ปลาพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


สมหมาย เจนกิจการ 1

ภาพที่ 1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน พันธุ์ปลานิลให้แก่กรมประมง (ภาพพระราชทาน)
ภาพที่ 2 บ่อปลานิลในเขตพระราชฐาน พระราชวังสวนจิตรลดา
ภาพที่ 3 ปลานิลซูเปอร์เมล
ภาพที่ 4 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา
ภาพที่ 5 ปลานิลสายพันธุ์กิฟ

ปัจจุบันเราสามารถพบปลานิลได้ในแหล่งน้ำของทุกภาคของประเทศไทย และยังพบปลานิลได้ในตลาดสดของทุกจังหวัด หรือแม้แต่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารก็ยังพบ ว่ามีปลานิลเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เหตุที่เราพบปลานิลแพร่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ก็เนื่องมาจากพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกลที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อปลาชนิดนี้ว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อพสกนิกรของพระองค์ท่านอย่างมากมาย ทรงพระราชทานนามปลาชนิดนี้ว่าปลานิล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพันธุ์ปลาที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tilapia nilotica Linn. จากสมเด็จพระจักรพรรดิ์อากิฮิโตแห่งประเทศญี่ปุ่น ในขณะที่ยังทรงพระอิริยยศมกุฎราชกุมาร จำนวน 50 ตัวในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 ในชั้นต้นพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำปลานิลไปพักเลี้ยงไว้ใน บ่อปลา พระราชวัง สวนจิตรลดา และทรงพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้เป็นภาษาไทยว่า "ปลานิล" ซึ่งมีความหมายว่ามีสีดำ คือสีนิล และออกเสียงตามพยางค์ต้นของชื่อชนิด คือคำว่า nil จาก nilotica ซึ่งชื่อพระราชทานนี้เป็นชื่อที่สั้น มีความหมายชัดเจนและง่ายแก่การจดจำสำหรับประชาชนทั่วไป ทรงพระราชทานแนวทาง ใน การ อนุรักษ์พันธุ์ปลานิล จากการทดลองเลี้ยงด้วยพระองค์เอง
หลังจากทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายปลานิล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรด ให้นำปลานิลไปพักเลี้ยงไว้ในบ่อปลาสวนจิตรลดา และได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้กรมประมงเพาะขยายพันธุ์ เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 5 เดือนเศษ ปลานิลได้ขยายพันธุ์มีลูกปลาเป็นจำนวนมาก ทรงเห็นว่า ปลาอาศัยอยู่กันอย่างแออัดมาก จึงโปรดให้ขุดบ่อเพิ่มอีกจำนวน 6 บ่อ และทรงย้ายปลาจากบ่อเดิมมายังบ่อใหม่ด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นประมาณปีเศษ ปลานิลได้ขยายพันธุ์เป็นจำนวนมากพอสมควรแล้ว ในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2509 จึงได้พระราชทาน ลูกปลานิลขนาด 3-5 เซนติเมตรจำนวน 10,000 ตัวให้แก่อธิบดีกรมประมง เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ที่แผนกทดลอง และเพาะเลี้ยง ในบริเวณเกษตรกลาง บางเขน และสถานีประมงต่าง ๆ อีกจำนวน 15 แห่ง ทั่วราชอาณาจักร
หลังจากนั้นกรมประมงได้ทำการเพาะเลี้ยงปลานิลพระราชทานและปล่อยในแหล่งน้ำทั่วประเทศ จนทำให้ปลาชนิดนี้แพร่หลาย พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้กรมประมงรักษาพันธุ์แท้ไว้ในสวนจิตรลดา ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าปลาที่พระราชทานให้นำไปแพร่พันธุ์ไม่กลายพันธุ์ไป ต่อมาพระองค์ทรงมีรับสั่งถามนักวิชาการเสมอ ด้วยทรงรู้สึกว่าปลานิลเดี๋ยวนี้มีขนาดเล็กลงเข้าใจว่าจะกลายพันธุ์ ทรงของให้เร่งรัดเรื่องการศึกษาวิจัยทางพันธุกรรม ทรงรับสั่งว่าถ้าหาปลานิลพันธุ์แท้ไม่ได้ก็ให้มาเอาที่สวนจิตรลดา ด้วยมีพระประสงค์ให้กรมประมงปรับปรุงพันธุ์ปลานิลให้ดีขึ้น ให้มีตัวโตมีเนื้อมาก ซึ่งจากการศึกษาต่อมาพบว่าสายพันธุ์ปลานิลพระราชทานซึ่งเรียกทั่วไปว่า "สายพันธุ์จิตรลดา" เป็นสายพันธุ์ที่มีความบริสุทธิ์ ไม่มีการปะปนของสายพันธุ์ปลาหมอเทศ ซึ่งทำให้ปลามีขนาดเล็กลง ทรงพระราชทานลูกพันธุ์ปลานิลแก่เกษตรกรและพสกนิกรชาวไทย
เมื่อกรมประมงได้รับพระราชทานพันธุ์ปลานิล ในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2509 แล้ว ได้ทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปลานิลเพื่อแจกจ่ายไปยังเกษตรกร นอกจากนี้กรมประมงยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพันธุ์ปลานิลที่ทรงเพาะได้จากบ่อทั้ง 6 บ่อ ในพระราชวังสวนจิตรลดา และทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดบ่อขึ้นใหม่อีก 2 บ่อ รวมเป็น 8 บ่อ ในสวนจิตรลดา เพื่อทำการขยายพันธุ์และนำ ไปแจกจ่ายแก ่ราษฎรอีกเป็นประจำทุกเดือน และเมื่อความทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ว่ามีราษฎรต้องการพันธุ์ปลานิลมาก ก็ได้ทรงพระ กรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ขุดบ่อขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งบ่อ เป็นบ่อที่ 9 เพื่อช่วยเร่งผลิตพันธุ์ปลานิล ให้เพียงพอ แก่ความต้องการของพสกนิกรของพระองค์

