พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรม นาถบพิตร ทรงพระปรีชาสามารถเป็นเลิศทางรัฐศาสตร์ อีกทั้งทรงเป็นพระบรมธรรมิกราชผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่ออาณา ประชาราษฎร์ ทรงปกครองประเทศตามที่ได้มีพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่ง มหาชนชาวสยาม" ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการตลอดมา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านรัฐศาสตร์อย่างครบถ้วน ทั้งทางจารีตประเพณีและทางการเมืองการปกครอง ยังความร่มเย็นเป็นสุขให้บังเกิดแก่พสกนิกร และนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ ประเทศเป็นอเนกอนันต์

พระบารมีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแผ่ไพศาลปกเกล้าปกกระหม่อมพสกนิกรให้มีความอยู่เย็นเป็นสุขตลอดทั่วทั้งพระราชอาณาเขต ก็ด้วยเหตุที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในฐานะ "พระธรรมราชา" ได้อย่างสมบูรณ์ ทรงยึดมั่นในคุณแห่ง พระรัตนตรัย มีพระราชศรัทธาปสาทะในพระพุทธธรรมเป็นอย่างยิ่ง และทรงปฏิบัติทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร และ สังคหวัตถุ อันเป็นหลักจริยธรรมในการปกครองให้ปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เกิดผลดีแก่อาณาประชาราษฎร์

ในฐานะพระประมุขแห่งรัฐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นสัญลักษณ์ของชาติ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกร ทุกหมู่เหล่า ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ดังจะเห็นได้จากพระราชดำริด้านการเมืองการ ปกครอง พระบรมราชวินิจฉัยในการแก้ไขวิกฤติการณ์ทางการเมือง พระราชกรณียกิจและพระราชดำริด้านนโยบายสาธารณะ และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อันถือได้ว่าเป็นหัวใจของหลักรัฐศาสตร์ในการดำเนินรัฐประศาสโนบาย

แนวพระราชดำริด้านการเมืองการปกครองที่พระราชทานแก่ผู้บริหารประเทศและประชาชน ซึ่งเน้นหลักการปกครอง วิธีการปกครอง และคุณสมบัติของผู้ปกครอง เพื่อให้บังเกิดผลดีแก่ประเทศชาติ มีประโยชน์ต่อแผ่นดินและราษฎรเป็นพื้นฐาน ตามหลักการการเมืองการปกครองสมัยใหม่ แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านรัฐศาสตร์อย่างชัดเจน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ยอมรับและเคารพสักการะสูงสุดของปวงชนชาวไทย ทรงวางพระองค์ให้เข้ากับ สภาพการณ์ทางการเมืองที่ผันแปรและเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาได้เป็นอย่างดีและเหมาะสม ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติการณ์ทางการ เมือง ได้ทรงหาข้อยุติที่พึงประสงค์แก่ทุกฝ่ายได้ด้วยดี ด้วยเดชะพระบารมี พระขันติคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ยังผลให้ ประเทศชาติสามารถผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและทางสังคมมาได้โดยสันติและปราศจากความรุนแรง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง ทรงเล็งเห็นว่ารากฐานสำคัญของบ้านเมือง คือ ประชาชน จึงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทรงรับรู้สภาพปัญหาของประชาชนด้วย พระองค์เอง แล้วทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อบรรเทาปัญหา และพระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะเพื่อ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ ได้แก่ นโยบายด้านการพัฒนา การเศรษฐกิจ การศึกษา ศิลปและวัฒนธรรม การแพทย์และ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติ การแก้ไขปัญหาจราจร เป็นต้น พระราชกรณียกิจและพระราช ดำริด้านนโยบายสาธารณะดังกล่าว เป็นผลให้เกิดโครงการต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อาทิ โครงการตามพระราชประสงค์ โครงการ หลวง โครงการตามพระราชดำริ และโครงการในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นต้น

พระราชกรณียกิจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ เยือนประเทศต่าง ๆ ในทวีป ยุโรป อเมริกา และเอเชีย เพื่อเจริญและกระชับสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ รวมทั้งทรงเชิญประมุขของต่างประเทศมาเยือน ประเทศไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ ในบางกรณีก็ได้พระราชทานความช่วยเหลือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจเป็น พิเศษอีกด้วย เป็นผลให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและ ยอมรับอย่างกว้างขวางในสังคมโลก และวงการนานาชาติถวายราชสดุดีว่าทรงเป็น "กษัตริย์ทรงงาน" (Working Monarch)

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเห็นสมควรขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติให้เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกัน และเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และวงวิชาการรัฐศาสตร์สืบไป

|สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขารัฐศาสตร์|