แนวทางในการสร้างโปรแกรมซ่อมเสริม
การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันเป็นไปอย่างกว้างขวางและอำนวยประโยชน์อย่างมหาศาลในทุกวงการ และสาขาวิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการพยายาม นำเอาไมโครคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ต่อการเรียน การสอน ในลักษณะโปรแกรมสำเร็จรูป ที่ช่วยผู้เรียนสามารถเรียนและทบทวนบทเรียนได้ทุกเวลา กระตุ้น ให้เกิดความสนใจตลอดจนช่วยลดปัญหาการเรียนการสอนได้ ซึ่งทุกชั้นเรียนจะต้องมีปัญหาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับนักเรียนที่มีพื้นฐานความรู้ไม่เท่ากัน
นอกจากนี้ในวิชาที่นักเรียนทำความเข้าใจยาก เช่น ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ ไมโครคอมพิวเตอร์ช่วยได้ใน ด้านการสร้างภาพจำลองให้นักเรียนทดลอง และสังเกตผลที่เกิดขึ้นทำให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น

คอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนการสอน
1. ส่วนของฮาร์ดแวร์

1.1 ระบบที่ใช้เวลาร่วมกัน ( time sharing system )
1.2 ระบบที่ใช้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
3. ส่วนของซอฟท์แวร์
4. ภาษาคอมพิวเตอร์
แนวทางในการสร้างโปรแกรม
สรุป

คอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนการสอน

คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในด้าานการเรียนการสอนนี้นอกจากจะมีชื่อเรียกว่า CAI ( Computer Assisted Instruction ) แล้ว อาจเรียกว่า CBE( Computet Based Education ) หรือ CAL ( Computer Assisted Learning ) ก็ได้
ส่วนของคอมพิวเตอร์ช่วยการสอน แบ่งเป็นส่วน ๆ ดังนี้
จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นการชี้ให้เห็นแนวทางการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( CAI ) การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในด้านการเรียนการสอน ย่อมจะต้องคำนึงถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น กล่าวคือ การนำCAI มาใช้จะไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเรียนการสอนได้ทั้งหมดทุกปัญหาซึ่งทุกคน จะต้องยอมรับว่าคอมพิวเตอร์เป็นเพียงอุปกรณ์ หรือ เครื่องมือชนิดหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น ผู้ที่จะใช้ CAI จะต้องได้รับการฝึกฝน หรือ มีความรู้ด้าน CAI จึงจะทำให้การใช้ CAI สำหรับปัญหาด้านการโปรแกรมนั้น โปรแกรมที่มีคุณภาพไม่ดี ก็จะก่อให้เกิดปัญหาได้ เพราะโปรแกรม เป็นหัวใจในการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน โปรแกรมส่วนใหญ่จะเขียนโดยนักเขียนโปรแกรม ซึ่งไม่มีความรู้พื้นฐานทางการศึกษาทำให้โปรแกรมที่ผลิตขึ้นมาขาดความรู้ทางเนื้อหา และวิธีการสอน สำหรับโปรแกรมที่เขียนโดย นักการศึกษา ที่มีความรู้ทางเนื้อหา และยุทธวิธีการสอนเป็นอย่างดีแต่ไม่มีความรู้เพียงพอที่จะนำเทคนิคการเขียนโปรแกรมมาใช้ก็จะ ทำให้โปรแกรมที่มีคุณภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอนเป็นอย่างยิ่ง

แนวทางในการสร้างโปรแกรม

แนวทางในการเขียนโปรแกรมเพื่อใช้สอนซ่อมเสริม ควรประกอบด้วย สรุปเนื้อหาของแต่ละบทเรียน ควรประกอบด้วย สรุปเนื้อหาของแต่ละบทเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทเรียนที่นักเรียนเข้าใจยากภาพประกอบ บทเรียน เสียง แบบฝึกหัด บททดสอบ และการประเมินผลการเรียน
แนวทางในการจำคอมพิวเตอร์มาใช้ ในด้านการเรียนการสอนในประเทศไทยน่าจะเป็นการนำมาใช้ในการสอนซ่อมเสริม ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายซึ่งมีความพร้อมมากกว่าระดับอื่น ๆ เนื่องจากในปัจจุบันหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 มีโครงสร้างให้นักเรียนสอบผ่านเป็นรายวิชาโดยไม่มีการนำคะแนนแต่ละวิชามารวมกันแล้วตัดสินตามเกณฑ์ ร้อยละ 50 เหมือนดังเช่นหลักสูตรพุทธศักราช 2503 การเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบถึงผู้เรียนที่จะต้องมีความตั้งใจและพยายามที่ จะสอบผ่านให้ได้ทุกวิชาตามข้อกำหนดของหลักสูตรนักเรียนคนใดสอบไม่ผ่านก็ต้องเข้ารับการสอนซ่อมเสริมให้ผ่านจนได้จึงจะจบหลักสูตร ดังนั้น การ ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการเรียนการสอน นับวันจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นตามสภาพการเรียนการสอนที่เปลี่ยนแปลง และตามสภาพแวดล้อมที่ครู คงจะไม่สามารถทำหน้าที่สอนซ่อมเสริมซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ แต่ไมโครคอมพิวเตอร์สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนที่เรียนอ่อนโดยใช้ไมโครคอมพิวเตอร์สำหรับสอนซ่อมเสริมนี้จะช่วยลดภาระของผู้สอนได้มาก โดยไมโครคอมพิวเตอร์ จะทำหน้าที่เป็นครูชั่วคราว ถ้าผู้เรียนพร้อม คือเรียนบทเรียนนั้นๆจบแล้วก็กลับไปสอบซ่อมเสริมจนกว่าจะผ่านซึ่งโปรแกรมที่จะสร้างสำหรับสอนซ่อมเสริมอาจทำ ได้ยาก และต้องใช้เวลาและงบประมาณมากพอสมควร

สรุป

การใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อการเรียนการสอนก่อให้เกิดประโยชน์ คือคอมพิวเตอร์