ปลูกหวาย...พืชเศรษฐกิจใหม่อนาคตดี

หวายนับว่าเป็นพืชในตระกูลพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตามธรรมชาติ ที่พบในป่าธรรมชาติตามชนบทมีหนามแหลม ทั้งส่วนของกาบใบ ขอบใบ เส้นกลางใบ จะมีลักษณะเป็นไขผงสีขาตาม กาบใบมีเนื้อหนา ใช้เมล็ดทำพันธุ์ ใบมีสีเขียวเจริญเติบโตได้ ตลอดทั้งปี มีรากจำนวนมากจึงสามารถหาอาหารและน้ำได้เอง
หวาย ตามธรรมชาติไม่ต้องรดน้ำหรือใส่ปุ๋ยใด ๆ ก็สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ ส่วนศัตรูพืชที่รบกวนก็มีน้อย จึงไม่จำเป็นต้องพ่นยากำจัดศัตรูพืช หวายมีอายุยืนไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี สามารถจะแตกหน่อด้านข้างติดกับต้นเดิมได้ตลอดทั้งปี หวายที่ปลูกไม่ขึ้นโคน จึงไม่ต้องปลูกใหม่
ลักษณะที่ดีเด่นของหวาย เป็นพืชทนแล้งได้ดี อีกทั้งยอดอ่อนของหวายนำมาปรุงอาหารได้หลายชนิด ยอดใหม่ที่แทงขึ้นมา มีลักษณะคล้ายยอดมะพร้าว ถ้าไม่ตัดออกขาย จะเลื้อยเป็นเครือยาว เกิดเป็นเส้นหวายนำมาใช้ประโยชน์ในการจักสานได้อีก

การปลูกหวายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่อนาคตค่อนข้างจะสดใสนั้น เกษตรกรที่สนใจ จะปลูกหวายเพื่อตัดหน่อ สามารถที่จะปลูกได้แล้ว เพราะการปลูกหวายมีข้อดีตรงที่ปลูกครั้งเดียว สามารถตัดยอดไปจำหน่ายได้ตลอดปี โดยเกษตรกรมีการใส่ปุ๋ยคอกเพียงปีละ ๑-๒ ครั้งเท่านั้น และภายในหนึ่งปีครึ่งถึงสองปี ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ด้วยการตัดยอดขาย และเวลานี้ยังทราบมาว่า มีโรงงานเตรียมทำการบรรจุหวายกระป๋องส่งต่างประเทศแล้ว

เมื่อหลายวันก่อน ได้เข้าไปชมนิทรรศการงานครบรอบ ๕๐ ปี สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตสุรินทร์ มีการจัดนิทรรศการหน่วยงานราชการที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเรื่องหวาย ที่เกษตรกรต่างก็ให้ความสนใจมาก เพราะคาดว่า อนาคตคงจะเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ราคาดีน่าปลูกไม่น้อยทีเดียวล่ะ

สำหรับหน่วยงานที่วิจัยเรื่องหวาย คือ สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร มีอาจารย์สมใจ พานนิพิจ และคณะได้ศึกษาค้นคว้า จนสามารถที่จะเผยแพร่สู่เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไปได้เรียนรู้ถึงวิธีการเพาะปลูก เพื่อให้เป็นพืชเสริม หรือพืชหลักได้ในพื้นที่แห้งแล้งอย่างภาคอีสาน

อาจารย์สมใจ พานพินิจ ได้กล่าวถึงรายละเอียดของความสำเร็จ ที่สถาบันเพาะหวายได้สำเร็จว่า การคัดเลือกพันธุ์หวายเพื่อปลูกหน่อขายนั้น การเริ่มต้น ควรจะเลือกซื้อกล้าหวายจากฟาร์มที่เชื่อถือได้ หากซื้อจากแหล่งที่ไม่ได้ทำการเลือกพันธุ์มาเพาะกล้าแล้ว จะพบว่า หวายเติบโตช้าไม่สมบูรณ์ รูปทรงบิดเบี้ยว ใบและกาบใบรวม ทั้งลำต้น มีรอยขีดข่วนเป็นแผล ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ ควรจะหลีกเลี่ยงนำมาปลูก เพราะอาจจะทำให้ขาดทุนได้

ลักษณะหวายที่เกษตรกรควรปลูก ใบกว้าง และยาวมีกาบใบหุ้มมากกว่า ๓ ใบ ลำต้นใหญ่ตรงแตกกอมาก และที่สำคัญจะต้องไม่มีโรคและแมลงรบกวนติดมา โดยเฉพาะต้นกล้าไม่มีแผลและลำต้นฉีกขาด จะทำให้คุณภาพของการปลูกหวาย ไม่ได้ผลตรงตามหลักวิชาการ

