คำ<wbr>ประกาศ<wbr>ราช<wbr>สดุดี<wbr>เฉลิม<wbr>พระ<wbr>เกียรติ<wbr><wbr> พระ<wbr>บาท<wbr>สมเด็จ<wbr>พระปรมินทรม<wbr>หา<wbr>ภูมิ<wbr>พล<wbr>อดุลยเดช วิทยา<wbr>ศาสตร์<wbr>ดุษฏีบัณฑิต (ปฐพี<wbr>วิทยา)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระปรีชาสามารถปราดเปรื่อง ถึงพร้อมด้วยพระเมตตาคุณและพระปัญญาคุณ ยังความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรและความมั่นคงแห่งพระราชอาณาจักรตลอดมา พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งซึ่งทรงเอาพระราชหฤทัยใส่อย่างไม่ลดละ ได้แก่ การพัฒนาการเกษตร โดยมีพระบรมราโชบายส่งเสริมสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทุกระดับ ทรงเน้นการศึกษา วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการฟื้นฟู บูรณะ พัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ

แม้จะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่า ดินเป็นรากฐานของการเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศก็อาศัยดินเลี้ยงชีพโดยมิได้ดูแลรักษาอย่างเหมาะสมควบคู่กันไป ความเสื่อมโทรมของดินจึงปรากฎขึ้นอย่างแพร่หลาย ด้วยพระปรีชาญาณอันลึกซึ้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักอย่างถ่องแท้ถึงความรุนแรงและอันตรายของความเสื่อมโทรมดังกล่าวนี้ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดจากธรรมชาติด้วย จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการฟื้นฟู บูรณะ พัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรดินเป็นอเนกประการ ซึ่งล้วนแต่นำประโยชน์สุขมาสู่พสกนิกร

