การผ่าตัดเปลี่ยนไต

ไตเป็นอวัยวะที่อยู่นอกช่องท้องด้านหลัง ทำหน้าที่ในการขับถ่ายของเสีย และสร้างฮอร์โมนหลายชนิดโดยเฉพาะฮอร์โมนที่กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง คนมีไตสองข้าง อย่างไรก็ตามพบว่าไตเพียงข้างเดียวก็เพียงพอในการทำหน้าที่ทั้งสองประการ ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายเป็นโรคที่ไตทั้งสองข้างเสื่อมหน้าที่ไป จึงจำเป็นต้องมีไตใหม่มาทดแทนโดยใช้ไตใหม่เพียงข้างเดียวก็พอ
โดยทั่วไปแล้วมักมีความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำว่า "การผ่าตัดเปลี่ยนไต" หลายท่านยังเข้าใจว่า หมายถึง การตัดไตเดิมของผู้ป่วยทิ้งไปและใส่ไตใหม่แทน โดยความจริงแล้วมิได้มีการตัดไตเดิม (ยกเว้นบางกรณี เช่น ไตมีการติดเชื้อ หรือเป็นกลุ่มโรคที่มีขนาดไตใหญ่มาก) ไตเดิมอยู่ด้านหลังของช่องท้อง ส่วนไตใหม่ใส่เข้าไปอยู่ที่ด้านหน้าของช่องท้อง

ในปัจจุบันจึงนิยมใช้คำว่า "การปลูกถ่ายไต" แทนคำว่า "การผ่าตัดเปลี่ยนไต" เนื่องจากให้ความหมายได้ถูกต้องมากกว่า

ข้อบ่งชี้ "การปลูกถ่ายไต" ได้แก่ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจากโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การอุดตันของระบบทางเดินปัสสาวะ ภาวะการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อไต ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจะมีอาการแสดงออกทางระบบต่าง ๆ อันเกิดจากการคั่งของเสีย และน้ำ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อาการทางสมอง เหนื่อย หอบ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นเหมือนปัสสาวะ ปริมาณปัสสาวะลดลง การตรวจเลือดพบค่าของเสียมีระดับสูงมาก ค่าความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงต่ำ หากผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้วก็มักจะมีชีวิตอยู่ต่อได้เพียงระยะเวลาอันสั้น

ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายเป็น 3 ประการใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางหน้าท้อง และการปลูกถ่ายไต วิธีการ 2 ประการแรกเป็นการรักษาเพื่อขจัดของเสีย และน้ำคั่งออกไปจากร่างกายเท่านั้น ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุเนื่องจากภาวะไตวายเรื้อรังยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้นจึงต้องทำการรักษาไปตลอด ส่วนการปลูกถ่ายไตเป็นการแก้ที่ต้นเหตุ

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้นจะขอเปรียบเทียบตัวอย่างดังนี้ คือ ร่างกายเปรียบเหมือนเรือทั้งลำที่ลอยอยู่ในน้ำเสีย ไตเปรียบเหมือนท้องเรือ เมื่อเริ่มมีภาวะไตวายเรื้อรังก็เปรียบเสมือนท้องเรือมีรูรั่ว น้ำเสียก็จะเข้ามาในเรือเมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้นรูรั่วของเรือใหญ่ขึ้น น้ำเสียเข้ามามากขึ้นจนวิดออกไม่ทัน เรือก็จะจม

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการล้างไตทางหน้าท้องเป็นเสมือนเครื่องสูบน้ำเสียออกจากเรือเท่านั้น ไม่ได้ปิดรูรั่วของเรือ ส่วนการปลูกถ่ายไตเปรียบเสมือนการเปลี่ยนท้องเรือ เป็นการขจัดรูรั่วแบบถาวร

แบ่งการปลูกถ่ายไตออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดที่ผู้บริจาคไตเสียชีวิต ในปัจจุบันนี้ทำการปลูกถ่ายไตระหว่างผู้บริจาคไต และผู้รับไตที่หมู่เลือด เอ, บี, โอเดียวกัน แบ่งการปลูกถ่ายไตชนิดที่ผู้บริจาคไตยังมีชีวิตอยู่ออกเป็น 2 ประเภทย่อยคือ ประเภทแรกจากผู้บริจาคไตที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ได้แก่ พ่อ แม่ ลูก พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา หลาน ทั้งนี้จะต้องมีความเหมือนกันของเนื้อเยื่อระหว่างผู้บริจาค และผู้รับไตอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

ประเภทที่สองเป็นการบริจาคไต ระหว่างสามี-ภรรยา ทั้งนี้จะต้องมีหลักฐานการจดทะเบียนสมรสเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี นับจากวันที่เริ่มทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือการล้างไตทางหน้าท้องในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายต้องมี หลักฐานว่ามีลูกที่เกิดจากคู่สามี-ภรรยาจริง อายุของลูกต้องไม่น้อยกว่า 2 ปี และต้องพิสูจน์ความเป็นสายเลือดลูกนอกสมรส

อนึ่ง ผู้บริจาคไตชนิดยังมีชีวิตอยู่ทั้งสองประเภทดังกล่าว จะได้รับการตรวจร่างกายและจิตใจอย่างละเอียดว่าปกติโดยสมบูรณ์ เหมาะสมกับการปลูกถ่ายไต ค่าใช้จ่ายในช่วงอยู่โรงพยาบาลในการผ่าตัดปลูกถ่ายไตชนิดผู้บริจาคไตยังมีชีวิตอยู่ ประมาณ 100,000-150,000 บาท ในโรงพยาบาลรัฐบาล

ส่วนการปลูกถ่ายไตชนิดที่ผู้บริจาคไตเสียชีวิต หมายถึง ผู้บริจาคไตซึ่งอยู่ในสภาวะสมองตายตามที่กฎหมายระบุไว้ ในทางการแพทย์แล้วผู้ป่วยสมองตายดังกล่าวไม่สามารถจะกลับมาดำรงชีวิตได้ แต่สภาพร่างกาย การทำงานของระบบต่าง ๆ รวมทั้งระบบไตอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียงปกต ิในการนี้ญาติผู้บริจาคจะเป็นผู้แสดงว่าสมัครใจในการ บริจาคต่อศูนย์บริจาคอวัยวะ

ภายหลังการปลูกถ่ายไต ผู้รับบริจาคไตทุกชนิดต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดเพื่อป้องกันการต่อต้านไตใหม่ของร่างกาย


โดย ศ.น.พ.สมชาย เอี่ยมอ่อง มติชน 9 พ.ค. 2542