ความสนพระราชหฤทัยต่อความทุกข์สุขของประชาราษฎร์ ประกอบกับทรงเป็นนักคิด นักวิจัย ทรงใช้ความคิดเป็นวิชาการเหล่านั้นไปทดสอบว่าสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ ให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดี ทรงมองการณ์ไกล ดังพระบรมราโชวาท เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘  กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ดังความตอนหนึ่งดังนี้
  "การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกินพอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา  เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจขั้นสูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจให้รวดเร็วแต่ประการเดียวโดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยาก ล้มเหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้ที่อารยประเทศหลายประเทศ กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงใช้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๖ แห่ง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ ในด้านเกษตรกรรม  และในด้านการสอดประสานการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของหลาย ๆ หน่วยงาน  ทั้งภาครัฐและเอกชน  รายละเอียดในกิจกรรมของแต่ละศูนย์มีดังนี้ 
๑.  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา
     ได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรยั่งยืน ดังนี้
    ๑. ศึกษาทดสอบระบบการปลูกพืช
    ๒. ศึกษาทดสอบระบบการทำฟาร์มแบบผสมผสาน
    ๓. ทดสอบปลูกข้าวขาวดอกมะลิ ๑๐๕ ในระบบการเกษตรยั่งยืน
    ๔. ศึกษารูปแบบการผลิตพืชผักและผลไม้อนามัย
        ๔.๑ ทดสอบเบื้องต้นโดยการใช้กรงตาข่ายไนล่อนคลุมกะหล่ำปลี
        ๔.๒ การใช้สารสกัดจากสะเดากำจัดศัตรูพืชแทนการใช้สารเคมี 
    ๕. การสร้างลูกผสมสองชั้นของข้าวโพดหวาน ได้ลูกผสมพันธุ์ฉัตรทอง  ฉัตรเงิน จักรา   ซึ่งแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน  นอกจากนี้ ยังมีการทำลูกผสมข้าวโพดฝักอ่อน  ถั่วฝักยาว  ถั่วพุ่ม  ถั่วเหลือง
        สำหรับการสร้างลูกผสมสองชั้นนั้น  เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริกับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ  ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา มีใจความโดยสรุปว่า ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เป็นสถานที่ทำการศึกษาการผสมพันธุ์พืช เพื่อสร้างพันธุ์พืชใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพดี  เหมาะสมทั้งสภาพแวดล้อมเพื่อเผยแพร่เทคโนโลยีสู่เกษตรกรทั่วไป ดังนั้นศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ดำเนินการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืชสำเร็จดังกล่าว  สำหรับข้าวโพดหวาน ได้พระราชทานต้นกล้าข้าวโพด จำนวน ๑๑ ต้น  ซึ่งต่อมาเรียกว่า  "พันธุ์ในหลวง" ได้มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ และใช้เป็นต้นแม่พันธุ์ต่อไป  โดยผสมกับพันธุ์ Honey Jean, Top Sweet และ HS ๒๗๑๒๗  มาผสมรวมกัน  แล้วนำมาคัดพันธุ์จะได้พันธุ์ฉัตรทอง  ที่มีคุณภาพการรับประทานสูง  ขนาดเมล็ดปานกลาง  ลักษณะเมล็ดลึกและมีความอ่อนนุ่มมาก  สำหรับพันธุ์ฉัตรเงิน เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวสีขาว  เมล็ดนิ่น  ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม พันธุ์จักรา เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับรับประทานสด และส่งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด
   ๖. โครงการหมู่บ้านปลอดภัยจากสารพิษ
   ๗. ปลูกพืชไร่พันธุ์ดีชนิดต่าง ๆ 
   ๘. ทดสอบการปลูกพืชในสภาพนาดอน
   ๙. การขยายผลการศึกษาทดสอบพืชชนิดต่าง ๆ สู่หมู่บ้านบริเวณรอบศูนย์ศึกษาฯ
 ๑๐. การเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อทำพันธุกรรมพืช
 ๑๑. สวนป่าสมุนไพร
๒. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส
    ได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรยั่งยืน ดังนี้
   ๑. โครงการศึกษาการจัดระบบปลูกพืช
   ๒. การทดสอบสาธิตการปลูกพืชแซมร่วมกับยางพารา
   ๓. การพัฒนาระบบการปลูกพืชแซมโดยมียางพาราเป็นหลัก
       ๓.๑ การปลูกพืชผักเป็นพืชแซมยางในสวนยางอ่อน อายุ ๑-๓ ปี พืชผักที่แนะนำให้ปลูกและได้ผลดี ได้แก่ กะหล่ำดอก บร็อคโครี่ ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาวปลีเบา มะเขือเทศ ผักกาดหัว มะเขือยาว ผักคะน้า กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ข้าวโพด เป็นต้น
       ๓.๒ การปลูกกาแฟร่วมกับยางพารา
       ๓.๓ การปลูกลองกองและจำปาดะร่วมกับยางพารา 
       ๓.๔  การปลูกหวายในสวนยาง
    ๔. การเลี้ยงสัตว์ในสวนยาง 
๓. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส
    ได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรยั่งยืน ดังนี้
    ๑. ทดสอบปลูกมะม่วงหิมพานต์ในพื้นที่เนิน
    ๒. นำต้นตอมะคาเดเมียพันธุ์ดี ๔ พันธุ์มาปลูก
๔. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร
    ได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรยั่งยืน ดังนี้
    ๑. การปลูกพืชต่างระดับ เพื่อศึกษาต้นแบบการปลูกพืชแบบผสมผสานหลายชนิดในพื้นที่ จำกัด (๗ ไร่) สภาพอาศัยน้ำฝนอย่างเดียว พืชที่ปลูก   มีดังนี้ 
        - พืชหลัก (ใช้เวลา ๔ ปี) ได้แก่ มะม่วง ขนุน มะขาม กระท้อน และไผ่ตง
        - พืชรอง (ใช้เวลา ๑-๒ ปี) ได้แก่ ละมุด น้อยหน่า กล้วย และสับปะรด
        - พืชแซมระยะสั้น เช่น พืชผัก ได้แก่ ฟักทอง พริก ถั่วฝักยาว ข้าวโพดฝักอ่อน
    ๒. การจัดระบบเกษตรผสมผสานในสภาพที่ราบอาศัยน้ำฝนในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาฯ 
    ๓. ศึกษาและพัฒนาระบบเกษตรผสมผสาน
        ๓.๑ แปลงสาธิตระบบเกษตรผสมผสาน พื้นที่ ๘ ไร่ มีข้าวเป็นหลัก ตามด้วยพืชสวน 
        ๓.๒ ดำเนินการในหมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาฯ 
     ๔. การปลูกพืชแซมและพืชคลุมในระหว่างแถวยางพารา 
     ๕. การปลูกพืชหลากหลายในลักษณะพืชแซม เพื่อศึกษาการลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 
     สำหรับปีแรกได้ดำเนินการปลูกผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ ดังนี้
     - ผักต่าง  ๆ ได้แก่ แครอท บร็อคโครี่ กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี คะน้า ข้าวโพด หวานพิเศษ  ถั่วพุ่ม