เกี่ยวกับชนิดของหวายที่จะปลูกนั้น อาจารย์สมใจ บอกว่า ชนิดของหวายที่เกษตรกรควรปลูก แบ่งตามขนาดของลำต้นที่พบ เมื่อลำต้นโตเต็มที่สามารถตัดได้ มีหวายใหญ่หนามขาว หวายใหญ่หนามแดง และหวายกลาย ซึ่งลักษณะพันธุ์หวายทั้ง ๓ ชนิดที่กล่าวมานี้ เหมาะสมที่จะปลูกเพื่อการค้า ส่วนหวายพันธุ์อื่นจะไม่พูดถึง เพราะจะเป็นการเข้าใจสับสนสำหรับเกษตรกรที่จะปลูกอีกด้วย

สำหรับการเพาะหวายนั้น อาจารย์สมใจ ยังบอกอีกว่า การเพาะหวายให้ประสบความสำเร็จได้ดีนั้น การให้น้ำและใส่ปุ่ย ดูแลตัดแต่งกิ่ง ให้ทรงพุ่มสวยงาม จะทำให้ได้หวายต้นใหญ่ อวบการเจริญเติบโตดี เพื่อเก็บเมล็ด โดยสามารถเก็บเมล็ดหวายได้เมื่ออายุ ๓ ปีขึ้นไป (หลังปลูก) เมล็ดหวายจะทะยอยสุกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม สังเกตเมล็ดหวายสุก ดูที่เปลือกเมล็ดจะมีสีขาว สามารถรับประทานได้มีรสหวาน และฝาดเล็กน้อย หลังจากนั้น ก็นำเมล็ดที่ลอกเปลือกและเนื้อหมดแล้ว ล้างให้สะอาดผึ่งแดดให้แห้งประมาณ ๒-๓ แดด เก็บไว้ในที่แห้ง โดยจะนำเมล็ดไปเพาะในต้นฤดูฝน (เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม)

เมื่อถามถึงขั้นตอนการเพาะ อาจารย์สมใจอธิบายว่า วิธีเพาะ เมล็ดหวายจะงอกหลังจากเพาะในกะบะดินที่เตรียมไว้แล้ว ประมาณ ๒-๓ เดือน ส่วนหวายที่ยังไม่งอก เมื่อข้ามปีจนถึงฤดูฝน เมล็ดหวายจะสามารถขึ้นมาเป็นต้นกล้าได้ ในรายละเอียดหาวิธีเพาะเมล็ด ยังไม่มีการศึกษาอย่างจริงจัง เท่าที่ได้ศึกษาวิธีการให้งอกในขั้นต้น เพื่อให้เกิดเป็นต้นกล้าภายในฤดูเดียว ทำได้ด้วยขั้นตอนที่จะกล่าวต่อไปนี้

นำเมล็ดที่เตรียมไว้ ห่อผ้า แช่น้ำไว้ ๒-๕ วัน แปลงเพาะกล้าที่จะใช้เพาะ มีขนาด ๑ x ๔ เมตร ผสมดินคลุกเคล้าแกลบข้าว ที่ยังไม่เผา ปรับแปลงให้หนาเรียบ ทำร่องเป็นทางยาวตลอดความยาวของแปลง เพื่อให้เป็นระเบียบและถอดกล้าได้ง่าย โดยแต่ละร่องให้ห่างกัน ๘-๑๐ ซ.ม. จากนั้นก็โรยเมล็ดหวาย ให้กระจายในร่อง การโรยจะต้องไม่บาง หรือหนาแน่นเกินไป

“ขั้นตอนสุดท้าย ให้ทำการกลบร่อง เพื่อป้องกันเมล็ด ไม่ให้ลอยตัวขึ้นมาบนผิวดินในขณะรดน้ำ จากนั้นเอาฟางแห้งคลุม ป้องกันการฟุ้งกระจายของดิน และรักษาความชื้นได้เป็นอย่างดี ส่วนการรดน้ำให้ชุ่มวันละ ๒ ครั้งเป็นเวลาติดต่อกัน ๒-๓ เดือน เมล็ดหวายก็จะงอกให้เห็นอย่างไม่ยากเย็นนัก และถ้าสงสัยว่าเมล็ด ๑ กก. เพาะได้มากน้อยแค่ไหน คำตอบได้เลยว่า สามารถกล้าได้ประมาณ ๙๐๐-๒,๘๐๐ ต้น” อาจารย์สมใจกล่าว

อย่างไรก็ตาม อนาคตการปลูกหวายเพื่อขายหน่อบรรจุกระป๋องส่งขายต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าบริษัทฯ เอกชนกำลังหาข้อมูล เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในท้องที่ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ปลูก เพื่อการขายหน่อบรรจุกระป๋อง โดยมีสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร ให้คำแนะนำในการปลูก ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะ จนถึงปลูกและการดูแลรักษา

ที่มา : จากหนังสือพิมพ์ "์สยามรัฐ" ฉบับวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๖, หน้า ๙