ความเป็นมา

บริเวณที่ราบเชิงเขาทางด้านตะวันตกของตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ติดต่อกับ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่ายาง (อำเภอแก่งกระจานในปัจจุบัน) จังหวัดเพชรบุรี ตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นชายแดนติดต่อระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่ามีชาวไทยภูเขา เผ่ากระเหรี่ยงตั้งบ้านเรือนกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วไปประกอบอาชีพทำไร่เลื่อนลอยล่าสัตว์หาของป่า ฯลฯ

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้พลร่มค่ายนเรศวรหัวหิน ให้การช่วยเหลือแก่ ชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง โดยจัดตั้งชุดพัฒนาการขึ้น ๒ ชุด คือ ชุดพัฒนาการ ๗๑๒ ที่บ้านป่าละอู เขตอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุดพัฒนาการ ๗๑๓ ที่บ้านป่าเต็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัด เพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรวบรวมชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง ที่กระจัดกระจาย ให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ง่ายต่อการควบคุมดูแล และเพื่อป้องกันไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่า อันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ตลอดจน การจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค และส่งเสริมอาชีพการเกษตรทั้งในด้านการผลิตและการตลาด เพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ต่อมาในระยะหลังกลับมีปัญหาการก่อการร้ายขึ้นมาอีก โดยผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ได้ซุ่มโจมตีตำรวจพลร่ม ค่ายนเรศวรที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ชายแดนบ้านห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อต้นเดือนมีนาคม ๒๕๒๐ ก่อให้เกิดความ เสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น ในคราวเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่า แต่เดิมในพื้นที่นี้ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง มาอยู่รวมกลุ่มเดียวกัน และให้ทางราชการช่วยเหลือด้านการทำมาหากิน และการประกอบอาชีพ ตลอดจน การรักษาพยาบาล และการศึกษาไม่ได้คิดที่จะดำเนินการตัดถนนข้ามเขาเข้าไปในเขตพื้นที่ดังกล่าว แต่ เนื่องจากมีประชาชนเริ่มเข้าไปจับจองทำกินในที่ดิน มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรงเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้น จึงทรงให้ดำเนินการสร้างถนนข้ามเขาเข้าไปในเขตพื้นที่ เพื่อจัดสรรที่ดินให้ประชาชนประกอบอาชีพ ไม่ให้ จับจองและไม่ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยทางราชการจะช่วยเหลือบ้างแต่ส่วนใหญ่ให้ประชาชนช่วยตนเอง

คณะรัฐมนตรีได้มีมติจัดตั้งโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ขึ้น เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๒๐ และ มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทเป็นผู้บริหารโครงการในเขตแต่ละจังหวัด การดำเนินงานตามโครงการได้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๒๐ เป็นต้นมา จนกระทั่งปัจจุบัน

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อต้องการรวมกลุ่มชาวไทยเผ่ากระเหรี่ยงที่กระจัดกระจายในเขตพื้นที่โครงการให้อยู่แหล่งเดียวกัน
๒. เพื่อส่งเสริมอาชีพของชาวไทยเผ่ากระเหรี่ยงโดยการจัดหาพื้นที่ ๆ เหมาะสม รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพทั้ง ในด้านการผลิตและการจัดจำหน่าย เพื่อให้มีอาชีพทางการเกษตรที่มั่นคง และเป็นการป้องกันการตัดไม้ ทำลายป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้อันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร
๓. ป้องกันภัยคุกคามจากลัทธิการเมืองที่อาจจะเป็นบ่อนทำลายอธิปไตย และความมั่นคงของชาติ
๔. เพื่อส่งเสริมและจรรโลงไว้ซึ่งวัฒนธรรม และจารีตธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น ให้คงอยู่สืบไป

การดำเนินงานในด้านสหกรณ์

เนื่องจากโครงการนี้มีกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยหน่วยสาธิต สหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีหน้าที่แต่เพียงในด้านการส่งเสริม เผยแพร่ หลักการและวิธีการสหกรณ์ติดต่อประสานงาน ตรวจตรา ควบคุม แนะนำช่วยเหลือสหกรณ์การเกษตรที่อยู่ใน โครงการฯ ดำเนินการเกี่ยวกับการทดลอง สาธิต และส่งเสริมการเกษตร รวมทั้งการสนับสนุนสหกรณ์ การเกษตรในโครงการฯ เพื่อให้สมาชิกรู้จักช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะยกระดับ ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิกให้ดีขึ้น

สหกรณ์ที่อยู่ในความส่งเสริมของหน่วยสาธิตสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ มีอยู่ด้วยกัน ๒ สหกรณ์คือ สหกรณ์ การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด และสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ก ห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด ผลการดำเนินงานของ สหกรณ์ฯ ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามีความก้าวหน้าเป็นลำดับ ดังจะเห็นได้จากรายงานสรุปผลการดำเนิน งาน ณ วันสิ้นปี ทางบัญชีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๙ ปรากฎว่า สหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด มีสมาชิก ๖๒๘ ครอบครัว มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น จำนวน ๖,๑๘๙,๖๐๐.๓๑ บาท มีกำไรสุทธิประจำปี จำนวน ๔๐๖,๒๘๖.๕๓ บาท

สำหรับสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ก ห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่ได้ดำเนินธุรกิจรวบรวมน้ำนมดิบจากสมาชิก เพียงแต่ดำเนินธุรกิจจัดหาสินค้าประเภทอาหารสัตว์ เครื่องมือการเกษตร และเครื่องอุปโภค บริโภค มาจำหน่ายแก่สมาชิกเท่านั้น แต่ผลการดำเนินงาน ณ วันสิ้นปีทางบัญชีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๘ ปรากฎว่าสหกรณ์ฯ มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้นจำนวน ๓๕๑,๘๘๔.๖๗ บาท และกำไรสุทธิประจำปี จำนวน ๔,๑๖๔.๓๒ บาท

โดยสรุป โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ แม้ว่าในระยะแรกของการดำเนินงานจะมีวัตถุประสงค์ในด้าน ความมั่นคงเป็นหลักก็ตาม แต่จากการดำเนินโครงการฯ ตามแนวพระราชดำริ โดยใช้ "สหกรณ์" เป็นศูนย์กลาง ในการยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาจิตใจของสมาชิกให้รู้รักสามัคคี โดยยึดหลักการ ช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ส่งผลให้เกิดประโยชน์ตามมาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการจรรโลงไว้ซึ่งจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไปนับได้ว่า โครงการนี้ประสบผลสำเร็จสมดังพระราชดำริทุกประการ

ราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ | พระปรีชาสามารถ | หน้าแรก