| ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรพต ณ ป้อมเพชร เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ |
| พ.ศ. 2484 ณ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันมีอายุ 55 ปี สมรสกับ นางรัตนะ |
| (ภัทรนิรันดร์) ณ ป้อมเพชร มีบุตร 2 คน คือ นายไพรัชต์ ณ ป้อมเพชร อายุ 28 ปี |
| และนายพีระ ณ ป้อมเพชร อายุ 26 ปี |
| ทางด้านการศึกษา จบการศึกษามัธยมปลาย ม.8 จากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม |
| จังหวัดพิษณุโลก เข้าศึกษาในคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน |
| กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ.2501 เมื่อจบการศึกษาปีที่ 1 แล้ว ได้รับทุนภายใต้แผนโคลัมโบ |
| ไปศึกษาวิชาการป่าไม้ ณ ประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ.2502 แต่ได้เปลี่ยนสาขาการเรียน |
| ไปศึกษาต่อทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ณ Rajasthan College of Agriculture มหาวิทยาลัย- |
| ราชาสถาน ณ เมืองอุทัยปุระ ได้รับอนุปริญญาทางการเกษตร (I.Sc.Agr.) เมื่อ พ.ศ.2505 |
| แล้วไปต่อปริญญาตรีที่ Punijab Agricultural University เมืองลุเดียน่า รัฐปันจาบ |
| จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง (B.Sc.Agr.) (Gold |
| Medalist) ทางด้านกีฏวิทยาและสัตววิทยาทางการเกษตร เมื่อ พ.ศ.2507 และได้รับการ |
| จารึกชื่อไว้ใน Board of Honours (First in B.Sc. Agriculture) ไว้ที่มหาวิทยาลัย |
| เมื่อกลับมาประเทศไทยได้เข้ารับราชการทดลองปฏิบัติราชการในตำแหน่ง |
| อาจารย์ตรี ภาควิชากีฏวิทยาและโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2507 เป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญชั่วคราวทดลองปฏิบัติ |
| ราชการ ในตำแหน่งอาจารย์ตรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2508 อาจารย์ตรี เมื่อวันที่ |
| 20 เมษายน พ.ศ.2509 และอาจารย์โท เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2509 |
| ต่อมาได้รับทุน The East-West Center เมื่อ พ.ศ.2510 เดินทางไปศึกษาต่อ |
| ณ University of Hawaii เมืองฮอนโนลูลู รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา |
| สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาโททางกีฏวิทยา (M.S. Entomology) เมื่อ พ.ศ.2512 |
| ต่อจากนั้นได้รับทุน Research Assistantship เพื่อไปศึกษาต่อขั้นปริญญาเอก ณ |
| University of Kentucky ณ เมือง Lexington รัฐ Kentucky เมื่อ พ.ศ.2512 แต่เมื่อเริ่ม |
| การศึกษาได้เพียงภาคเดียวก็ขอลาออกเพราะได้รับทุน Erhorn Scholarship และ Research |
| Assistantship เพื่อการศึกษาขั้นปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยฮาวาย จึงได้กลับมาทำงาน |
| และศึกษาต่อจนจบการศึกษาขั้นปริญญาเอก (Ph.D. Entomology) จากมหาวิทยาลัยฮาวาย |
| เมื่อ พ.ศ.2516 ขณะที่ทำการศึกษาระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยฮาวาย ได้รับการ |
| คัดเลือกเป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้าประชุมวิชาการ เรื่อง Concepts of Pest |
| Management ณ มหาวิทยาลัย North Carolina State University เมือง Raleigh, North |
| Carolina ระหว่าง วันที่ 25-27 มีนาคม พ.ศ.2513 และการประชุมวิชาการ เรื่อง Research |
| Seminar on Agricultural Diversification ณ กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่าง วันที่ 5-9 |
| มกราคม พ.ศ.2514 กับได้ร่วมมือกับ College of Tropical Agriculture และ The |
| East-West Food Institute,EWC จัดการประชุมสัมมนา และอบรมทางด้านการบริหาร- |
| ศัตรูพืชต่อเนื่องกันตั้งแต่ พ.ศ.2515-2521 ณ เมืองฮอนโนลูลู |
| เมื่อกลับมาปฏิบัติราชการ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากสำเร็จการศึกษาขั้น |
| ปริญญาเอก เมื่อ พ.ศ.2516 แล้ว ได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์เอก เมื่อวันที่ 10 มกราคม |
| พ.ศ.2518 และผู้ช่วยศาสตราจารย์ เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2519 ในระหว่างนั้นได้รับการ |
