการวิจัยที่มีการพิสูจน์ได้ เป็นครั้งแรกว่าเชื้อเอชไอวี-1 นั้นมาจากชิมแปนซี

ดร. ฮาห์นได้แถลงในที่ประชุมว่าเธอและคณะได้นำตัวอย่างเลือดลิงชิมแปนซีตัวหนึ่งชื่อว่าแมริลีนซึ่งตายในปี ค.ศ. 1984 มา วิเคราะห์ แมริลีนลิงทดลองของศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไพรเมต (ไพรเมตคือชื่อกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูงตามวิธีการจำแนกสิ่งมีชีวิต ทางวิทยาศาตร์ ทั้งคนและลิงก็จัดอยู่ในกลุ่มไพรเมตนี้) ของกองทัพอากาศอเมริกัน แม้แมริลีนจะตายหลายปีแล้ว แต่ตัวอย่างเลือด เก็บอยู่ ผลการตรวจเลือดในสมัยนั้นไม่สามารถบอกอะไรได้เป็นเทคนิคการตรวจเลือดยุคนั้นยังไม่ก้าวหน้าทัดเทียมกับในปัจจุบัน จน ดร. ฮาร์นและคณะนำตัวอย่างเลือดนี้มาวิเคราะห์อีกครั้งจึงได้พบว่าในเลือดของแมริลีนไวรัสสายพันธุ์ประหลาดซึ่งมีลักษณะทาง พันธุกรรมก้ำกึ่งระหว่างเอสไอวี เอชไอวี-1 จึงได้ตั้งชื่อว่าเป็นไวรัสเอสไอวีซีพีซี (SIV cpz) ซึ่ง cpz นั้นก็หมายถึงลิงชิมแปนซีนั้นเอง

นอกจากนี้ ในหลายปีที่ผ่านมา ยังมีรายงานเกี่ยวกับการพบไวรัสที่มีลักษณะทางพันธุกรรมก้ำกึ่งระหว่างเอสไอวีกับเอชไอวี-1 จากตัวอย่างเลือดของลิงชิมแปนซีอีก 3 ครั้ง แต่ไวรัสที่พบทั้ง 3 ครั้งก่อนหน้านี้มีลักษณะทางพันธุกรรมโน้มเอียงมาทางเอชไอวี-1 มากกว่า ส่วนไวรัสเอสไอวีซีพีซีที่มาจากลิงชิมแปนซีชื่อแมริลีนนี้มีลักษณะโน้มเอียงไปทางเอสไอวีมากกว่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ ดร. ฮาห์นและคณะจึงสรุปว่าไวรัสโรคเอดส์เอชไอวี-1 นั้นมีต้นกำเนิดมาจากลิงชิมแปนซี โดยมีหลักฐานคือไวรัส ที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างเอสไอวีกับเอชไอวี-1 เป็นไวรัสกลางทางในสายของวิวัฒนาการ

ดร. ฮาห์นยังให้ความเห็นต่อไปอีกว่า จากธรรมชาติของชาวแอฟริกาที่อยู่ใกล้ชิดกับลิงชิมแปนซีเพราะรับประทานเนื้อของมัน เป็นอาหาร ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีนี้อยู่คู่กับมนุษย์มานานแล้ว คือพูดง่าย ๆ ว่ามนุษย์เป็นโรคเอดส์กันมานานแล้ว อาจเป็นร้อยปีแล้วก็ได้ (ซึ่งค้นกับข้อสันนิษฐาน มนุษย์เพิ่งเป็นโรคเอดส์เมื่อไม่เกิน 50 ปีมานี้เอง) แต่ไม่มีใครรู้ เพราะนิยมรับประทาน เนื้อลิงชิมแปนซีจะอยู่ในดินแดนแถบประเทศแคเมอรูน และอิเควทอเรียลกินี ซึ่งในสมัยก่อนแทบจะเป็นดินแดนปิด โรคเอส์จึงไม่ออก สู่โลกภายนอก ต่อมาเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการเคลื่อนย้ายประชากร โรคเอดส์จึงแพร่ระบาดออกจากดินแดนกาฬทวีปและ แพร่กระจายทั่วโลก แต่อย่างไรก็ดี ข้อสันนิษฐานนี้ยังรอการพิสูจน์อยู่

การที่เรารู้เชื้อเอชไอวี-1 มาจากลิงชิมแปนซีนั้นหลายคนคงคิดว่าความสำคัญอะไร เพราะรู้ไปก็เท่านั้น แต่ความจริงกลับไม่ใช่ ความรู้นี้นับว่ามีความสำคัญทีเดียว เพราะลิงมียีนที่คล้ายมนุษย์ถึงร้อยละ 98 ทีเดียว และเป็นเอดส์จากเชื้อเอชไอวี (แต่เป็นเอดส์จาก เชื้อเอสไอวี) ดังนั้นความสำคัญขึ้นอยู่ที่ว่าทำไมเชื้อเอชไอวีจึงไม่ทำให้ลิงเกิดโรค ถ้าเราไขความลับนี้ได้ เราก็จะมีอาวุธชนิดใหม่ในการ ต่อสู้กับโรคเอดส์ ซึ่งความรู้เหล่านี้จะได้มาก็จากการที่กลไกของระบบภูมิคุ้มกันในลิงและการวิวัฒนาการของเชื้อเอชไอวีจากลิงมา นั่นเอง

สำหรับเชื้อเอชไอวี-2 นั้น ขณะนี้เราทราบแล้วว่ามีต้นกำเนิดมาจากลิงชนิดหนึ่งที่เรียกว่าซูตทีแมงกาเบย์ (sooty mangabey)


จากคอลัมภ์รอบรู้ทันโลก เดลินิวส์