" ชาวนครฯ อยู่เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะ ศีลธรรม กอปรกรรมดี
มีมานะพากเพียร ไม่เบียดเบียนทำอันตรายผู้ใด "
นครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของภาคใต้ มีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่กว่าเมืองใด ๆ ในภาคใต้ ในฐานะที่เคยเป็นเมืองเจ้าพระยามหานคร มีเมืองใหญ่น้อยขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช เป็นที่ประดิษฐานของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ เป็นศูนย์พระพุทธศาสนาในสมัยศรีวิชัยอยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ โดยยทางรถไฟ ๘๓๒ กิโลเมตาและ ๗๘๐ กิโลเมตรโดยทางรถยนต์ มีพื้นที่ ๙,๙๔๒.๕ ตารางกิโลเมตร ทางด้านทิศตะวันตกเป็นที่ราบสูงมีภูเขาและป่าใหญ่ แล้วค่อยลาดต่ำไปทางทิศตะวันออกจนเป็นที่ราบจดชายทะเลฝั่งอ่าวไทย มีอาณาเขตทิศเหนือจดสุราษฎร์ธานี ทิศใต้จอตรัง พัทลุงและสงขลา ทิศตะวันออกจดอ่าวไทย ทิศตะวันตกจดกระบี่ แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๗ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง ชะอวด ฉวาง เชียรใหญ่ หัวไทร ขนอม ลานสะกา ปากพนัง พิปูน ร่อนพิบูลย์ สิชล ท่าศาลา ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ นาบอน พรหมคีรี บางขันและกิ่งอำเภอถ้ำพรรณรา มีแม่น้ำสำคัญ ๆ ๔ สาย คือ แม่น้ำตาปี ปากพนัง ปากพูน และแม่น้ำนครศรีธรรมราช สถานที่น่าสนใจ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ดั้งเดิมของนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ใจกลางเมืองริมถนน ราชดำเนิน สร้างประมาณปี พ.ศ. ๑๓๐๐ สมัยอาณาจักรศรีวิชัย สร้างขึ้นลัทธิพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มีโบราณ สถานที่สำคัญมากมายอาทิ วิหารหลวง วิหารเขียน วิหารคด วิหารโพธิ์ลังกา พิพิธภัณฑสถาน ฯลฯ รอบพระมหาธาตุมีเจดีย์ ๑๕๘ องค์ ทองหุ้มยอดเจดีย์หนัก ๙๖๒ กิโลกรัม องค์พระธาตุสูงจากฐานถึงยอด ๓๗ วา ๒ ศอก กำแพงเมืองเก่า ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนินเป็นกำแพงที่ซ่อมขึ้นใหม่ตามรูปเดิมสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันยังคงเห็นเป็นแนวขนานไปกับคูเมือง ตั้งแต่ป้อมประตูชัยเหนือไปทางตะวันออกยาวประมาณ ๑๐๐ เมตร พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระพุทธสิหิงค์ ข้างศาลากลางจังหวัด ตามประวัติกล่าวว่าจำลองมาจากองค์ที่อัญเชิญมาจากลังกา เพื่อไปประดิษฐานที่กรุงสุโขทัยย เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๔๕-๑๙๔๑ นอกจากพระพุทธสิหิงค์แล้วยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่ ศิลปะสมัยอยยุธยาประทับนั่งอยู่ ชาวนครเรียกว่า "พระเงิน" และด้านหลังของหอเป็นที่เก็บอัฐิเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในสกุล ณ นคร หอพระอิศวรและเสาชิงช้า หอพระอิศวรอยู่ริมถนนราชดำเนินเดิมเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปอิศวรหลายองค์ เป็นปางหรือภาคต่าง ๆ กัน เทวรูปทั้งหมดนี้หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ นับว่าเก่าแก่มีค่ายิ่งนัก กรมศิลปากรไปบูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ และได้นำเอาเทวรูปต่าง ๆ ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุ ส่วนเสาชิงช้าได้สร้างขึ้นใหม่โดยจำลองแบบมาจากเสาชิงช้าในกรุงเทพ ฯ แต่เล็กกว่า สระล้างดาบ เป็นสถานที่ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช โดยเป็นสระน้ำที่เพชรฆาตนำดาบไปล้าง ภายหลังที่ได้ประหารชีวิตศรีปราชญ์ ปัจจุบันอยู่ในเขตโรงเรียนสตรีกัลยาณีศรีธรรมราชในตัวเมือง ศาลาโดหกหรือศาลาประดู่หก ชาวบ้านเรียกว่า ศาลาหน้าเมืองเป็นศาลานอกกำแพงเมืองตรงประตูชัยเหนือแต่โบราณ อันเป็นที่พักของคนเดินทาง ซึ่งเข้าเมืองไม่ทัน เพราะประตูเมืองปิดเสียก่อน เดิมศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ ระหว่างต้นประดู่หกต้น ชาวนครรเรียกว่า "ศาลาโดหก" ศาลาหลังที่มีอยู่ในทุกวันนี้ สร้างขึ้นใหม่ เป็นศาลาทรงไทอยู่ริมถนนราชดำเนิน ส่วนต้นประดู่ทั้งหกต้นได้ตายไปหมดแล้ว ทางเทศบาลจึงปลูกขึ้นใหม่จำนวนเท่าเดิม เพื่อเป็นที่ระลึกถึงประดู่ (โด) ทั้งหกต้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และ สาขาหอสมุดแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในเขตตำบลศาลามีชัย ซึ่งบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของวัดสวนหลวงตะวันออกมาก่อน ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เปิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ จัดแสดงโบราณวัตถุที่ค้นพบในเขตหน่วยศิลปากรที่ ๘ คือ ในแถบภาคใต้ตอนบน ๗ จังหวัด ส่วนสาขาหอสมุดแห่งชาติเปิดบริการให้ประชาชนเข้าใช้ได้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ มีหนังสือเก่าหายากและหนังสือค้นคว้าที่สำคัญส่งไปจากหอสมุดแห่งชาติส่วนกลางหลายพันเล่ม วัดจันทร์ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในย่านท่าวัง และมีชื่อเสียงในเชิงช่าง สิ่งก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถ เจดีย์ กุฏิทรงปั้นหยา หรือศิลปโบราณวัตถุ เช่น ตู้พระธรรมลายรดน้ำมากกว่า ๕ ตู้ กับพรระลากปางอุ้มบาตรที่ทำด้วยเงิน ซึ่งคหบดีชาวท่าวังสร้างถวายเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าแก่การรักษาไว้อย่างยิ่ง ที่วัดนี้ยังพบภาพพระพุทธประวัติวาดบนกระจกใส่กรอบไว้ ๑ ชุดด้วย นับว่าเป็นวัดช่างอย่างแท้จริง ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก ชายหาดปากพนังเป็นชายหาดสีขาวยาวเหยียดไปตามชายฝั่งทะเลมีแหลมตะลุมพุกเป็นแหลมทรายยาวเรีวยื่นไปในอ่าวไทย มีพื้นที่ติดกับพื้นดินบริเวณตอนบนของอำเภอปากพนังที่แหลมตะลุมพุกนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ เกิดวาตภัยรุนแรงขึ้นครั้งหนึ่ง มีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ขณะนี้แหลมตะลุมพุกได้ขยายแนวเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ด้านที่ติดกับทะเลด้านใน (อ่าวนครฯ) มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่ ส่วนด้านนอกที่ติดกับอ่าวไทยเป็นหาดทรายสะอาด ต้นสนขึ้นเป็นแนวยาวดูสวยงาม มีเปลือกหอยต่าง ๆ อยู่มาก การเดินทางไปชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุกนั้น จากตัวเมืองเดินทางไปปากน้ำพนังแล้วเช่าเรือต่อไปยังแหลมตะลุมพุกใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงหรือใช้เส้นทางนครศรีธรรมราช-ปากพนัง (ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๓) ถึงบ้านฉางฉนาก มีทางลูกรังแยกเข้าสู่ตัวแหลมตะลุมพุก แต่ทางที่สะดวกที่สุดควรเดินทางโดยทางเรือ หาดขนอม ห่างจากตัวอำเภอขนอมประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยทางหลวงสาย ๔๐๔๑ ซึ่งแยกจากทางหลวงโดยทางหลวงสาย ๔๐๑ ประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ผ่านตลาดสุขาภิบาลขนอมประมาณ ๑ กิโลเมตร จากนั้นจึงเลี้ยวขวาเข้าถึงตัวหาดขนอม หาดขนอมนั้นเป็นชายททะเลที่สวยงาม ยาวติดต่อกันประมาณ ๒-๓ หาด คือ หาดในแปร็ด หาดในเพลา และหาดปากน้ำ ซึ่งรวมกันเรียกว่า "หาดน้ำด่าน" เป็นหาดทรายยาวสลับโขดหินตั้งอยู่ระหว่างเขาที่ยื่นไปในททะเลททั้งด้านเหนือและใต้น้ำทะเลใสเล่นน้ำได้แต่ลมค่อนข้างแรง เนื่องจากเป็นอ่าวเปิด ที่หาดในเพลามีร้านค้าอาหารและบังกาโล บริการนักท่องเที่ยว หาดสิชลและหาดหินงาม อยู่ในเขตตำบลสิชล อำเภอสิชล การเดินทางใช้ทางหลวง ๔๐๑ จากอำเภอเมื่อนครศรีธรรมราชประมาณ ๓๗ กิโลเมตร จากตัวอำเภอสิชลเลี้ยวขวาไปทางบ้านปากน้ำ ๓ กิโลเมตรถึงหาดสิชล จากหาดสิชลมีถนนต่อไปอี ๑.๕ กิโลเมตร ถึงหาดหินงาม หาดสิชลเป็นชายหาดโค้งมีทิวทัศน์สวยงามชาวท้องถิ่นเรียกว่า อ่าวทองโหนด น้ำทะเลใสเล่นน้ำได้ ส่วนหาดหินงามเป็นหาดหินที่มีหินทั้งขนาดใหญ่และเล็กอยู่มากมาย ที่ชายหาดจึงไม่เหมาะที่จะเล่นน้ำ แหล่งโบราณคดีเขาคา ตั้งอยู่ที่ ต.สำเภา อ.สิชล ใช้ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑ ถึงกิโลเมตร ๙๙ เลี้ยวเข้าถนนจินดาประชาสรรค์อีก ๕ กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณอายุกว่า ๑,๕๐๐ ปี มีซากเทวสถานก่อสร้างด้วยศิลาแลงบนยอดเขาและมีชิ้นส่วนของโบราณสถานกระจายอยู่ทั่วบริเวณ หาดสระบัว อยู่ในเขตตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา การเดินทางไปชายหาดสระบัว สามารถไปถึงโดยทางหลวงหมายเลข ๔๐๑ ห่างจากอำเภอเมือง ๒๐ กิโลเมตร มีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังไปถึงชายหาดลักษณะชายหาดเป็นแนวยาวจากเหนือลงใต้ ซึ่งประกอบด้วยหาดสวรรค์นิเวศน์ หาดจันทร์เพ็ญ หาดสันติสุข หาดปากน้ำท่าศาลา หาดสระบัว หาดบ้านหน้าทัพ หาดบ้านปากพะยิง และหาดปากน้ำปากนคร อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอสะกา อำเภอเมือง อำเภอพรหมคีรี อำเภอท่าศาลา อำเภอฉวาง และอำเภอพิปูน มีเนื้อที่ ๕๗๐ ตารางกิโลเมตร ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๑๗ การเดินป่าทัศนศึกษาพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าบนเขาหลวง สามารถติดต่อผู้นำทางได้ที่หมู่บ้านคีรีวง เชิงเขาหลวง นอกจากนี้ในเขตอุทยาน ฯ ยังมีน้ำตกที่สวยงามหลายแห่งได้แก่ น้ำตกกะโรม มีทั้งหมด ๑๙ ชั้น ลำน้ำกะโรมไหลลงสู่ทะเลที่ตำบลบางจาก อำเภอเมือง มีความสูงประมาณ ๑,๓๐๐-๑,๕๐๐ เมตร พระมหากษัตริย์ไทย และพระราชวงศ์ก็เคยเสด็จประพาสน้ำตกกะโรมแห่งนี้ การเดินทางจากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๖ ไป ๙ กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๕ ทางไป อ.ลานสะกาอีก ๑๕ กิโลเมตร ซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าไปชมน้ำตกกะโรมอีก ๓ กิโลเมตร น้ำตกพรหมโลก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ๓ ชั้น มีลานหินกว้างขวางให้นักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนได้ การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้นทางสานนครศรีธรรมราช-พรหมคีรี (ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๖) ถึงกิโลเมตรที่ ๒๑ มีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวง ๔๑๓๒ อีก ๔ กิโลเมตรถึงตัวน้ำตก น้ำตกกรุงชิง มีอยู่หลายชั้น ชั้นที่น่าดูมากที่สุดได้แก่ "หนานฝนเสน่หา" เพราะน้ำตกจากหน้าผาสูงชันประมาณ ๑๐๐ เมตร กระแสน้ำแผ่เป็นผืนกว้างกระจายออกเป็นละอองเหมือนเม็ดฝน ไม่จับกันเป็นเกลียวดังน้ำตกทั่วไป ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "ฝนเสน่หา" ชื่อกรุงชิงหมาจากคำว่า "ต้นชิง" ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ตระกูลปาล์มอย่างหนึ่งที่ขึ้นอยู่ดาษดื่นในเขตนี้ การเดินทางจากตัวเมืองนคร ฯ ใช้เส้นทางหลวงสายนครศรีธรรมราช-พรหมโลก-เขาหลวง ระยะทาง ๗๐ กิโลเมตร ระยะทางเดินป่า เช้าชมน้ำตกอีก ๓.๘ กิโลเมตร ภายในบริเวณน้ำตกกรุงชิงมีที่พัก และสถานที่กางเต๊นท์พักแรม น้ำตกอ้ายเขียว ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกพรหมโลกแต่เลยไปจนถึงกิโลเมตร ๒๖ มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกอีก ๓ กิโลเมตร น้ำตกอ้ายเขียวมี ๑๕ ชั้น สภาพโดยรอบยังเป็นป่าทึบ ติดต่อขอรายละเอียดและจองที่พักได้ที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร.๕๗๙๐๕๒๙, ๕๗๙๔๘๔๒ อุทยานแห่งชาติน้ำยกโยง มีเนื้อที่ประมาณ ๒๐๒ ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอทุ่งสง อำเภอฉวาง และอำเภอนาบอน ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ที่ทำการอุทยานตั้งอยู่บริเวณน้ำตกโยง การเดินทางใช้เส้นทางนครศรีธรรมราช-ทุ่งสง ทางหลวงหมายเลข ๔๐๓ ก่อนถึง ทุ่งสง ๕ กิโลเมตรมีทางแยกขวาอีก ๓ กิโลเมตร น้ำตกโยงมีความสูงประมาณ ๑๕ เมตร มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่สามารถเล่นน้ำได้ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกในเขตอุทยานอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเขาเหมน น้ำตกคลองจังและน้ำตกหนานปลิว งานประเพณี ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ เนื่องจากที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารภายในมีพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ในปีหนึ่ง ๆ จะมีการบูชาบวงสรวง น้ำผ้ามาห่อหุ้มเพื่อความเป็นสิริมงคล ประเพณีนี้จะทำกันในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ จะมีการจัดขบวนแห่กันอย่างเอิกเกริก นำขึ้นไปถวายสักการะ ในเวลากลางคืนก็จะเวียนเทียนร่วมกัน ประเพณีบบุญสารทเดือนสิบ เป็นประเพณียิ่งใหญ่มากในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีขึ้นในวันแรม ๑๑ ค่ำ ถึง ๑๔ ค่ำเดือนสิบในราวเดือนกันยายน หรือเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นประเพณีที่แสดงความกตัญญูต่อบุพการีซึ่งล่วงลับไปแล้ว โดยผู้มีชีวิตอยู่จะนำอาหารไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ โดยทำวันแรกที่ผู้ล่วงลับต้องกลับลงไปอยู่ในนรกตามเดิม คือวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบเรียกว่า "วันสำรับใหญ่" งานเทศกาลมังคุดหวานและของดีเมืองคอน จัดขึ้นราวเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม เพื่อเผยแพร่ผลไม้ต่าง ๆ ของเมืองนคร ฯ โดยเฉพาะมังคุด ซึ่งนิยยมบริโภคขณะยังดิบอยู่ เรียกว่า "มังคุดคัด" นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ศิลปหัตถกรรมของชาวเมืองนครอันได้แก่ เครื่องถมนคร หนังตะลุง ผ้ายกนครและเครื่องใช้ทำจากย่าลิเภา