การเก็บตัวอย่างพยาธิตัวจี๊ดจากปลาไหล

การตรวจหาพยาธิตัวจี๊ดจากปลาไหลน้ำจืดทำให้ทราบถึงลักษณะและปริมาณการติดเชื้อของหนอนพยาธิ ตลอดจนวิธีการเก็บตัวอย่างพยาธิเพื่อการศึกษา อันเป็นประโยชน์ต่อการสอนและเป็นความรู้พื้นฐานของงานวิจัยต่อไป

พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma Spp.) เป็นพยาธิตัวกลมชนิดหนึ่งตรวจพบในคนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2432 โดย นายแพทย์ คอนท์เซอร์ ซึ่งได้ทำการผ่าตัดเอาตัวอ่อนของพยาธิออกจากบริเวณเต้านมของหญิงไทย ปัจจุบันพบว่ายังมีคนไทยติดเชื้อพยาธิตัวจี๊ดกันอยู่ทั่วไป ทั้งนี้เพราะนิสัยการบริโภคอาหารในลักษณะสุก ๆ ดิบ ๆ ตัวอ่อนพยาธิที่ฝังตัวอยู่ตามเนื้อสัตว์ (กบ กุ้ง งู ไก่ ปลาน้ำจืด) จะออกจากเกราะหุ้มและไชชอนไปตามอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดพยาธิสภาพโดยทั่วไป เช่น ปอดอักเสบ ตับอักเสบ ปวดท้อง ตาบอด เกิดริ้วรอยตามผิวหนิง บางคนตัวพยาธิเคลื่อนที่ขึ้นสู่สมอง ทำให้ปวดศีรษะและอาจเสียชีวิตได้ ตัวพยาธิจะไม่เจริญเป็นตัวเต็มวัยในคนแต่จะเจริญในสัตว์กินเนื้อ เช่น แมว เสือ สุนัข ฯลฯ โดยตัวอ่อนพยาธิจะไชทะลุกระเพาะ ลำไส้ อวัยวะต่าง ๆ ท้ายสุดจะสร้างก้อนทูมที่ผนังกระเพาะสัตว์ ผสมพันธุ์และออกไข่ภายในก้อนทูม ไข่ของพยาธิตัวจี๊ดจะปนออกมากับอุจจาระ เจริญเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 ในน้ำ เป็นระยะที่ 2 ใน กุ้งไร และเจริญเป็นตัวอ่อนระยะที่ 3 พร้อมทั้งสร้างเกราะหุ้มผังตัวอยู่ตามกล้ามเนื้อของผู้ให้อาศัยกึ่งกลาง รอการติดเชื้อต่อไปจนครบวงจร
ลักษณะตัวอ่อนพยาธิตัวจี๊ดที่ตรวจพบ

วงชีวิตของพยาธิตัวจี๊ด

อุปกรณ์และสารเคมีที่ใช้ในการทดลอง

เปปซินผง, กรดเกลือ, น้ำกลั่น

ขวดชมพู่, แผ่นอลูมิเนียม

กล้องสเตอริโอ

ตู้อบ

วิธีการทดลอง

1. แยกตับปลาไหล

2. ผสมน้ำย่อยเทียม

3. หมักส่วนผสมในตู้อบ

4. กรองด้วยตะแกรงตาถี่

5. ล้างน้ำจนใสและตรวจหาตัวอ่อน
ด้วยกล้องสเตอริโอ

สรุปผลการทดลอง

จากการตรวจหาตัวอ่อนพยาธิตัวจี๊ดจากตับปลาไหลน้ำจืดโดยการสุ่มตรวจจากตลาดต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 300 ตัว พบว่า ตรวจพบพยาธิตัวจี๊ดทุกตัว ทั้งนี้โดยใช้น้ำย่อยเทียมจากส่วนผสมของเปปซินผง : กรดไฮโดรคลอริคเข้มข้น : น้ำกลั่นในอัตราส่วน 10 กรัม : 7 มิลลิ ลิตร: 1,000 มิลลิลิตร ย่อยสลายตับปลาไหลที่ 37 oC หมักเป็นเวลา 6 - 7 ชั่วโมง ใช้น้ำย่อยเทียมต่อตับปลาไหลบด 30 มิลลิลิตร : 10 กรัม จะได้ตัวอ่อนของพยาธิตัวจี๊ดในลักษณะที่สมบูรณ์
เอื้อเฟื้อบทความจาก สสวท.