" เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.๒ แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม "
จังหวัดสมุทรสงครามตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศ ตรงชายฝั่งทะเลปากอ่าวแม่กลองห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๗๔ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๔๑๖ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๓ อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ราบต่ำ มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่าน และมีฝนตกประจำ เพราะฉะนั้นพื้นที่ส่วนใหญ่จึงเหมาะในการทำสวนผลไม้ต่าง ๆ เช่น องุ่น ฝรั่ง ลิ้นจี่ และมีการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวตามสวนมะพร้าวทั่วไป นอกจากนั้นบริเวณถนนสายธนบุรีปากท่อ ยังมีการทำนาเกลือ และฟาร์มกุ้งอีกด้วย สถานที่น่าสนใจ ดอนหอยหลอด เป็นสถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองสมุทรสงคราม เป็นสันดอนปากน้ำแม่กลองที่เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย มีอาณาบริเวณก้วางประมาณ ๓ กิโลเมตร ยาว ๕ กิโลเมตร มี ๒ แห่ง คือดอนนอกอยู่บริเวณปากอ่าว ดอนในอยู่ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว และชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็งบริเวณสันดอนนี้มีหอยอาศัยอยู่หลายชนิดโดยเฉพาะหอยหลอดเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวชมดอนหอยหลอดคือ ระยะเวลาเดือนมีนาคม-พฤษภาคม การเดินทางไปดอนหอยหลอดนั้นนอกจากไปทางรถยนต์แล้ว ยังสามารถไปทางเรือได้ด้วย โดยติดต่อสอบถามไปที่โรงเลื่อยจักรซุ่นฮวดเฮง โทร.(๐๓๔) ๗๑๑๔๖๖ หรือติดต่อที่ห้องขายตั๋วเรือข้ามฟากริมแม่น้ำแม่กลอง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) เป็นวัดใหญ่ที่สุดในจังหวัดสมุทรสงคราม มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถคือ "หลวงพ่อบ้านแหลม" ภายในบริเวณวัดเพชรสมุทรยังมีพิพิธภัณฑ์สงฆ์ ซึ่งภายในมีพระพุทธรูปและพระเครื่องในสมัยต่าง ๆ โบราณวัตถุเครื่องลายครามและธรรมมาสน์บุษบกสมัยกรุงศรีอยุธยาไว้ให้ชมด้วย สวนผลไม้ ในเขตจังหวัดสมุทรสาครแถบอำเภอกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว ชาวเมืองทำสวนทั้งผลไม้ สวนผัก สวนกล้วยไม้ สวนมะพร้าว เป็นต้น สวนผลไม้ในเขตอำเภอกระทุ่มแบน ที่มีชื่อได้แก่ สวนมะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ ละมุด และสวนกล้วยไม้ ด้านอำเภอบ้านแพ้ว มีสวนองุ่น สวนฝรั่ง นอกจากจะชมสวนแล้ว ยังมีโอกาสชมการทำน้ำตาลจากมะพร้าวอีกด้วย อุทยานพระบรมราชานุสรณืพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศหล้านภาลัย มีเนื้อที ๑๑ ไร่ เป็นที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพรพุทธเลิศหล้านภาลัย ภายในมีกลุ่มอาคารทรงไทย จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ และความเป็นอยู่ของชาวไทยในสมัยรัชกาลที่ ๒ มีพื้นที่ปลูกพันธ์ไม้ในวรรณคดี มีร้านอาหาร มีผลิตผลพื้นเมืองและงานศิลปหัตถกรรมจำหน่าย การเดินทางไปอุทยานฯ ใช้ทางหลวงหมายเลย ๓๕ สายธนบุรี-ปากท่อ ถึง กม.ที่ ๕๓ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ ผ่านจังหวัดสมุทรสงครามไปอีก ๖ กม. ถึงอุทยานฯ (มีป้ายบอกตลอดทาง) จากตัวเมืองมีรถประจำทางสายบางนกแขวกผ่านขึ้นได้ที่ตลาดเทศบางเมือง อุทยานฯ เปิดให้ชมทุกวันเวลา ๐๙.๐๐-๑๘.๐๐ น. พิพิธภัณฑ์เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชม เด็ก ๑๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดที โทร. ๒๘๒๓๒๖๔,๒๘๑๕๗๐ วัดจุฬามณี เป็นวัดโบราณอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวา หลังวัดเป็นนิวาสสถานเดิมของเด็จพระอมรินทรมาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ วัดนี้ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้างซึ่งเป็นต้นวงศ์ราชนิกุลบางช้าง เป็นผู้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดอัมพวันเจติยาราม วัดนี้เป็นวัดต้นตระกูลราชนิกุลบางช้าง สมเด็จพระรูปศิริโสภาคมหานาคนารี พระชนนีของสมเด็จพระอัมรินทรามาตย์ ทรงสร้างขึ้นเชื่อว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วัดอัมพวันฯ ตั้งอยู่ติดกับอุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระทุทธเลิศหล้านภาลัย การเดินทางจากจังหวัดสมุทรสงครามตามทางหลวงหมายเลข ๓๕ ระยะทาง ๖ กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปอีก ๑ กม. วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก เขตตำบลสระหลวง อำเภออัมพวา สิ่งเชิดหน้าชูตาของวัดนี้คือ กุฎีทอง ซึ่งสร้างในสมัยต้นรัชกาลที่ ๑ โดยเศรษฐีตระกูลบางช้าง เตาตาล ตั้งอยู่บริเวณริมเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางคนที เป็นสถานที่ผลิตน้ำตาลมะพร้าวด้วยวิธีแบบดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมและซื้อน้ำตาลมะพร้าวเป็นของฝาก ตลาดน้ำ จังหวัดสมุทรสงคราม มีตลาดน้ำอยู่หลายแห่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือตลาดแม่กลองไปได้คือ ตลาดน้ำบางน้อยสุขาภิบาลกระดังงา อำเภอบางคนที (มีในวันขึ้นแรม ๓ ค่ำ, ๘ ค่ำ และ ๑๓ ค่ำ ช่วงเวลา ๐๖.๐๐-๑๒.๐๐ น.) ตลาดน้ำอัมพวา หน้าวัดอัมพวันเจติยารามเทศบาลตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา (มีทุกวัน ช่วงเวลา ๐๗.๐๐-๑๒.๐๐ น.) งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ณ อุทยาน ร. ๒ ในงานมีการสาธิตทำอาหารคาวหวานในวรรณคดีการแสดงหุ่นกระบอก และโขนกลางแจ้ง งานลิ้นจี่ประจำปีของจังหวัด เนื่องจากสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้นานาชนิด ซึ่งมีลิ้นจี่อยู่ด้วย ดังนั้นในราวปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ทางจังหวัดจะจัดให้มีงานลิ้นจี่ประจำปี ซึ่งถือเป็นงานวันเกษตรของจังหวัดด้วย ผู้ที่สนใจจะไปเที่ยวงานสามารถสอบถามกำหนดการที่แน่นอนได้ที่ศาลากลางจังหวัด