| แต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชากีฏวิทยาและโรคพืช (กีฏวิทยา) ระหว่าง พ.ศ.2516-2517 |
| เลขานุการคณะกรรมการประจำคณะเกษตร ระหว่าง พ.ศ.2517-2521 ประธานกรรมการวิจัย |
| คณะเกษตรระหว่าง พ.ศ.2520-2522 ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเกษตร ระหว่าง |
| พ.ศ.2521-2522 และในการดำเนินงานก่อตั้งศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ |
| ซึ่งเป็นแผนงานร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับสำนักงานคณะกรรมการวิจัย- |
| แห่งชาติ ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ตั้งแต่ พ.ศ.2521-2529 และเมื่อศูนย์ฯ |
| ได้มีศูนย์ฯ ส่วนภูมิภาคที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม |
| ศูนย์ฯ ภาคเหนือ ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และศูนย์ฯ ภาคใต้ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการบริหารศูนย์ฯ ตั้งแต่ |
| พ.ศ.2529 ถึงปัจจุบัน และระหว่าง พ.ศ.2535-2539 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอธิการบดี- |
| ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| ในระหว่าง พ.ศ.2522-2525 ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| เพื่อไปปฏิบัติงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านการควบคุมศัตรูพืชของสำนักงาน ESCAP |
| องค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเทพฯ ในการทำงานในองค์การระหว่างประเทศ ได้ทำหน้าที่ |
| ในคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) |
| ณ กรุงเจนีวา ระหว่าง พ.ศ.2527-2534 ผู้เชี่ยวชาญขององค์การ อาหารและเกษตรแห่ง |
| สหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization-FAO) ณ ประเทศเวียตนาม เนปาล |
| บังคลาเทศ และอินเดีย ระหว่าง พ.ศ.2525-2534 และผู้เชี่ยวชาญของ The South |
| Pacific-GTZ Biological Control Project ณ ประเทศฟิจิ ตองก้า โซโลมอนไอส์แลนด์ |
| และปาปัวนิวกินี ระหว่าง พ.ศ.2535-2538 |
| หน้าที่ปัจจุบันนอกจากจะเป็นอาจารย์ประจำภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร |
| แล้วยังดำรงตำแหน่ง เป็นผู้อำนวยการบริหารศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์- |
| แห่งชาติ สำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประธานคณะอนุกรรมการบริหาร |
| ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์ แห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ |
| สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการประสานงาน |
| ศูนย์ชีววิทยาเขตร้อน (SEAMEO BIOTROP) กระทรวงศึกษาธิการ และ Chairman, |
| Governing Board ของศูนย์ SEAMEO BIOTROP ประเทศอินโดนีเซีย |
| และอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ |
| คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ |
| สำหรับตำแหน่งหน้าที่ในวิชาชีพในระดับนานาประเทศ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น |
| ประธานองค์การควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีนานาชาติ ภาคเอเซียใต้ และเอเซียตะวันออก |
| (President, International Organization for Biological Control, South and East |
| Asia Regional Section-IOBC/SEARS) ระหว่าง พ.ศ.2526-2534 รองประธาน |
| องค์การควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีนานาชาติ (Global International Organization for |
| Biological Control-IOBC) ระหว่าง พ.ศ.2535-2539 กรรมการถาวร (Permanent |
| Standing Committee) ของสมัชชาการควบคุมศัตรูพืชนานาชาติ (International Plant |
| Protection Congresses) ตั้งแต่ พ.ศ.2526 ถึงปัจจุบัน และมนตรี (Council Member) |
| ของสมัชชากีฏวิทยานานาชาติ (International Congresses of Entomology) ตั้งแต่ |
| พ.ศ.2539 จนถึงปัจจุบัน |
| ในด้านการเป็นสมาชิกในสมาคมวิชาชีพ เป็นสมาชิกในสมาคมวิชาชีพใน |
| ต่างประเทศ 14 สมาคม โดยเป็น Fellow (FRES) ของ The Royal Entomological |
