ระบบข้อมูลข่าวสารขององค์กร โครงสร้างกำลังเปลี่ยนแปลง

ในยุคสมัยเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว การประมวลผลข้อมูลข่าวสารในองค์กรส่วนใหญ่ใช้ระบบรวมศูนย์ (centralize) กล่าวคือ มีศูนย์คอมพิวเตอร์ขององค์กรเป็นสถานที่จัดการข้อมูลข่าวสาร ประมวลผลกับที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นระบบมินิคอมพิวเตอร์หรือ เมนเฟรม ดังนั้นจึงมีใช้กันเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น
ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาพีซี ขีดความสามารถของพีซีสูงขึ้น การใช้งานในระดับส่วนตัวทำได้ดี เกิดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะงานที่ผู้ใช้เป็นผู้ดำเนินการเอง มีโปรแกรมสำเร็จรูปให้ใช้มากมาย
หลังจากปี ค.ศ. 1990 เครือข่ายคอมพิวเตอร์เริ่มแพร่หลาย มีการนำคอมพิวเตอร์ระดับพีซีมาสร้างเป็นเครือข่าย ก่อให้เกิดการทำงานแบบรวมกลุ่ม หรือที่เรียกว่า เวอร์กกรุฟ และรวมหลายเวอร์กรุฟเรียกว่า Enterprise
แนวคิดจึงมีลักษณะการกระจายฟังก์ชันการทำงานออกไป เริ่มมีการกระจายระบบเซิร์ฟเวอร์ไปยังหน่วยงานย่อยต่าง ๆ ให้แต่ละหน่วยงานย่อยมีระบบเครือข่ายแลนของตนเอง และเชื่อมโยงเครือข่ายแลนย่อยเข้าด้วยกันด้วยอุปกรณ์สื่อสารจำพวกสวิตชิ่งหรือเราเตอร์ เครือข่ายขององค์กรจึงเกิดขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไป การปรับเปลี่ยนระบบการใช้งานคอมพิวเตอร์ก็แปรเปลี่ยนไปด้วย มีเทคโนโลยีหลายอย่างที่เข้ามาทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องโครงสร้างการประมวลผลระบบสารสนเทศในองค์กร
ทั้งนี้เพราะเซิร์ฟเวอร์มีขนาดใหญ่ขึ้น มีประสิทธิภาพดี ขีดความสามารถของเซิร์ฟเวอร์จึงรองรับงานได้มากขึ้น แนวคิดในเรื่องการรวมข้อมูลไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลางจึงเกิดขึ้น แต่ก็ยังกระจายฟังก์ชันการทำงาน โดยมีเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นเสมือนตัวเชื่อมการไหลกระแสข้อมูลข่าวสารในองค์กร อินทราเน็ตจึงเป็นระบบที่องค์กรสมัยใหม่เลือกนำมาใช้
การทำงานแบบนี้พยายามตอบสนองผู้ใช้ในลักษณะกระจายหรือทำให้เกิดระบบที่เรียกว่า Mobile/Remote Work ก่อให้เกิดการทำงานแบบ Virtual Workplace ลักษระงานจึงมีลักษณะเป็นแบบลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง หรือ Customer Centricity ลูกค้าสามารถรับบริการที่ใดก็ได้ ดังเช่นการใช้งานเอทีเอ็มของธนาคาร
เทคโนโลยีเครือข่ายยังเป็นตัวเร่งทำให้ระบบอินทราเน็ตขององค์กรแพร่กระจายได้เร็ว ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์เข้ามาสนับสนุนผู้ใช้ในฐานะที่เป็น End User ได้มาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เรียกว่า Web Technology
เทคโนโลยีเว็บ ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่รองรับระบบข้อมูลข่าวสารเป็นจำนวนมาก และเชื่อมโยงเครือข่ายข่าวสารในองค์กรได้ดี การพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารมีมาตรฐานที่ชัดเจนขึ้น ข้อมูล ข่าวสารที่เรียกดูบนเว็บใช้มาตรฐาน HTML ขณะเดียวกันมีการสร้างระบบเชื่อมโยงต่อกับระบบฐานข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้เรียกผ่านเข้าดูในลักษณะเว็บได้ ถนนหลายสายของการพัฒนาระบบข้อมูล ข่าวสารในองค์กรจึงเดินทางมาในรูปแบบที่ใช้เทคโนโลยีเว็บ
แนวโน้มเทคโนโลยีที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ พีซีมีลักษณะเป็น Client ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จนมีผู้กล่าวขนานนามว่า Fat Client การใช้งานพีซีจึงทำงานได้มาก จุดนี้เองเป็นแรงสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่พึงพอใจ และเมื่ออยู่บนเครือข่ายขององค์กร แนวโน้มการทำงานแบบเวอร์กโฟลว์ก็เด่นชัดขึ้น
ซอฟต์แวร์ของค่ายดังหลายแห่งทั้งไมโครซอฟต์ โลตัส ไอบีเอ็ม ต่างเน้นให้เกิดการทำงานแบบเวอร์กโฟล์วบนเครือข่าย ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ เช่น ออฟฟิส 97 โลตัสโน้ต (โดมิโน) แม้แต่ในระบบการพัฒนาฐานข้อมูลของค่ายดัง ทั้งโอราเคิล อินฟอร์มิกซ์ ไซเบส ฯลฯ ล้วนแล้วแต่สนับสนุนการทำงานแบบเวอร์กโฟล์วบนเครือข่าย ผู้ใช้สามารถใช้งานผ่านทางบราวเซอร์เพื่อดำเนินกิจกรรมการทำงานต่าง ๆ ของตนได้
โมเดลขององค์กรในเรื่องการจัดการสารสนเทศจึงมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปตามกระแสเทคโนโลยีที่สำคัญคือ ระบบจะรวมศูนย์ในลักษณะการมองแบบการรวมทรัพยากรต่าง ๆ ให้เห็นเสมือนหนึ่งว่าทรัพยากรนั้นเป็นของรวมที่แบ่งกันใช้ ขณะเดียวกันก็กระจายการทำงาน กระจายการบริการ มีการทำงานเป็นกลุ่ม การทำงานระดับส่วนตัว แต่ก็ประสานรวมกับของทั้งองค์กรได้
องค์กรสมัยใหม่จึงเริ่มปรับฐานด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางระบบสื่อสารภายในองค์กร โดยเฉพาะเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบแลนพัฒนาระบบงานบนพื้นฐาน การเรียกเข้าหาจากเครือข่ายและที่สำคัญก็คือ ทุกองค์กรมุ่งมาตรฐานที่สามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้ นั่นคือ TCP/IP หรืออินเทอร์เน็ต
จากกรณีการพัฒนาขององค์การต่าง ๆ ที่พบเห็น บริษัท Gartner Group ได้สรุปผลไว้ว่า "องค์กรต่าง ๆ ได้แสวงหาวิธีการสมัยใหม่ ในอันที่จะลดต้นทุนของระบบสารสนเทศ โดยการปรับปรุงระบบภายในให้มีลักษณะเป็นแบบการรวมทรัพยากรข่าวสาร โดยมีเครือข่ายกระจายไปยังผู้ใช้เพื่อกระจายการบริการข่าวสาร"


เขียนโดย : รศ.ยืน ภู่วรวรรณ
Last update : 04/03/1999