ป่าดงดิบชื้น
ป่าดงดิบชื้น มีอยู่ในภาคใต้ตลอดทั้งภาค และมีในภาคตะวันออกเฉียงใต้บริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด เพราะบริเวณเหล่านี้มีฝนชุกตลอดปี(มากกว่า ๑,๕๐๐ มม.)นอกจากนั้นในบางท้องที่ของจังหวัดหนองคายก็มีป่าที่มีสภาพคล้าย ๆ กันนี้ ป่าชนิดนี้เป็นป่าที่ประกอบด้วยไม้หลายชนิด เป็นสังคมพืชที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อน มีพืชพันธุ์อีกหลายร้อยชนิดที่ยังไม่รู้จักชื่อ ไม้ในป่าดงดิบชื้นในคาบสมุทรแหลมทอง ที่รู้จักชื่อแล้วมีประมาณ ๒,๕๐๐ ชนิด (สเปอร์ ๒๕๐๗) ป่าชนิดนี้เป็นป่าทึบ มีเรือนยอดชิดกัน อาจแยกชั้นความสูงของป่าออกเป็น ๓ ชั้น คือ ไม้ชั้นบนสุดหรือไม้ที่สูงที่สุด สูงถึง ๔๐-๕๐ เมตร มีขนาดใหญ่ อยู่กระจัดกระจายเป็นตอน ๆ ส่วนไม้ขนาดกลางที่สูงราว ๒๕-๓๐ เมตร จะมีมากกว่า และติดกันเป็นพืด หากมองจากเครื่องบินจะเห็นเป็นเหมือนกับพื้นอีกชั้นหนึ่งในป่าที่สมบูรณ์ ชั้นล่างสุดคือ ไม้เล็กและลูกไม้ต่าง ๆ ประกอบกันหนาแน่นมาก มีพวกปาล์มและเถาวัลย์ประกอบทำให้แน่นทึบและผ่านเข้าไปได้ลำบาก แสงสว่างที่ส่องลงมาจากเบื้องบน ในบางตอนไม่อาจส่องทะลุถึงพื้นได้ แม้ว่าจะมีความชื้นสูง แต่อากาศสดชื่นดี นอกจากว่ามีสัตว์และพืชที่มีพิษมากมายหลายชนิดแล้ว ป่ารุ่นสองที่ขึ้นหลังจากป่าเดิมถูกตัดฟันลง จะแน่นทึบ และพืชที่มีหนามมักจะขึ้นอยู่ ยากแก่การบุกเข้าไปได้ เถาวัลย์ในป่าชนิดนี้มีมากมายหลายชนิด มีทั้งชนิดเป็นเกลียวคล้ายสว่าน ชนิดที่เป็นขั้นบันได (บางแห่งเรียกบันไดลิง) บางชนิดขึ้นพันไม้ใหญ่ นอกจากนั้นพืชจำพวกเฟินก็มีมากรวมทั้งพวกกาฝากเกือบทุกชนิด ต้นไม้ส่วนใหญ่มีลำต้นเปลาตรงและสูง ไม่ค่อยมีกิ่งก้าน เพราะแย่งกันรับแสงสว่างซึ่งทำให้มีคุณภาพในทางการค้าดี อย่างไรก็ดีลักษณะหนึ่งที่สำคัญของไม้ในป่าชนิดนี้คือ ที่โคนต้นมักมีพูพอนส่วนมากเป็นรูปสามเหลี่ยม บางทีแตกพูพอนที่โคนต้นถึง ๕-๑๐ เมตรก็มี แต่บางชนิด ก็ไม่มีพูพอน แต่ที่โคนลำต้นใหญ่เป็นพิเศษ ไม้ในป่าชนิดนี้ส่วนมากมีเปลือกเรียบบ้างหนา บ้างบางแต่เปลือกแตกและขรุขระไม่ค่อยมี พันธุ์ไม้ที่มีความสำคัญทางการค้าในป่าดงดิบชื้นของไทยก็มี ไม้ยาง ไม้ตะเคียน เป็นต้น ความหมายของคำว่าป่าดงดิบหมายถึงว่าป่านั้น ๆ จะมีสีเขียวอยู่เสมอตลอดปี ใบไม้ก็เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องตาย เมื่อใบแก่ร่วงใบใหม่ก็จะออกมาแทนที่ แต่ต้นไม้ในป่าชนิดนี้ใบร่วงไม่พร้อมกัน และใบใหม่ก็ออกไม่พร้อมกัน จึงดูเหมือนว่า ใบไม้ในป่าชนิดนี้เขียวอยู่เสมอ

ที่มา : จากหนังสือ "พืชกินได้และพืชมีพิษในป่าเมืองไทย" โดย สมจิตร พงศ์พงัน และ สุภาพ ภู่ประเสริฐ