     - ผักปรุงรส ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ขมิ้น ยี่หร่า กระเพา โหระพา สาระแหน่
     - ผักพื้นเมือง ได้แก่ มะเขือพวง มะเขือเปราะ
     - ผักขึ้นค้าง ได้แก่ ถั่วพู ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา มะระจีน บวบหอม แตงร้าน
     - ไม้ดอก ได้แก่ เยอบีร่า มะลิ
๕. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี
    ได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรยั่งยืน ดังนี้
    ๑. ทดสอบการปลูกพืชสมุนไพร ได้ปลูกดองดึงเพื่อให้มีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตสำหรับนำไปใช้ทำเป็นสมุนไพร พร้อมทั้งพัฒนาเป็นไม้ตัดดอกด้วย
    ๒. ทดสอบการปลูกพืชแซม ได้ปลูกพริกขี้หนูแซมระหว่างต้นกระท้อน มะม่วง เป็นต้น 
    ๓. วิจัยและทดสอบระบบเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อเป็นต้นแบบ
    ๔. โครงการหมู่บ้านปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษ
๖. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี
    ได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรยั่งยืน ดังนี้
    ๑. ระบบการปลูกพืชโดยมีไม้ผลเป็นหลัก  ไม้ผลที่มีความเป็นไปได้ เช่น มะม่วง ขนุน มะขาม มะม่วงหิมพานต์ และกระท้อน 
    ๒. ระบบการทำฟาร์มผสมผสาน  โดยการปลูกไม้ผลเป็นหลัก ปลูกพืชแซมทั้งไม้ผลและพืชไร่ ปลูกพืชผักสวนครัว พร้อมทั้งเลี้ยงสัตว์และเลี้ยงปลา เพื่อการบริโภคในครัวเรือน และเป็นการเสริมรายได้เพื่อเกษตรกรอยู่รอดพึ่งพาตนเองได้
        การขยายผลเกษตรผสมผสานสู่เกษตรกร นำรูปแบบการเกษตรผสมผสานไปขยายผลสู่เกษตรกร โดยการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์และเลี้ยงปลา โดยเน้นการปลูกไม้ผลเป็นหลัก ได้แก่ มะม่วง ขนุน มะขาม มะพร้าวน้ำหอม พืชแซม ได้แก่ กล้วย น้อยหน่า พืชไร่ การเลี้ยงปลา บนบ่อปลาเลี้ยงไก่เนื้อ และไก่ไข่ 
   ๓. ระบบวนเกษตร เพื่อให้เกษตรกรได้รู้จักใช้ประโยชน์จากป่าโดยไม่ต้องตัดโค่นไม้ทำลายป่า  เป็นการอนุรักษ์สภาพป่าไม้ให้คงอยู่ ในขณะเดียวกันได้ปลูกเสริมป่าด้วยไม้ ๓ อย่างตามพระราชดำริ ได้แก่  ไม้ฟืน  ไม้สร้างบ้าน และไม้ผล (เช่น มะม่วง ขนุน มะขาม มะขามป้อม  กระท้อน มะขามเทศ กล้วย มะกอก ฯลฯ) ในขณะเดียวกันได้ปลูกเสริมด้วย พืชไร่ พืชผัก (เช่น พริก มะเขือ)  สมุนไพร (เช่น ฟ้าทลายโจร ว่านหางจรเข้ หางไหล ตะไคร้ ตะไคร้หอม) ไม้ดอก (เช่น บานชื่น ดาวเรือง)  กล้วยไม้ และเลี้ยงสัตว์ 
   ๔. ศึกษาการปลูกผักอนามัย ปลูกผักชนิดต่าง ๆ ๑๐ ชนิด ได้แก่ คะน้า ผักกาดหอม ผักกาดหัว กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี บร็อคโครี่ ผักชี กวางตุ้งไต้หวัน กวางตุ้งไทย คื่นฉ่าย โดยสร้างโรงเรือนใช้ตาข่ายไนล่อนป้องกันแมลงศัตรูพืชผัก
   ๕. การปรับปรุงพันธุ์พืช  ได้มีการทดลองทำลูกผสม ๒ ชั้นของมะเขือเทศสีดาห้วยทราย 

มะเขือเทศพันธุ์ทับทิมสยาม มะเขือเทศพันธุ์สีดา กระเจี๊ยบมรกต แตงกวา แคนตาลูป หน่อไม้ฝรั่ง พริก บวบ แตงโม มะระ แตงเทศ 

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา | ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ | ทฤษฎีใหม่

| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาพืชสวน