ความเป็นมา

อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีอาณาเขตพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งในอดีตถือเป็นพื้นที่อันตราย อยู่ในเขตแทรกซึมและบ่อนทำลายจากกองกำลังภายนอกประเทศ การแทรกซึมดังกล่าวได้เริ่มมานานแล้วและมีระดับความรุนแรงสูงสุดในปี ๒๕๒๑ ราษฎรที่อยู่อาศัย และประกอบอาชีพบริเวณชายแดนต้องประสบภัยละทิ้งพื้นที่ทำกินอพยพหลบหนีภัยทำให้ปัญหาความทุกข์ยากเกิดขึ้นทั่วพื้นที่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร จึงได้พระราชทานพระราชดำริ ให้กองทัพบกร่วมกับกรมชลประทานทำการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองมะนาวขึ้นที่หมู่บ้านโนนดินแดง และพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสกับแม่ทัพภาคที่ ๒ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เริ่มประสานแผนงานการพัฒนา โดยจัดทำเป็นโครงการพัฒนาแบบผสมผสานในลักษณะสมบูรณ์แบบ กำหนดระยะเวลาและเป้าหมายของ การพัฒนาไว้โดยแน่นอน จนกระทั่งรัฐบาลได้สนองตอบแนวทางพระราชดำริด้วยการจัดให้มีโครงการอื่น ๆ มารองรับ เป็นโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงระดับพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ในเขตอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๒๓ เป็นต้นมา

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อดำเนินการจัดพื้นที่ทำกินด้วยวิธีการกระจายสิทธิการถือครองที่ดินให้แก่เกษตรกร พร้อมกับจัดการพัฒนาขั้นมูลฐานให้ เช่น แหล่งน้ำ ถนน รวมทั้งการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ
๒. เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคมของราษฎรในหมู่บ้าน อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ตลอดจนหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดน เพื่อสนับสนุนนโยบายการรักษาความมั่นคงภายในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

การดำเนินงานในด้านสหกรณ์

๑. งานส่งเสริมสหกรณ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เขตบุรีรัมย์ร่วมกับกรมส่งเสริม สหกรณ์ดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรขึ้นในบริเวณพื้นที่โครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะอพยพคนจากป่าเข้ามาอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านป่าไม้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความสะดวกในการปกครองและพัฒนาฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น สหกรณ์การเกษตรโนนดินแดง จำกัด ได้รับการจดทะเบียนจาก นายทะเบียนสหกรณ์เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๐ สมาชิกแรกตั้ง ๑๖๘ คน ทุนเรือนหุ้นครั้งแรก ๑๖,๘๐๐ บาท เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๐ โดยเริ่มดำเนินงานตามแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการสาธิต การจัดระบบตลาด มีการจัดตั้งโรงสีข้าว ฉางเก็บข้าว โรงเก็บและลานตากพืช ฯลฯ

จนปัจจุบัน (ณ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๙) สหกรณ์มีสมาชิก ๘๙๕ คน ทุนดำเนินงาน ๑๒.๒๔ ล้านบาท สหกรณ์ได้ ให้การสนับสนุนสมาชิกในการทำมาหากินในเรื่องเงินทุนการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจำหน่าย รวบรวมผลิตผลส่งเสริมการออมทรัพย์ การประกอบอาชีพเสริมเพื่อให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดปี ธุรกิจต่าง ๆ ที่สหกรณ์ดำเนินการประกอบด้วย

๑. ธุรกิจเครดิต
๑.๑ จัดหาเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้สมาชิกกู้ยืม เพื่อนำไปลงทุนในการประกอบอาชีพและอื่น ๆ
๑.๒ รับฝากเงินเพื่อเป็นการส่งเสริมให้รู้จักการเก็บออมไว้ใช้จ่ายเมื่อถึงคราวจำเป็น
๑.๓ ด้านการระดมทุน สหกรณ์จัดตั้งขึ้นมาจากการรวมตัวของสมาชิกสหกรณ์จึงเป็นของสมาชิก ดำเนินงาน โดยสมาชิก และเพื่อสมาชิก ดังนั้นเพื่อความมั่นคงของสหกรณ์ จึงได้มีการระดมทุนโดยให้สมาชิก ถือหุ้นในฐานะเจ้าของสหกรณ์
๒. ธุรกิจการตลาด
๒.๑ ด้านการซื้อ สมาชิกสหกรณ์มีอาชีพหลักในการทำนา ทำไร่ ผลผลิตที่ได้ส่งขายพ่อค้าในพื้นที่ การกำหนดราคาจึงเป็นของพ่อค้าแต่ฝ่ายเดียว ผลผลิตที่ขายได้จึงไม่คุ้มกับค่าการลงทุน สหกรณ์ได้ เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้เข้าไปแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือก โดยกำหนดราคารับซื้อตามราคาประกันของทางรัฐบาล หรืออาจสูงกว่าเป็นบางช่วง ซึ่งการกำหนดดังกล่าวทำให้สมาชิกและเกษตรกร ทั่วไปได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น
๒.๒ ด้านการขาย สหกรณ์ทราบถึงความจำเป็นพื้นฐานของสมาชิกในการดำรงชีวิตประจำวัน ที่มีความจำเป็น ต้องใช้เครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนวัสดุการเกษตรต่าง ๆ ในการครองชีพ สหกรณ์จึงได้จัดหาสิ่งของต่าง ๆ ตามความต้องการของสมาชิกมาจำหน่ายในราคายุติธรรม และส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์ ร้านค้าประจำหมู่บ้าน
๓. การส่งเสริมการประกอบอาชีพ เนื่องจากรายได้จากการประกอบอาชีพในการทำนา-ทำไร่ ไม่เพียงพอแก่การครองชีพ จึงได้ส่งเสริมสมาชิก ประกอบอาชีพเสริม โดยของบประมาณจากกรมส่งเสริมสหกรณ์มาสนับสนุนการขุดสระน้ำขนาดเล็กเพื่อการเกษตร ส่งเสริมให้สมาชิกดำเนินการตามโครงการเกษตรผสมผสาน คือ เลี้ยงปลา ปลูกไม้ผล ปลูกพืช หมุนเวียน ทำให้มีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี
๔. ด้านสวัสดิการแก่สมาชิก สหกรณ์ร่วมกับบริษัทประกันชีวิต จัดทำโครงการประกันอุบัติเหตุให้กับสมาชิกครั้งแรก ๖๐๐ ราย ทุนประกันรายละ ๑๐๐,๐๐๐.- บาท รวมทุนประกัน ๖๐,๐๐๐,๐๐๐.- บาท

๒. งานโรงสีพระราชทานบ้านโนนดินแดง แต่เดิมโรงสีพระราชทาน ฉางข้าว โรงเก็บพืชไร่พระราชทาน และ ลานตากผลผลิตการเกษตร ได้มีผู้มีจิตศรัทธาสร้างถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินของสหกรณ์การเกษตรโนนดินแดง จำกัด โดยอยู่ในความควบคุมดูแลของโครงการพัฒนาเพื่อความ มั่นคงพื้นที่อำเภอละหานทราย กองทัพภาคที่ ๒ (ศูนย์ประสานงานเขื่อนลำนางรอง) ระยะเริ่มแรกดำเนินการ ในลักษณะสาธิต และมีจุดประสงค์ที่จะมอบให้สหกรณ์การเกษตรโนนดินแดง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจแปรรูป ข้าวเปลือก จำหน่ายข้าวสารหมุนเวียนให้แก่สมาชิกสหกรณ์และบุคคลทั่วไปได้บริโภคในราคาที่เป็นธรรม

กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับมอบโรงสีพระราชทาน พร้อมทั้งส่วนควบซึ่งได้แก่ฉางข้าวโรงเก็บพืชไร่และลานตาก ผลิตผลการเกษตร จากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ ๒ เพื่อดำเนินการต่อในรูปสหกรณ์ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๓๔ โรงสีข้าวพระราชทานโนนดินแดงมีขนาดกำลังผลิตประมาณ ๑๒ ตัน/๒๔ ชั่วโมง ระบบ ต้นกำลังใช้กระแสไฟฟ้ามีขนาด ๓๐ แรงม้า หลังจากนั้นก็ยังมิได้ดำเนินการสีข้าวแต่อย่างใด จนกระทั่งในปี ๒๕๓๕ ได้ทำการทดลองสีข้าวเป็นครั้งแรกปรากฏว่าต้นทุนการผลิต สูงผลที่ได้ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการสี ประกอบกับเครื่องสีไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานานจึงทำให้ชำรุดทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์จึงได้ของบประมาณมาดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงเพิ่มกำลังสี สำหรับในปี ๒๕๓๖ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้อนุมัติ งบประมาณเพื่อดำเนินการต่อไป หลังจากซ่อมแซมและเพิ่มกำลังสีข้าว จาก ๑๖ ตันต่อ ๒๔ ชั่วโมง เป็น ๒๔ ตันต่อ ๒๔ ชั่วโมง ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงได้ดำเนินการสีข้าวมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากนั้นสหกรณ์ได้ดำเนินการรวบรวมข้าวเปลือกจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปในพื้นที่และอำเภอ ใกล้เคียง นำมาแปรสภาพเป็นข้าวสารและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในปีงบประมาณ ๒๕๓๘ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ จัดเงินอุดหนุน จำนวน ๒.๐๙ ล้านบาท เพื่อก่อสร้างตลาดกลางข้าวเปลือกและในปีงบประมาณ ๒๕๓๙ สหกรณ์การเกษตรโนนดินแดง จำกัด ได้รับเงินอุดหนุนในลักษณะกู้ยืมไม่เสียดอกเบี้ย จากกรมส่งเสริม สหกรณ์ จำนวน ๑ ล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินธุรกิจรวบรวมข้าวเปลือกตามโครงการพัฒนาธุรกิจข้าวเปลือก ของสหกรณ์

ราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ | พระปรีชาสามารถ | หน้าแรก