จังหวัดยะลา

" ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน "

ยะลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นับว่าใต้สุดของประเทศไทย เพราะอำเภอเบตงของยะลาเป็นอำเภอชายแดนใต้สุด ติดต่อกับสหพันธรัฐมาเลเซีย ยะลาเป็นเมืองใหญ่ ตัวเมืองโอ่อ่า วางผังเมืองไว้อย่างดีเยี่ยม ถนนหนทางกว้างขวางมีศูนย์ราชการอันใหญ่โตและเป็นเมืองแห่งพระพุทธไสยาสน์ สมัยศรีชัย อันนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ๑ ใน ๓ ของภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าเที่ยวชมเป็นอันมาก เป็นจังหวัดที่ห่างจากกรุงเทพ ฯ ตามเส้นทางรถยนต์ถึง ๑,๐๘๔ กิโลเมตร เศรษฐกิจการค้าขึ้นอยู่กับราคายางพาราเป็นสำคัญ ยะลามีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา จึงมีฝนตกชุกมาก มีแม่น้ำลำคลองหลายสายที่สำคัญคือ แม่น้ำปัตตานี ซึ่งต้นน้ำเกิดจากป่าเขาในจังหวัดยะลา มีฝนตกถึงปีละประมาณ ๙ เดือน มีเนื้อที่ทั้งหมด ๔,๕๒๑ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๖ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง บันนังสตา เบตง รามัน ยะหา ธารโตและกิ่งอำเภอกาบัง มีอาณาเขตทิศใต้และทิศตะวันตกติดต่อกับมาเลเซีย ทิศเหนือติดต่อกับจังหวัดปัตตานีและสงขลา ทิศตะวันออกติดต่อกับจังหวัดนราธิวาส สถานที่น่าสนใจ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่ตั้งของหลักเมืองจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวจังหวัดยะลา ตั้งอยู่ในกลางวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานยอดเสาหลักเมืองให้ใหม่เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๕ บริเวณโดยรอบเป็นสวนสาธารณะร่มรื่นสวยงาม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป และทุก ๆ ปีจะมีการจัดงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง ระหว่างวันที่ ๒๕-๓๑ พฤษภาคม สวนขวัญเมือง เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองยะลา ดัดแปลงมาจากสวนสาธารณะพรุบาโกยจัดให้เป็นสนามกีฬาและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง มีโขดหินและชายหาดจำลอง มีสนามแข่งขันนกเขาชวาเสียง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้เดินทางมาเปิดป้ายชื่อสวนขวัญเมืองเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๙ อยู่ห่างจากศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ๓๐๐ เมตร วัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ) ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง ไปตามเส้นทางยะลา-หาดใหญ่ ห่างจากตัวเมือง ๔ กิโลเมตร ตามเส้นทางไปสู่อำเภอยะหา ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดหน้าถ้ำ เพราะภายในวัดนี้มีถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง มีพระพุทธไสยาสน์ของโบราณขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายใน สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ปี พ.ศ. ๑๓๐๐ เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัยยมีขนาดความยาว ๘๑ ฟุต ๑ นิ้ว เชื่อกันว่าเดิมเป็นปางนารายณ์บรรทมสินธุ์ เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์แบบหินยาน พระพุทธไสยาสน์วัดหน้าถ้ำแห่งนี้ ชาวภาคใต้ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ ๑ ใน ๓ ของดินแดนภาคใต้ คือ พระบรมธาตุเมืองนคร ฯ พระธาตุไชยาที่สุราษฎร์ธานี และพระพุทธไสยาสน์วัดหน้าถ้ำ เขื่อนบางลาง สร้างกั้นแม่น้ำตาปีที่บ้านบางลาง ตำบลเจาะ อำเภอบันนังสตา ห่างจากตัวเมืองยะลาไปตามเส้นทางยะลา-เบตงประมาณ ๕๘ กิโลเมตร และมีทางแยกเข้าเขื่อนตรงหลักกิโลเมตรที่ ๔๖ เลี้ยวเข้าเขื่อนเข้าไปอีกประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางด้านการป้องกันอุทกภัย การชลประทาน การผลิตกระแสไฟฟ้า บริเวณเหนือเขื่อนมีศาลาชมวิว มองเห็นทัศนียภาพงดงาม แต่ทางขึ้นค่อนข้างสูงชัน รถที่จะขึ้นไปชมวิวควรจะเป็นรถที่มีสภาพดีมีกำลังแรง น้ำตกถือลองหรือน้ำตกสุขทาลัย ใช้เส้นทางยะลา-เบตง ๕๐ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายตรงนิคมสร้างตนเองภาคใต้ไปอีก ๙ กิโลเมตร เป็นธารน้ำตกที่ไหลลดหลั่นมาตามซอกเขาดูสวยยงาม น้ำตกธารโต อยู่บนเส้นทางยะลา-เบตง ห่างจากยะลาประมาณ ๕๗ กิโลเมตร มีทางแยกลูกรังเข้าไปอีก ๒ กิโลเมตร บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติบางลาง ลักษณะภูมิประเทศแถบนี้มี ป่าไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น ล้อมรอบด้วยภูเขาใหญ่ น้ำตกไหลพลิ้วลงมาจากยยอดเขาสูงเป็นชั้น ๆ ถึง ๗ ชั้น หมู่บ้านซาไก อยู่ที่หมู่ ๓ ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต ห่างจากตัวเมืองยะลาไปทางอำเภอเบตงประมาณ ๘๐ กิโลเมตร มีทางลูกรังแยกจากถนนใหญ่ บริเวณกิโลเมตรที่ ๖๗-๖๘ ไปอีก ๔ กิโลเมตร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ กรมประชาสงเคราะห์ได้รวบรวมเงาะป่าซาไก ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในเขตอำเภอเบตงและอำเภอบันนังสตาจำนวน ๒๑ ครอบครัว ๕๒ คนให้มาอยู่ ณ ที่นี้ โดยสร้างบ้านให้อยู่อาศัยและจัดสรรที่ดินพร้อมยางพาราพันธุ์ดีให้จำนวน ๓๐๐ ไร่ และได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนี ขอใช้คำว่า "ศรีธารโต" ให้ทุกคนใช้เป็นนามสกุล น้ำตกละอองรุ้ง ห่างจากยะลาประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตรตามถนนสายยะลา-เบตง สูงประมาณ ๕๐ เมตร สายน้ำยามต้องแสงแดดจะเกิดเป็นสีรุ้งสวยงาม นิคมสร้างตนเองธารโต เป็นสถานที่อันน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดยะลา ตั้งอยู่ข้างทางสายยะลา-เบตง ก่อนจะถึงน้ำตกธารโตเป็นนิคมสร้างตนเองที่กว้างขวางใหญ่โตตั้งอยู่ในระหว่างภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ชาวนิคมสร้างตนเองปลูกพืชต่าง ๆ หลายชนิดและยังสามารถปลูกโสมเกาหลีได้ดีอีกด้วย อำเภอเบตง นับเป็นอำเภอชายแดนที่น่าสนใจของจังหวัดยะลา อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๓๓ กิโลเมตร บ้านเมืองที่นี่สร้างใหญ่โต มีความเจริญทัดเทียมกับจังหวัดหรือยยิ่งกว่าบางจังหวัดของไทย ทีมีถนนเชื่อมสู่เขตสหพันธรัฐมาเลเซียที่ตรงด่านเบตง ตัวเมืองเบตงอยู่ในหุบเขา มีสวนสาธารณะบนเขาที่สวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของชาวเบตง ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอเบตงในเทศบาลมุมถนนสุขยางค์สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๗ โดยคุณสงวน จิระจินดา อดีตนายไปรษณีย์-โทรเลข อำเภอเบตงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอเบตงในเรื่องการติดต่อสื่อสาร ลักษณะของตู้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นรูปกลมทรงกระบอกแยกได้เป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนฐานและส่วนตัวตู้ ส่วนสูงของตู้คือ ๒๙๐ เซนติเมตร นับจากฐานขึ้นไปรวมความสูงของตู้ด้วยวัดได้ ๓๒๐ เซนติเมตร ปัจจุบันนี้ตู้ไปรษณีย์ใบนี้ยังใช้งานอยู่ นกนางแอ่นเบตง เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองเบตงคือเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง คือ ระยะที่ต้นยางพาราผลัดใบ (ประมาณเดือนกันยายน-มีนาคม) ในยามเย็นก่อนที่พระอาทิตย์จะลับไป เมืองเบตงจะดำทะมึนไปหมดนกนางแอ่นเหล่านี้จะบินมาจากป่าดงอย่างมืดฟ้ามัวดินและจะเกาะนอนอยู่บนสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ เบียดตัวกันแน่นขนัด ซึ่งถ้าหากไปเบตงตอนกลางวันท่านจะไม่ได้เห็นนกนางแอ่นหลงเหลืออยู่เลย วัดพุทธาธิวาส ตั้งอยู่ในตัวเมืองเบตง มีพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ สูง ๓๙.๙ เมตร เป็นสีทองโดดเด่นแลเห็นได้แต่ไกลศิลปการก่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรมศรีวิชัยยประยุกต์ บ่อน้ำร้อนเบตง ก่อนถึงอำเภอเบตง ๔ กิโลเมตร มีทางแยกขวา ๖ กิโลเมตร ถึงบ่อน้ำร้อนเบตงได้รับการตกแต่งบริเวณอย่างสวยงาม มีห้องอาบน้ำของเอกชนและร้านอาหารบริการ น้ำตกอินทสร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำสำหรับลงเล่นน้ำท่ามกลางป่าเขียวขจีโดยรอบอยู่ถัดจากบ่อน้ำร้อนเบตงไปทางหมู่บ้านปิยะมิตร ๑ อีก ๒ กิโลเมตร อุโมงค์ปิยะมิตร อยู่ถัดจากน้ำตกอินทสรไปอีก ๓ กิโลเมตร เป็นอุโมงค์ดินซึ่งอดีตขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) สร้างขึ้นบนเนินเขาในป่าทึบ สำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง บึงน้ำใส แหล่งกำเนิดปลามังกรอยู่ที่อำเภอรามัน ห่างจากตัวเมืองยะลา ๒๖ กิโลเมตร ผ่านอำเภอรามันไปทางอำเภอรือเสาะประมาณ ๘ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่เข้าสู่บ้านบึงน้ำใสหมู่ที่ ๕ ตำบลตตะโละหะลออำเภอรามัน ปลาชนิดนี้มีมากในแถบอินโดจีน มาเลเซียและประเทศไทยตอนล่าง เชื่อกันว่าใครเลี้ยงปลามังกรจะมีลาภ ราคาซื้อขายจึงค่อนข้างสูง งานประเพณี แข่งขันนกเขาชวาชิงชนะเลิศกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นงานประจำปีของจังหวัดยะลา จัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนมีนาคมทุกปีในงานจะมีขบวนแห่เปิดการแข่งขันโดยมีกลุ่มผู้เลี้ยงนกเขาชวาเสียงของประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน และชมรมผู้เลี้ยงนกเขาชวาเสียงของทุกจังหวัดในประเทศเดินทางมาร่วมการแข่งขัน และมีการจำหน่ายสินค้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์การเลี้ยงนกเขาชวาทุกชนิด