ถิ่นกำเนิดและลักษณะรูปร่างของปลานิล

ปลานิลนั้นเป็นปลาน้ำจืดที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ลุ่มน้ำไนล์ ทวีปอาฟริกา ชื่อสามัญภาษาอังกฤษของปลานิล คือ Nile Tilapia และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oreochromis niloticus (Linn.) ชื่อเดิมคือ Tilapia nilotica ปลานิลในถิ่นกำเนิด สามารถพบได้ทั่วไปตามหนอง คลองบึง และทะเลสาบของประเทศ ซูดาน ยูกันดาและทันกันยิกา แต่แหล่งที่พบชุกชุมมากคือในแถบลุ่มน้ำไนล์ของประเทศอียิปต์และปาเลสไตน์
ปลานิลเป็นปลาในวงศ์ Cichlidae ที่มีรูปร่างลำตัวแบบแบนข้างสีเทาอมน้ำตาล มีแถบดำจำนวน 9-10 แถบ พาดตามแนวขวางของลำตัว ครีบหลังเป็นตอนเดียวยาว มีก้านครีบแข็งที่ตอนหน้าจำนวน 15-18 ก้าน และมีก้านครีบอ่อนจำนวน 12-14 ก้าน ครีบก้นมีก้านครีบแข็งจำนวน 3 ก้านและก้านครีบอ่อน 9-10 ก้าน ครีบหางและครีบก้นมีจุดขาวและเส้นสีดำเป็นลายตามขวาง นอกจากนี้ยังพบจุดดำจำนวน 2 จุด ที่บริเวณตอนปลายของแผ่นกระดูกปิดกระพุ้งแก้มและที่ตอนปลายครีบหลัง
สภาพธรรมชาติ ปลานิลเป็นปลาที่ชอบอยู่รวมเป็นฝูง ในแหล่งน้ำจืด ปลานิลเป็นปลาที่มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ดี สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงอุณหภูมิที่กว้างมากคือ ระหว่าง 11-42 องศาเซลเซียส มีความทนทานต่อความเป็นกรดเป็นด่าง (พีเอช) ของน้ำที่เป็นกรดอ่อนได้คือ จะเริ่มตายที่พีเอช 5.5-6.5 และสามารถทนต่อน้ำที่มีความเค็มได้สูงถึง 20 พีพีที ทำให้ปัจจุบันมีการนำปลาชนิดนี้ไปเลี้ยงในน้ำกร่อย
ปลานิลเป็นปลาที่กินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ อาหารส่วนใหญ่ ได้แก่ สาหร่ายเซลล์เดียว ตะไคร่น้ำ ไรน้ำ ไรแดง ลูกปลาวัยอ่อนและของเน่าเปื่อยต่าง ๆ ในการเลี้ยงอาหารที่นิยมให้ปลานิลกินคือ รำ เศษอาหาร แหน รวมทั้งมูลสัตว์ต่าง ๆ หรืออาหารสำเร็จรูป
ปลานิลสามารถผสมพันธุ์วางไข่ได้ตลอดทั้งปี โดยปลาเพศผู้มีหน้าที่สร้างรังในการวางไข่ผสมพันธุ์ เมื่อมีการผสมพันธุ์แล้ว ปลานิลเพศเมียจะอมไข่และฟักไข่อยู่ในปาก โดยไข่จะมีจำนวน 50-600 ฟอง ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่ปลา ไข่ปลานิลเป็นแบบไข่จม มีไข่แดงขนาดใหญ่ สีเหลืองอมน้ำตาล มีขนาด 2 มิลลิเมตร หลังจากไข่ได้รับการผสมแล้ว ไข่จะฟักออกเป็นตัวในระยะเวลา 3 วัน ที่อุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียส
ปลานิลเป็นปลาที่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างเพศได้จากลักษณะภายนอก โดยดูจากติ่งเพศ โดยจะยื่นยาวมีปลายแหลม และมีช่องเปิดเพียงช่องเดียวในเพศผู้ ส่วนในเพศเมียติ่งเพศจะยื่นยาวมีปลายกลมมน มีช่องเปิดตรงกลางและตอนปลายของติ่งเพศ ติ่งเพศของเพศเมียจะมีขนาดใหญ่และมีสีชมพูเรื่อ ๆ ในฤดูผสมพันธุ์จะสามารถแยกเพศได้จากสีของลำตัวและบริเวณใต้คาง โดยเพศผู้จะมีสีคล้ำหรือแดงอมม่วง และเพศเมียจะมีสีเหลือง
การปรับปรุงพันธุ์ปลานิล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานปลานิลให้กรมประมง เพาะพันธุ์และแจกจ่ายแก่พสกนิกรชาวไทยจนอาจกล่าวได้ว่า ปลานิลที่มีอยู่ในประเทศไทยทุกตัวเป็นปลาที่สืบเชื้อสายมาจากปลาพระราชทาน แต่หลังจากที่มีการเลี้ยงกันไปได้ระยะหนึ่งก็ประสบปัญหาที่ปลานิลมีการเจริญเติบโตช้า มีขนาดเล็กเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งพบว่าเกิดจากสาเหตุสามประการคือ หนึ่งปลานิลไปผสมพันธุ์กับปลาหมอเทศซึ่งมีการแพร่กระจายอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ สองเกิดจากการผสมพันธุ์แบบเลือดชิดในการเพาะเลี้ยงที่ไม่มีการคัดพันธุ์ และสามเกิดจากการเลี้ยงที่ไม่มีการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดี โตเร็ว ไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ จากสาเหตุดังกล่าว จึงทำให้มีการวิจัยเพื่อการคัดพันธุ์เพื่อให้ได้สายพันธุ์ปลาที่โตเร็วและเทคนิคการผลิตปลาเพศเดียวล้วนคือ ปลาเพศผู้ การปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิล
ได้มีการนำปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาพันธุ์แท้มาทำการปรับปรุงพันธุ์ให้ได้สายพันธุ์ที่ดีกว่าเดิมจำนวน 2 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์จิตรลดา 1 และ ปลานิลสายพันธุ์กิฟ
ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 1 เป็นปลาที่มีการปรับปรุงพันธุ์มาจากสายพันธุ์จิตรลดา โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง ใช้วิธีการคัดเลือกพันธุ์แบบคัดเลือกภายในครอบครัว พบว่า มีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่าสายพันธุ์จิตรลดาถึง 22 เปอร์เซ็นต์
ปลานิลสายพันธุ์กิฟ เป็นปลาที่ปรับปรุงพันธุ์จากสายพันธุ์จิตรลดา โดยนำไปผสมข้ามพันธุ์กับสายพันธุ์อื่นอีก 7 สายพันธุ์ โดยใช้วิธีการคัดพันธุ์แบบคัดเลือกภายในครอบครัว โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง และ ICLARM พบว่า มีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ถึง 60 เปอร์เซ็นต์
การเพาะเลี้ยงปลานิลเพศผู้ล้วน
ปลานิลเพศผู้เป็นปลาที่มีการเจริญเติบโตดีกว่าปลาเพศเมีย และการเลี้ยงปลาเพศผู้ล้วนยังทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นและไม่มีลูกปลาในบ่อเลี้ยง การผลิตปลานิลเพศผู้ล้วนทำได้ 2 วิธีคือ การใช้ฮอร์โมนแปลงเพศ และการผลิตปลาเพศผู้ล้วนจากปลานิลซูเปอร์เมล
การใช้ฮอร์โมนแปลงเพศ โดยใช้ฮอร์โมนเมทธิลเทสโทสเตอโรน ในอัตรา 60 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ให้ลูกปลาไข่แดงยุบและเริ่มกินอาหาร เป็นระยะเวลานาน 21 วัน ปัจจุบันเป็นวิธีที่นิยมกันมาก แต่ให้ผลไม่แน่นอน
การผลิตปลาเพศผู้ล้วนจากปลานิลซูเปอร์เมล โดยการผลิตพ่อปลานิลที่มีโครโมโซม YY เรียกว่า ซูเปอร์เมล เมื่อนำมาผสมพันธุ์กับปลาเพศเมียที่มีโครโมโซมปกติจะได้ลูกที่เป็นเพศผู้ล้วน ปัจจุบันกรมประมงสามารถผลิตพ่อพันธุ์ซูเปอร์เมลเพื่อเผยแพร่สู่เกษตรกรแล้ว
การใช้ประโยชน์ ผลผลิต และมูลค่าของปลานิล
ปลานิลเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในการบริโภคจากประชาชนอย่างกว้างขวาง มีการนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลายประเภทเช่น ทอด ต้ม แกง หรือการนำมาทำน้ำยา นอกจากนี้ ยังมีการแปรรูปไปทำเป็น ปลาเค็ม ปลาร้า ปลาเจ่า ปลาจ่อม และปลาส้ม
กรมประมงได้มีการนำปลานิลไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติในชนบทที่ห่างไกล ทำให้ปลานิลเป็นปลาแหล่งโปรตีนที่สำคัญแก่เกษตรกร (ตารางที่ 1) นอกจากนี้ จากสถิติมูลค่าในตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่า ปลานิลเป็นปลาที่มีผลผลิตที่สูงมากและมีแนวโน้มว่าผลผลิตจะสูงขึ้นทุกปี
สรุป
ปลานิลนับเป็นปลาเพียงชนิดเดียวที่ได้รับพระราชทานชื่อ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากพระองค์ทรงพระราชทานพันธุ์ปลาให้แก่กรมประมงนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายแก่พสกนิกรของพระองค์ท่านแล้ว พระองค์ยังได้ทรงพระราชทานปลาจากการทดลองเลี้ยงในพระราชวังสวนจิตรลดาเพื่อสมทบกับพันธุ์ปลาที่กรมประมงผลิตได้เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกร และยังทรงพระราชทานแนวทางในการอนุรักษ์สายพันธุ์ปลานิล ก่อให้เกิดงานวิจัยเกี่ยวกับพันธุกรรมและการผลิตปลานิลให้ได้ปริมาณสูงเป็นจำนวนมาก
ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นว่า ปลานิลเป็นปลาที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ดี เลี้ยงง่าย เติบโตเร็ว จึงทรงส่งเสริมให้มีการเพาะพันธุ์และแจกจ่ายแก่ราษฎร ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระราชวินิจฉัยในครั้งนั้น ทำให้ทุกวันนี้ประชาชนทั่วประเทศได้ใช้ประโยชน์จากปลานิลนานับประการ อาทิเช่น ใช้เป็นอาหาร ใช้เพาะเลี้ยงเป็นการค้า หรือเป็นปลาที่ใช้ในการทดลอง ใช้เป็นตัวอย่างในการศึกษาชีววิทยาของปลา และเป็นปลาชนิดหนึ่งที่ กรมประมงส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงและปล่อยในแหล่งน้ำต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก

ตารางที่ 1 การผลิตปลานิลของหน่วยงานต่าง ๆ ของกรมประมง

ปีจำนวน (ล้านตัว)ปีจำนวน(ล้านตัว)
25158.2252417.5
25169.2252515.7
25179.1252614.4
251811.6252715.8
251911.1252820.2
252011.8252924.6
252118.4253020.9
252219.1253117.9
252318.02532-

ตารางที่ 2 ผลผลิตและมูลค่าของปลานิลที่จับได้ทั้งหมดในปี 2518-2533

ปีผลผลิต(1,000 ตัน)มูลค่า(ล้านบาท)ปีผลผลิต(1,000 ตัน)มูลค่า(ล้านบาท)
25182.326.3252815.4272.6
25192.836.3252923.3279.4
25203.141.6253027.3352.2
25213.647.5253127.6361.3
25223.250.6253242.2544.9
25235.174.1253350.8729.4
25245.581.6253470.3789.9
25257.1112.9253584.81163.5
252612.1174.92536107.92075.1
252721.5312.425376--
ที่มา ฝ่ายสถิติการประมง กองนโยบายและแผนงานประมง กรมประมง เรียบเรียงจาก
- เอกสารเผยแพร่ฉบับที่ 27 สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กรมประมง เรื่อง การ พัฒนาการเพาะเลี้ยงปลานิล
- เอกสารเผยแพร่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ปี 2539

1 ภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์