| Society ของประเทศอังกฤษ และ Fellow ของ The New York Academy of |
| Sciences ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสมาชิกตลอดชีพของสมาคมวิชาชีพใน |
| ประเทศไทยอีก 4 สมาคม รวมถึงสยามสมาคม (The Siam Society) ด้วย |
| งานอื่น ๆ ทางวิชาการที่รับผิดชอบในระดับนานาชาติ คือ คณะกรรมการ |
| บรรณาธิการ วารสาร Biocontrol Science and Technology ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ |
| พ.ศ.2532 จนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการบรรณาธิการวารสาร Bulletin of Entomological |
| Research ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ พ.ศ.2533 จนถึงปัจจุบัน และบรรณาธิการของ XXI |
| International Society of Sugar Cane Technologists (ISSCT) Congress พ.ศ.2535 |
| นอกจากนั้นยังเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณาตำแหน่งศาสตราจารย์ |
| สาขาวิชากีฏวิทยาของ University of California, Riverside ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ |
| พ.ศ.2523 จนถึงปัจจุบัน และเป็น External Examiner ตรวจวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท |
| และปริญญาเอกของ Madras University และ Pondicherry University ประเทศอินเดีย |
| Karachi University ประเทศปากีสถาน และ The University of New England |
| ประเทศออสเตรเลีย |
| ทางด้านผลงานทางวิชาการ มีผลงานที่มีการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยมากกว่า 100 เรื่อง |
| ภาษาอังกฤษมากกว่า 80 เรื่อง บรรณาธิการจัดพิมพ์หนังสือและรายงานวิชาการ 5 เล่ม |
| ผลงานได้รับการแปลเป็นภาษาจีน 2 เรื่อง รับผิดชอบ ในการจัดการประชุมนานาชาติ |
| ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 20 ครั้ง เข้าร่วมประชุมวิชาการในต่างประเทศ |
| มากกว่า 100 ครั้ง |
| งานด้านการสอนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับผิดชอบการสอนวิชาการ |
| ควบคุมแมลงศัตรูพืชและวัชพืชโดยชีววิธี และวิชาหลักการบริหารศัตรูพืชในระดับ |
| บัณฑิตศึกษา เป็นประธานกรรมการที่ปรึกษานิสิตปริญญาเอกที่จบการศึกษาได้รับ |
| ปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (วท.ด.) คนแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| คือ นายวิวัฒน์ เสือสะอาด เมื่อ พ.ศ.2525 |
| งานด้านการวิจัย มุ่งเน้นทางด้านการควบคุมแมลงศัตรูพืชและวัชพืชที่มีความสำคัญ |
| ทางการเกษตรโดยชีววิธี และการควบคุมแมลงและแมลงพาหะ ที่มีความสำคัญทางการแพทย์ |
| และสาธารณสุขโดยชีววิธี เช่น การควบคุมผักตบชวา และไมยราบยักษ์โดยชีววิธี |
| งานด้านบริการสังคม โดยทั่วไปจะเป็นการให้บริการข่าวสาร และคำแนะนำในวิธีการ |
| ควบคุม แมลงศัตรูพืชโดยชีววิธี และเป็นวิทยากรให้แก่สถาบันต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน |
| ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ |
| ทางด้านรางวัลและเกียรติบัตรที่ได้รับ อาทิเช่น รางวัลในฐานะ นักส่งเสริมการเกษตร |
| ที่ดีที่สุด (Best Extension Worker) ของ Punjab Agricultural University ประเทศอินเดีย |
| ประจำ พ.ศ.2506 รางวัลนักวิจัยดีเด่นสาขาการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี สมาคมวิทยาศาสตร์ |
| การเกษตร แห่งประเทศไทย ประจำ พ.ศ.2532 และการประกาศเกียรติคุณเป็นบุคคลตัวอย่าง |
| ทางวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.2539 |
| ด้วยผลงานทางวิชาการจำนวนมากมายของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรพต |
| ณ ป้อมเพชร ซึ่งเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการได้รับ |
| การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ประธาน |
| รองประธาน และกรรมการ ฯลฯ ในองค์กรต่าง ๆ ทั้งระดับในประเทศ และระดับนานาชาติ |
| อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ใน พ.ศ.2539 จึงได้รับการคัดเลือก และประกาศเกียรติคุณ |
| ให้เป็นมนตรี (Concil Member) 1 ใน 20 ของคณะมนตรีของสมัชชากีฏวิทยานานาชาติ |
| (International Congresses of Entomology) จากนักกีฏวิทยาทั่วโลก |
| |
| |