โรคไหม้
โรคไหม้ (blast disease) โรคนี้ระบาดทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย เกิดจากเชื้อราชื่อ Pyricularia oryzae ซึ่งเมล็ดสืบพันธุ์ (conidia) ของเชื้อรานี้แพร่กระจายไปได้โดยปลิวไปกับลม ฉะนั้นโรคไหม้จึงแพร่กระจายไปโดยลม (air-borne) เมื่อเมล็ดสืบพันธุ์ของเชื้อราตกลงบนส่วนต่าง ๆ ของต้นข้าวที่มีความชื้นสูง มันก็จะงอกเป็นเส้นใยเข้าทำลายต้นข้าว ปกติโรคนี้จะทำให้ใบของต้นกล้าเกิดเป็นแผลรูปกลมหรือคล้ายรูปตาของคน เป็นสีเทา และบางครั้งก็มีขอบของแผลเป็นสีน้ำตาลด้วย เมื่อใบข้าวถูกเชื้อโรคเข้าทำลายอย่างรุนแรง แต่ละใบก็จะมีแผลโรคเป็นจำนวนมาก แล้วทำให้ใบข้าวแห้งตาย ถ้าใบข้าวจำนวนมากแห้งตายไปเพราะโรค ในที่สุดก็จะทำให้ใบข้าวแห้งตาย ถ้าใบข้าวจำนวนมากแห้งตายไปเพราะโรค ในที่สุดก็จะทำให้ต้นกล้าแห้งตายไปด้วย นอกจากนี้เชื้อราก็สามารถทำให้คอรวงเน่าเป็นสีน้ำตาลแก่ ทำให้เมล็ดลีบ ดังนั้น เชื้อรานี้สามารถทำให้ต้นข้าวเป็นโรคตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงออกรวง สำหรับประเทศไทยโรคนี้รุนแรงมากในฤดูฝน ในระยะที่ต้นข้าวเป็นต้นกล้าและกำลังออกรวง ความรุนแรงจะมีมากยิ่งขึ้นถ้าชาวนาปลูกด้วยพันธุ์ที่ไม่มีความต้านทานโรค และดินใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราสูง

การป้องกันกำจัด มีหลายวิธีด้วยกันดังนี้
๑. ปลูกด้วยพันธุ์ข้าว ที่มีความต้านทานโรคไหม้
๒. ทำการตกกล้าในแปลงขนาดกว้าง ๕๐ เซนติเมตร และความยาวของแปลงขนานไปกับทิศทางลม ทั้งนี้เพื่อลดความชื้นระหว่างต้นข้าว
๓. ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราที่ไม่สูงเกินไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความต้านทานของพันธุ์ข้าว
๔. ใส่สารเคมีพ่นลงบนต้นข้าว เช่น Kasumin, Benlate, Hinosan โดยเอาสารเคมีผสมกับน้ำ แล้วทำการพ่นทุก ๆ ๗ วัน เป็นจำนวน ๒ ครั้งก็เพียงพอ

ที่มา : จากหนังสือ "ความรู้เรื่องข้าว" โดย ดร. ประพาส วีระแพทย์ สาขาคัดพันธุ์ต้านทานศัตรูข้าว กองการข้าว กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์