หูตึง

นักวิทยาศาสตร์วัดความเข้มเสียงเป็นเดซิเบล (decibel) คนปกติสามารถได้ยินเสียงที่ระดับความเข้ม 25 เดซิเบล คำพูดกระซิบเบาๆ ทำให้เกิดเสียงที่มีความเข้มประมาณ 35 เดซิเบล บุคคลใดที่มีความยากลำบากในการได้ยินเสียงที่มีความเข้มระดับนี้ เราถือว่าเขาผู้นั้นเป็นผู้มีความบกพร่องในการได้ยิน ตามปกติธรรมดาคนเราเวลามีอายุมากขึ้น มักจะมีปัญหาสุขภาพด้านหูกับแทบทุกคน สถิติที่ได้จากการสำรวจชี้บอกว่าในคนวัย 60 ปี จากคน 100 คน จะมีคนหูตึงประมาณ 25 คน เขาเหล่านี้ประสบความยุ่งยากในการสังสรรค์และสื่อสารกับสังคมรอบข้างและหากอาการหูตึงของเขารุนแรง ผลกระทบทางจิตใจที่ติดตามมาก็จะรุนแรงตามไปด้วย เพราะเขาจะรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง จากการที่ไม่ได้รับสัญญาณเสียงใดๆ เลย จนในที่สุดเขาจะแยกตัวตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

หูเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายที่นักวิทยาศาสตร์ยังมีความเข้าใจน้อย ความรู้พื้นฐานในการได้ยินของคนมีว่า เวลาคลื่นเสียงผ่านเข้าไปในหู แก้วหูจะสั่น จังหวะการสั่นขึ้นลงของแก้วหูจะถูกลำเลียงส่งต่อไปยังหูส่วนใน ภายในบริเวณหูส่วนในมีเซลล์ที่มีขนเป็นกระจุก เรียงรายอยู่ราว 30,000 เซลล์ เราเรียกเซลล์เหล่านี้ว่า เซลล์ขน (hair cell) เซลล์ขนทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งต่อไปยังสมอง จากนั้นสมองก็จะทำหน้าที่แปลความหมายสัญญาณที่ได้รับ ออกมาว่าเป็นเสียงพูดหรือเสียงดนตรี เป็นต้น

สาเหตุที่หูคนสูญเสียความสามารถในการได้ยินนั้น มี 2 ประการคือ

(1) การสูญเสียเนื่องจากมีสิ่งกีดขวาง เช่น ขี้หู หรือน้ำในช่องหู แพทย์สามารถแก้ไขอาการบกพร่องอันเกิดจากสาเหตุอันเกิดจากสาเหตุนี้ได้โดยการผ่าตัดหรือไม่ก็ใช้เครื่องช่วยฟัง และ

(2) การสูญเสียเนื่องจากประสาทหูเสื่อม

ในกรณีหลังนี้เครื่องเสียงสามารถเดินทางเข้าไปหูส่ว นในได้ แต่เซลล์ขนในหูส่วนในตายหรือหมดสมรรถภาพไปแล้ว ดังนั้นสัญญาณต่างๆ จึงไม่สามารถเดินทางไปถึงสมองได้ อาการหูตึงในผู้สูงอายุ 80% มักจะเกิดจากสาเหตุนี้

ทุกวันนี้ตำราแพทย์ได้กล่าวว่า เมื่อใดก็ตามที่เซลล์ขนในหูของคนตายไป คนๆ นั้นจะหมดหวังที่จะได้ยินเสียงอีก เพราะเซลล์ขนนั้นเวลาตายไป ร่างกายไม่สามารถสร้างเซลล์ขนขึ้นมาใหม่อีกได้

แต่ขณะนี้มีรายงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า เซลล์ขนในหูของสัตว์เลือดอุ่น เช่น ไก่ และนก เวลาที่ตายไปแล้ว ร่างกายของสัตว์เหล่านี้สามารถสร้างเซลล์ขนขึ้นใหม่ได้อีก J. Cornin แห่งมหาวิทยาลัย Virginia เชื่อว่า การค้นพบดังกล่าว เป็นการค้นพบที่สำคัญมาก เพราะหากเรารู้วิธีการที่สัตว์ใช้ในการสร้างเซลล์ ขน คนหูตึงทั้งหลายก็มีโอกาสจะได้ยินเสียงอีก เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2536 Cornin ได้พบว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เช่น หูตะเภา ก็มีความสามารถในการสร้างเซลล์ขนได้อีกเช่นกัน

คำถามที่เร่งด่วนและตรงประเด็น ก็คือ การค้นพบความสามารถในการสร้างเซลล์ขนของสัตว์นั้นเกี่ยวข้องกับความสามารถในการสร้างเซลล์ขนในหูของคนอย่างไร เพราะหูคนนั้นยุ่งยากและซับซ้อนยิ่งกว่าหูสัตว์หลายแสนเท่า

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า หมอจะมีวิธีรักษาคนหูตึง เพราะประสาทหูเสื่อม ให้หายเป็นปกติได้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าครับ
โดย ดร.สุทัศน์ ยกส้าน สสวท.