คำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
 วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วนศาสตร์) สาขาการจัดการลุ่มน้ำ

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

การจัดการลุ่มน้ำเป็นสาขาหนึ่งของวิชาวนศาสตร์ ซึ่งเป็นการนำความรู้ในลักษณะสหวิชาการนำมาประยุกต์ใช้บนพื้นฐานของหลักการ ๓ ประการ คือ การวางแผนการใช้ที่ดินที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืนตามหลักการ การอนุรักษ์และต้องมีการควบคุมมลพิษที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมในพื้นที่ลุ่มน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นจากระบบธรรมชาติเองและที่ต่อมาจากกิจกรรมของมนุษย์ อันได้แก่ การเกิดภาวะน้ำท่วม ภัยแล้ง การเกิดน้ำเน่าเสีย การชะล้างพังทลายของดิน การปลดปล่อยสารพิษลงสู่แหล่งน้ำ และ การตื้นเขินของแหล่งน้ำ เป็นต้น สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เกิดมาจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก และย่อมมีภัยร้ายแรงมากขึ้นถ้าหากเกิดขึ้นในพื้นที่ลาดชันที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ดังนั้น การบริหารพื้นที่ลุ่มน้ำบนพื้นฐานของหลักการดังกล่าวนี้จะนำไปสู่การจัดการน้ำทั้งระบบนั่นเอง โดยมีการเก็บกักน้ำ การแพร่กระจายน้ำให้มีปริมาณและการไหลของน้ำท่าที่สม่ำเสมอตลอดปี อีกทั้งมีคุณภาพน้ำที่ดี ทั้งทางด้านกายภาพ เคมีภาพ และชีวภาพ สามารถเอื้ออำนวยประโยชน์ในการใช้น้ำของมนุษย์ทั้งในพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง ตลอดเวลาที่ต้องการใช้น้ำ ความสำคัญจำเป็นต้องมีการสร้างมาตรการและแผนงานในการควบคุมกิจกรรมการใช้ทรัพยากรในลุ่มน้ำให้ถูกต้อง ภายใต้กระบวนการทางเทคโนโลยีที่เหมาะสมหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า การจัดการลุ่มน้ำต้องมีการพิจารณาดำเนินการทุกกิจกรรมในพื้นลุ่มน้ำอย่างถูกต้องและเป็นระบบ หากผิดพลาดแล้วอาจก่อความเสียหายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว กระบวนการจัดการต้องทราบสาเหตุและแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ ดังนั้น บุคคลที่จะสามารถดำเนินการจัดการลุ่มน้ำได้ดีนั้น ต้องเป็นผู้มีความรู้ศาสตร์ด้านต่าง ๆอย่างล้ำลึกและกว้างไกล สามารถคาดการณ์ต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างถูกต้องแม่นยำและสามารถในศาสตร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันให้สามารถปฏิบัติได้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

จากพระราชกรณียกิจที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ทรงปฎิบัติอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน นับตั้งแต่ทรงขึ้นเถลิงราชสมบัติเป็นต้นมา แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถอย่างยิ่งในด้านนี้พระองค์ได้ทรงเริ่มงานจัดการลุ่มน้ำอย่างจริงจังในการจัดการพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ตั้งแต่ปีพุทธศักราชศักราช ๒๕๐๗ โดยทรงเริ่มงานด้านไม้ผลและพืชเมืองหนาวเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา โครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำเพื่อรักษาพื้นที่ต้นน้ำลำธาร โครงการหลวงพัฒนาชาวเขาเพื่อกำหนดมาตรการ และวิธีปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ต่อการตั้งถิ่นฐานของชาวไทยภูเขา โครงการส่งเสริมปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อการสาธิตงานการจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบลุ่มน้ำ ทรงส่งเสริมการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อเป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของราษฎรในพื้นที่เป็นต้น โครงการเหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่ช่วยปกป้องการพังทลายของดิน การบุกรุกทำลายป่าไม้ อันเป็นแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ความมั่นคงของชาติ และพัฒนาการปกครอง ที่เข้าใกล้ชิดราษฎร โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้ของราษฎรและคุณภาพของชีวิต ที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนและตอนกลางที่มีความลาดชัน ทำให้ราษฎรที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล และผลของการดำเนินการนี้ ก็มีส่วนส่งเสริมให้มีสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีในพื้นที่ ลุ่มน้ำตอนล่าง ซึ่งก่อความผาสุกให้แก่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ พระปรีชาสามารถในการบริหารลุ่มน้ำในพื้นที่ราบหรือพื้นที่ตั้งของเมืองนั้น แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดจากโครงการ พระราชดำริต่าง ๆ ที่เอื้อประโยชน์แก่พสกนิกรทั่วหน้ากัน ได้แก่ โครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำบึงมักกะสัน ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ โครงการแก้มลิงที่ช่วยในการระบายน้ำท่าไม่ให้ท่วมกรุงเทพมหานคร โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ เป็นต้น โครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่จะเอื้อประโยชน์แก่ราษฎร อย่างถ้วนหน้า นอกจากนั้นได้มีโครงการทดลองตามแนวพระราชดำริใหม่เพื่อการปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยมูลนิธิชัยพัฒนา เช่น โครงการบำบัดน้ำเสียแบบใช้หญ้ากรองและการกำจัดขยะแบบฝังกลบในป่าชายเลนที่แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรีเป็นต้น

ผลการจัดการลุ่มน้ำของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ตามแนวทางของโครงการพระราชดำริเป็น หัวใจหลักที่ค้ำจุนงานด้านการจัดการลุ่มน้ำของประเทศ ทำให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บนภูเขาและในพื้นที่ราบได้มีฐานะและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีพื้นที่ทำกิน รู้จักการใช้ที่ดินและน้ำอย่างมีคุณค่า มีการวางแผนการทำเกษตรกรรมที่ถูกต้อง รู้จักการช่วยเหลือตัวเอง ส่งผลให้เกิดความสงบสุขทั่วอาณาจักรของพระองค์ แนวทางของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของทางราชการ นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ให้กำเนิดหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการลุ่มน้ำ ให้แนวทางการจัดการลุ่มน้ำแบบผสมผสานนำไปสู่การปฏิบัติงานเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ทำให้สามารถลดความรุนแรงที่เกิดจากปัญหาการจัดการลุ่มน้ำได้มากขึ้นตามลำดับ

ด้วยพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่องานการจัดการลุ่มน้ำของชาติ อันก่อให้เกิดประโยชน์อันใหญ่หลวงแก่ปวงพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าทุกทั่วหน้า สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๑ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วนศาสตร์) สาขาการจัดการลุ่มน้ำ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการเชิดชูพระปัญญาสามารถ และเป็นเกียรติประวัติอันสูงส่ง แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สืบไป

คำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ | พระปรีชาญานด้านการจัดการลุ่มน้ำ