SOHO กับเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ต

การสรา้งเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมีความจำเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้เครือข่ายในที่ทำงาน หรือแม้แต่ในบ้าน เรายากมีเครื่องคอมพิวเตอร์ในที่ทำงานหลายเครื่องต่อเชื่อมกันเป็นเครือข่าย อยากมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ห้องทำงานและห้องเด็กในบ้านที่สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย การพัฒนาเครือข่ายแลนขนาดเล็กจึงมีความต้องการในตลาดที่ค่อนข้างสูง
แนวคิดในการสร้างสำนักงานขนาดเล็กหรือออฟฟิศที่บ้านเป็นแนวคิดที่มีมานานแล้ว ปัจจุบันมีการกล่าวถึงคำว่า SOHO-Small Office Home Office กันมาก การสร้างสำนักงานขนาดเล็กคงหนีเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายไปไม่ได้

เครือข่ายขนาดเล็กส่วนใหญ่ใช้อีเธอร์เน็ต

อีเธอร์เน็ตมีการพัฒนาการที่ยาวนาน พีซีที่ใช้งานขนะนี้จึงมักเชื่อมต่อเครือข่ายด้วยเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ต อีเธอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยที่มีราคาถูกและใช้งานง่าย
เมื่อต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายอีเธอร์เน็ตก็ต้องมีการ์ดเชื่อมโยงอีเธอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า NIC- Network Interface Card การ์ดเชื่อมโยงที่มีขายอยู่มักจะมีหัวต่อเชื่อมโยงทั้งที่เป็นแบบโคแอ็กเชียลและยูทีพี หรืออาจเรียกเป็นมาตรฐานกลางก็คือ 10BASE 2 หรือ 10BASE T การใช้งานเครือข่ายจึงทำได้ง่าย เพียงหาสายโคแอ็กเชียลต่อเชื่อม และโปรแกรมไมโครซอฟต์วินโดวส์ 95 หรือ วินโดวส์ NT ก็ทำให้ใช้ไฟล์ร่วมกันหรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกันได้

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีนี้ การใช้เครือข่ายอีเธอร์เน็ตได้มีมาตรฐานใหม่เพิ่มเติม คือเป็น 10BASE T โดยใช้สายสัญญาณแบบยูพีทีและมีอุปกรณ์กลางที่เรียกว่าฮับเป็นตัวเชื่อมโยงสัญญาณเหมือเป็นบัสกลาง มาตรฐาน 10BASE T จึงทำงานด้วยความเร็ว 10 เมกะบิตเท่ากับแบบใช้บัสธรรมดา
อย่างก็ตาม ความเร็วขนาด 10 เมกะบิตดูจะช้าไปแล้วสำหรับการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายในวันนี้ หากต้องการส่งข้อมูลภาพวิดีโอ หรือภาพเคลื่อนไหว แบบ 3D ความเร็ว 10 เมกะบิตที่ใช้พร้อกันจึงอาจจะทำให้ภาพไม่ต่อเนื่องได้ จึงมีบริษัทผู้ผลิตอีเธอร์เน็ตใช้มาตรฐานใหม่ เป็น 100 เมกะบิต และเรียกมาตรฐานนี้ว่า 100BASE T การต่อเครือข่ายแบบนี้ดูจะเป็นนิยมเพราะสามารถดูแลและใช้งานได้ดี มีปัญหาน้อยใช้ง่าย จุดเด่นของการอีเธอร์เน็ตคือ การ์ดเชื่อมโยง NIC ที่มีขายอยู่ในขณะนี้มีให้เลือกใช้มาก และราคาไม่แพง การ์ดเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ตมีราคาประมาณพันบาทหรือพันเศษขึ้นไป และฮับก็เช่นเดียวกันมีให้เลือกแบบ 4 พอร์ตจนถึงหลายสิบพอร์ต และราคาไม่กี่พันบานจนถึงราคาเป็นหมื่นบาท การเลือกใช้ฮับและแลนการ์ดจึงเป็นเรื่องที่ใช้งานหรือหามาใช้ได้ไม่ยาก

พัฒนาแลนแบบอีเธอร์เน็ตแบบไร้สาย

 เพื่อให้การติดต่อกับเครือข่ายภายนอกได้ง่ายขึ้น จึงมีผู้ผลิตรีโมทแอ็กเซสหรืออุปกรณ์พวกเราเตอร์ เพื่อทำให้เครือข่ายย่อยนี้ต่อกับเครือข่ายใหญ่ขององค์กร หรือต่อกับเครือข่ายอื่นได้
ยังมีเครือข่ายอีเธอร์เน็ตที่พัฒนาต่อเนื่องมาเพื่อให้เป็นเครือข่ายแบบไร้สาย การใช้เครือข่ายแบบไร้สายนี้มีการ์ดเชื่อมโยงแลนแบบ NIC อีเธอร์เน็ต แต่มีเสาอากาศเล็ก ๆ เพื่อเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน สนนราคาของการ์ดแลนแบบไร้สายนี้ยังมีราคาแพงอยู่ โดยประกาศวางขายในสหรัฐอเมริกาด้วยราคาประมาณ 300-400 เหรียญ

การใช้คลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีการที่ใช้งานได้ง่าย เพราะเพียงใส่การ์ด NIC แบบไร้สายนี้ก็เชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายได้ และสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องไปใช้ที่ใดก็ได้ โดยเฉพาะการใช้เครื่องแบบโน๊ตบุ๊ค
เพื่อให้การใช้งานเครือข่ายแบบไร้สายเป็นมาตรฐาน คณะกรรมการ 802 จึงได้กำหนดมาตรฐาน

การเชื่อมโยงและได้กำหนดเป็น 802.11 ความเร็วของการรับส่งบนเครือข่ายมีตั้งแต่ 1 เมกะบิตต่อวินาที
บางบริษัทผลิตได้ถึง 10 เมกะบิตต่อวินาที

การเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านทางสายไฟเอซี

 มีหลายบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์สื่อสารได้มองเห็นช่องทางของการสร้าง SOHO ที่มีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น และน่าจะสร้างได้อย่างง่าย ๆ ดังนั้นจึงมีผู้เล็งเห็นสายไฟเอซีที่เป็นตัวกลางนำสัญญาณความถี่สูงเชื่อมถึงกันได้

จากหลักการในบ้าน หรือในที่ทำงานการใช้สายไฟเอซีก็จะอยู่ในวงจรเดียวกันอยู่แล้ว และถ้าส่งสัญญาณความถี่สูงที่มีข้อมูลอยู่เข้าไปในสายไฟเอซี สัญญาณนี้ก็จะส่งถึงกันได้ และถ้ามีหม้อแปลงไฟฟ้าคั่นกลางสัญญาณความถี่สูงนี้ก็ไม่สามารถผ่านหม้อแปลงออกไปได้ จึงไม่ไปรบกวนผู้อื่น หรือส่งกระจายไปไกลเกินไป
บริษัทผู้ผลิตเครือข่ายแบบนี้ได้ออกแบบ NIC ให้เชื่อมโยงเข้าสู่สายไฟสลับ AC โดยมีตัวกรองสัญญาณให้ความถี่สูงผ่านและแยกสัญญาณที่ใช้ในไฟฟ้ากำลังออก การนำเอาข้อมูลใส่ลงไปและส่งกระจายยังมีข้อจำกัดในเรื่องความกว้างขวางแถบกว้าง ซึ่งยังใช้งานที่ต่ำกว่า 1 เมกะบิต ดังนั้นแลนแบบนี้จึงมีข้อจำกัด และไม่สามารถต่อจำนวนเครื่องมาก ๆ เพราะปริมาณข้อมูลอาจไม่เร็วพอ

แลนจึงไม่ใช่เรื่องยาก

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจึงหลีกเลี่ยงกับแลนอีกต่อไปไม่ได้แล้ว อุปกรณ์แลนแบบอีเธอร์เน็ตเป็นมาตรฐานที่มีผู้ใช้งานกันมาก จึงทำให้มีราคาถูก อีกทั้งพัฒนาการยังมีต่อเนื่อง มีทางเลือกให้ใช้ได้มาก
มาตรฐานที่ใช้ในระบบ 100 เมกะบิต ที่เรียกว่า 100BASE ก็ยังแยกการใช้งานได้หลายแบบ เช่น 100BASE TX ใช้สายเคเบิลยูทีพีแคต 500BASE FX เป็นแบบ 100 เมกะบิต ที่ใช้สายเส้นใยแก้วนำแสง และ  100BASE T4 เป็นแบบที่ใช้สายยูทีพีแบบ 4 คู่ จึงทำให้ใช้กับยูพีทีแบบแคต 3 หรือแคต 4 ของเดิมที่มีอยู่แล้ว
การสร้าง SOHO จึงต้องอาศัยแลนและเครือข่ายอีเธอร์เน็ต ก็เป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


เขียนโดย : รศ.ยืน  ภู่วรวรรณ
ไมโครคอมพิวเตอร์ ฉบับที่ 163 เดือน กุมภาพันธ์ 2542