แนวพระราชดำริดังกล่าวข้างต้นเป็นไปตามหลักการ 5 ประการ คือ การบรรเทาปัญหาที่ดินที่ราษฎรกำลังประสบอยู่ การพัฒนาควรเป็นไปตามขั้นตอนและประหยัด การพัฒนาเกษตรกรให้สามารถพึ่งตนเองได้ การเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้และเทคนิควิชาการที่เหมาะสม และการพัฒนาทรัพยากรดินควบคู่กับการส่งเสริมและปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงส่งเสริมและสนับสนุนให้ดำเนินโครงการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินที่เป็นประโยชน์ยิ่งหลายโครงการ
การชะล้างและพังทลายของดินเป็นสาเหตุหลักของความสูญเสียธาตุอาหารพืช และความเสื่อมถอยของผลิตภาพในการผลิตพืชของดิน แต่ละปีประมาณว่าผิวหน้าดินและปุ๋ยธรรมชาติถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำคิดเป็นมูลค่าถึง 3,775 ล้านบาท และรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขุดลอกตะกอนดินที่ทับถมอยู่ในแหล่งน้ำนั้น ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท การสร้างคันดินกั้นน้ำร่วมกับมาตรการอื่น ๆ ดังที่ได้เคยดำเนินการมาแล้ว แม้จะให้ผลดีระดับหนึ่ง ก็มีค่าใช้จ่ายสูงทั้งในการก่อสร้างและการบำรุงรักษา นอกจากนี้เกษตรกรยังให้การยอมรับน้อย จึงทรงแนะนำและสนับสนุนให้ใช้มาตรการหญ้าแฝกแทน ทั้งในพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่ป่า เนื่องจากหญ้าแฝกมีรากหยั่งลึก และแพร่กระจายเป็นแผ่นลงไปในดิน อย่างถ้วนทั่ว จึงทำหน้าที่กั้นน้ำแทนคันดินได้เป็นอย่างดี พร้อมกับยึดดินไว้อย่างแข็งแรงอีกด้วย ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาก็ไม่สูง เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงกำหนดให้พุทธศักราช 2535 เป็นปีหญ้าแฝก โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมดำเนินการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกอย่างกว้างขวาง ควบคู่กับการส่งเสริมให้เกษตรกรทดลองใช้หญ้าแฝกป้องกันการชะล้างหน้าดิน ผลการดำเนินการดังกล่าวนี้พอสรุปได้ว่า มาตรการหญ้าแฝกเป็นวิธีอนุรักษ์ดินและน้ำที่ประหยัด และเกษตรกรสามารถดำเนินการเองได้สะดวก ปัจจุบันจึงเป็นวิธีอนุรักษ์ดินและน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในชนบท พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องหญ้าแฝกนี้ นอกจากช่วยเสริมสร้างจิตสำนึก การยอมรับ และความเชื่อมั่นของเกษตรกรในระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสมแล้ว ยังช่วยกอบกู้ทรัพยากรดินที่เสื่อมโทรมจนใกล้ถึงจุดวิกฤติให้คืนสู่สภาพที่ดีโดยเร็วอีกด้วย ธนาคารโลกตระหนักถึงคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงต่อมวลมนุษย์สืบเนื่องจากพระราชดำริดังกล่าว จึงได้เผยแพร่พระปรีชาสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วโลก เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2537 พร้อมกับขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นจารึกเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการถวายราชสดุดีในฐานะที่ทรงมุ่งมั่นพัฒนาและส่งเสริมการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในปีเดียวกันนี้ สมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำนานาชาติก็ได้ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสทูลเกล้าฯ ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติเป็นพระมหากษัตริย์นักอนุรักษ์ดินและน้ำดีเด่นของโลกอีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศอาศัยน้ำฝนในการเพาะปลูก จึงทรงเน้นการฟื้นฟูบูรณะแหล่งน้ำธรรมชาติที่เสื่อมโทรม กับการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติมเป็นพิเศษ เพื่อให้มีน้ำพอเพียงแก่การเพาะปลูกของเกษตรกร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการศึกษาค้นคว้าหารูปแบบที่เหมาะสมของการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และรูปแบบของการพัฒนาด้านอื่น ๆ ที่จะอำนวยให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ไม่มีพิษภัยต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ผลของการศึกษาค้นคว้าตามแนวพระราชดำริดังกล่าวนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์โดยตรงอย่างยิ่งต่อราษฎรในพื้นที่ชนบทโดยรอบแล้ว ยังอำนวยให้การฟื้นฟูลุ่มน้ำธรรมชาติที่เสื่อมโทรม และการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติมของประเทศดำเนินไปด้วยดี และประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจยิ่งอีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีอีกด้วยว่า มีพื้นที่นับล้านไร่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ที่นอกจากจะมีปัญหาดินไม่อุดมสมบูรณ์เป็นพื้นฐานแล้ว หลายกรณีดินยังมีปัญหาอื่น ๆ ทั้งทางเคมีและทางฟิสิกส์อีกด้วย การเพาะปลูกพืชจึงให้ผลผลิตต่ำ เป็นผลให้ราษฎรมีฐานะยากจน ตัวอย่างของพื้นที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดิน ได้แก่ พื้นที่ดินพรุในภาคใต้ ซึ่งเป็นทั้งดินอินทรีย์และดินเปรี้ยวจัด พื้นที่ดินเปรี้ยวจัดและดินเค็มในภาคกลาง และพื้นที่ดินทรายและดินตื้นในหลายภูมิภาค ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพอันสูงส่ง และสายพระเนตรอันยาวไกล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก 5 ศูนย์ในพื้นที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดิน โดยมีการศึกษาค้นคว้าหารูปแบบที่เหมาะสมของการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ การใช้พื้นที่ประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน การฟื้นฟูบูรณะสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ และการทำงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านเพื่อเป็นแหล่งรายได้เสริม เป็นภารกิจหลักของแต่ละศูนย์

พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการแก้ปัญหาดิน มีลักษณะเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายในทางปฏิบัติ แต่ก็เฉียบคม เหมาะเจาะ และล้ำลึกในทางวิชาการอย่างน่าพิศวง เช่น ได้ทรงแนะนำให้ใช้วิธี "แกล้งดิน" ในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวจัด โดยทำให้ดินเปียกโชกและแห้งหมาดสลับกัน พร้อมกับใส่ปูนในจังหวะและจำนวนที่เหมาะสม การทำให้ดินเปียกโชกด้วยการขังน้ำจะช่วยเร่งปฏิกิริยาปลดปล่อยกรดและสารโลหะที่เป็นพิษต่อพืช ทำให้สามารถขจัดกรดและสารดังกล่าวออกไปจากดินได้ง่ายขึ้นเมื่อทำให้ดินแห้งหมาดโดยการระบายน้ำ พร้อมกันนั้น การใส่ปูนจะทำให้ความเป็นกรดและความเป็นพิษของบางส่วนที่คงเหลือของสารดังกล่าวลดลงอีกด้วย เป็นต้น

เกษตรกรรมทฤษฎีใหม่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นต้นคิดและทรงนำออกเผยแพร่สู่ราษฎรในชนบท เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพอันลึกซึ้งและเป็นเลิศในด้านการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการอนุรักษ์ดินและน้ำในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างประหยัด ให้ผลที่คุ้มค่าและพอเพียงต่อการดำเนินชีวิตด้วยดีของแต่ละครอบครัว เกษตรกรรมทฤษฎีใหม่เต็มรูป มีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ การใช้ที่ดินทำการเกษตรตามแนวทางผสมผสานที่เหมาะสม โดยมีแหล่งน้ำและที่อยู่อาศัยของตนเองภายในพื้นที่นั้นด้วย การรวมพลังของเกษตรกรเป็นกลุ่มหรือสหกรณ์ เพื่อให้พอมีกิน มีใช้ ช่วยให้ชุมชนและสังคมดีขึ้น และการประสานกับแหล่งทุนและแหล่งพลังงาน เพื่อช่วยการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยติดตาม ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินภารกิจของศูนย์ศึกษาการพัฒนาทั้งหลายอย่างไม่ลดละ และพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ ยังผลให้งานพัฒนาพื้นที่ดินพรุ พื้นที่ดินเปรี้ยวจัด พื้นที่ดินทราย พื้นที่ดินตื้น และพื้นที่ดินเค็มของประเทศ ตามหลักการสำคัญ 5 ประการข้างต้น มีความก้าวหน้าอย่างมากมาย และอำนวยประโยชน์เป็นอเนกประการต่อการพัฒนาชนบท เกษตรกรในพื้นที่เหล่านั้นได้เข้ามาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา การใช้ประโยชน์ และการพัฒนาพื้นที่ พร้อมกับรับคำแนะนำจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง แล้วนำไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาพื้นที่และอาชีพของตน เป็นผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น และอยู่ดีมีสุขโดยทั่วกัน

พระอัจฉริยภาพอันล้ำเลิศ และพระราชกรณียกิจอันหลากหลายด้านการพัฒนาที่ดินและการอนุรักษ์ดินและน้ำ ยังผลให้การพัฒนาที่ดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ และการปรับปรุงดินเสื่อมโทรมและดินที่มีปัญหาดำเนินไปในทิศทางที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่เกษตรกรโดยทั่วหน้า และวงวิชาการปฐพีวิทยาของประเทศตื่นตัวอย่างกว้างขวางและถ้วนทั่วที่จะร่วมกันศึกษาวิจัยเพื่อฟื้นฟู บูรณะ พัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำตามแนวพระราชดำริอย่างเข้มแข็งและมุ่งมั่นต่อไป ทำให้มั่นใจได้ว่า การฟื้นฟูและอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์และผลิตภาพที่พึงประสงค์ของทรัพยากรดินและน้ำของชาติ เพื่อให้สามารถเป็นรากฐานที่เข้มแข็งและยั่งยืนของการเกษตรได้เป็นอย่างดี จะประสบความสำเร็จด้วยดีอย่างกว้างขวางในไม่ช้านี้ สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 7/2542 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 จึงเห็นสมควรขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาปฐพีวิทยา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติให้เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกัน และเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และวงวิชาการปฐพีวิทยาสืบไป

|สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาปฐพีวิทยา |