" พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูภูไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง "
นครพนม เมืองชายฝั่งแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับเมืองท่าแขกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์ และเก่าแก่ยิ่ง นับเป็นพระธาตุคู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยและชาวลาวทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำโขง นครพนม อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๗๔๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๕,๕๑๒.๗ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๐ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอนาแก อำเภอธาตุพนม อำเภอปลาปาก อำเภอเรณูนคร อำเภอท่าอุเทน อำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอโพนสวรรค์ และกิ่งอำเภอนาทม สถานที่น่าสนใจ สนามกอล์ฟภูกระแต มีเนื้อที่ประมาณ ๒๐๐ ไร่ ตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคนครพนม รอบอ่างเก็บน้ำภูกระแต เป็นสนามกอล์ฟที่ได้มาตรฐานแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีขนาด ๙ หลุม ธรรมชาติสวยสดงดงามมาก อยู่ห่างจากอำเภอเมืองเพียง ๔ กิโลเมตร ตามเส้นทางนครพนม - สกลนคร เลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ ๗๐๐ เมตร สวนหลวง ร.๙ จ.นครพนม สร้างขึ้นเพื่อ ถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ทางด้านทิศเหนือ เขื่อนหน้าเมืองนครพนม เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่อยู่ในเขตเทศบาลเมือง สำหรับชมวิวทิวทัศน์อันวิจิตรของแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นใยสำคัญไหลผ่านตัวเมือง ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยสดงดงาม โดยเฉพาะภาพพระอาทิตย์ที่โผล่ทิวเขาเหนือลำน้ำโขงนั้น เป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง บริเวณเขื่อนหน้าเมืองนี้อยู่ตรงข้ามกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สวนสาธารณะและหาดทรายท้ายเมือง นับเป็นหาดทรายน้ำจืด ที่สวยงามมาก จะมีลักษณะเป็นหาดทรายในฤดูแล้ง (ราวเดือนมีนาคม - เมษายน) บริเวณหาดทรายจะยื่นยาวออกไปกลางลำน้ำโขง ทำให้ห่างจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวไม่มากนัก หาดทรายนี้ จะอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการแขวงคำม่วน พอดี เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและชมความงามของธรรมชาติ วัดโอกาสศรีบัวบาน เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ มีศาลเจ้าหมื่น รวมทั้งพระติ้ว พระเทียม ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป และพระพรหมมา สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๘๑ โดยเจ้าผู้ครองอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ และพระศิลา (ทำด้วยหิน) ตลอดจนจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามมาก วัดนี้อยู่ริมฝั่งโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม วัดศรีเทพประดิษฐาราม (วัดศรีเทพ) เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง มีพระอุโบสถ สวยงาม และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ซึ่งมีตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุก และหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) นอกจากพระแสงจะเป็นที่เคารพสักการะแล้ว ชาวนครพนมยังเคารพนับถือรูปปั้นหลวงปู่จันทร์ (พระเทพสิทธาจารย์) อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของภาคอีสาน เรณูนคร ถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไทยซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นไว้อย่างดี อาทิ ธรรมเนียมการต้อนกับด้วยบายศรีสู่ขวัญ การเลี้ยงอาหาร อละชวนดูดอุ และการฟ้อนเรณู เป็นต้น อำเภอเรณูนคร อยู่ห่างจากจังหวัดนครพนมไปทางใต้ประมาณ ๖๑ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ พระธาตุเรณูนคร ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุเรณู สูง ๓๕ เมตร ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ ฯลฯ พระธาตุเรณูนครอยู่ห่างจากอำเภอเมืองตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ถึงกิโลเมตรที่ ๔๔ มีทางแยกเข้าพระธาตุเรณูอีก ๗ กิโลเมตร บริเวณโดยรอบวัดพระธาตุเรณู มีตลาดขายสินค้าพื้นเมือง เช่น หมอนลายขิต ผ้าไหม เป็นต้น พระธาตุพนม ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม ห่างจากตัวเมืองนครพนม ๕๒ กิโลเมตร ตามทางหลวงสาย ๑๒ จากการสำรวจของนักโบราณคดีลงความเห็นว่า พระธาตุพนมมีอายุเก่าแก่ประมาณ ๑,๕๐๐ ปี ต่อมาองค์พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ และได้รับการก่อสร้างขึ้นใหม่ตามแบบเดิม ปัจจุบันพระธาตุพนม ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ ๑๒.๓๓ เมตร ยอดฉัตรเป็นทองคำหนัก ๑๐ กิโลกรัม ทุกปีจะมีการนมัสการพระธาตุพนม ระหว่างวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๓ ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ มีประชาชนชาวไทย จากทั่วประเทศเดินทางไปร่วมงานนี้เป็นจำนวนมาก พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์บัว เตมิโย วัดศิลามงคล บ้านหลักศิลา อำเภอธาตุพนม ห่างจากอำเภอธาตุพนม ประมาณ ๕ กม. มีอัฐิธาตุ ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เครื่องอัฐบริขาร ของพระอาจารย์บัว เตมิโย และร่างกายของท่าน ซึ่งหลังจากมรณะภาพแล้วไม่เน่าเปื่อย เป็นที่เคารพนับถือ ของชาวนครพนม นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ให้ชมอีกมาก พระธาตุศรีคุณ อยู่ที่อำเภอนาแก ห่างจากอำเภอนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ประมาณ ๗๗ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๓ ไปอีก ๒๕ กิโลเมตร ถึงอำเภอนาแก (รวมระยะทาง ๑๐๒ กิโลเมตร) ลักษณะส่วนใหญ่คล้ายพระธาตุพนม ต่างกัน ตรงที่ชั้นที่ ๑ มี ๒ ตอน เป็นรูปสี่เหลี่ยม ประดับลวดลายปูนปั้น และชั้นที่ ๒ สั้นกว่าองค์พระธาตุพนม ลานสาวคอย ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานหินเรียบ มีต้นไม้เบญจพรรณขึ้นประปราย เมื่อขึ้นถึงลานหินนี้แล้ว สามารถมองเห็นยอดพระธาตุพนม รวมทั้งหนองหารในจังหวัดสกลนครได้เป็นอย่างดี ทั่วพื้นที่มีทิวทัศน์สวยงาม ความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ เนื่องมาจากหนุ่มสาวชาวบ้านสมัยก่อน เวลาจะไปหาของป่าจะนัดหมายมาคอยกันที่นี่ หรือมาเที่ยวชมความงามกันที่นี่ตลอดเวลาเลยได้ชื่อว่า ลานสาวคอย การเดินทางห่างจากอำเภอนาแกประมาณ ๖ กิโลเมตร ถนนเป็นลูกรัง ใช้ได้ทุกฤดูกาล รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงบริเวณลานสาวคอยได้ พระธาตุท่าอุเทน ประดิษฐานอยู่ ณ บ้านท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน นครพนม สุง ๓๓ วา สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ บรรจะพระธาตุของพระอรหันต์ที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศพม่า อยู่ห่างจากจังหวัดนครพนมไปทางเหนือ ๒๖ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ พระบางวัดไตรภูมิ หมู่ ๓ ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้านสมุทร สูง ๘๐ นิ้ว แท่นสูง ๒ นิ้วครึ่ง ฐานรูป ๘ เหลี่ยม สูง ๑๕ นิ้ว และฐานตั้งอยู่บนช้าง ๘ เชือก สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๐๘ เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อกันว่าถ้านำออกมาแห่จะทำให้ฝนตก เมื่อพิธีแห่สงกรานต์ ต้องนำพระบางออกมาแห่ การเดินทางจากจังหวัดนครพนมไปท่าอุเทน ๒๖ กิโลเมตร วัดไตรภูมิอยู่ในตัวอำเภอท่าอุเทน ภูลังกา เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกและ ลำธารใหญ่น้อย หลายสาย ตลอดจนเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของดอกไม้ กล้วยไม้ และพันธุ์ไม้นานาชนิด การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ นครพนม - บ้านแพง ระยะทาง ๙๒ กม. แล้วเดินทางต่อจากบ้านแพงไปอีก ๖ กม. วนอุทยานน้ำตกตาดขาม อยู่ในเขตเทือกเขาลังกา อยู่ห่างจากอำเภอบ้านแพงไป ๗ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ต้นลำธารเกิดจากเทือกเขาภูลังกา ซึ่งเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลำธารนี้ไหลมาบรรจบกันเกิดเป็นลำห้วยขาม เป็นน้ำตกไหลหลั่นลงมาถึง ๔ ชั้น สภาพโดยรอบบริเวณร่มรื่นเหมาะแก่การไปท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง สภาพการเดินทางสะดวก ปัจจุบันมีถนนลาดยางเข้าไปถึงน้ำตก น้ำตกตาดโพธิ กำเนิดจากเทือกเขาภูลังกา อยู่ใกล้กับน้ำตกตาดขาม ห่างกันประมาณ ๕ กิโลเมตร มีลักษณะสวยงามไม่น้อยกว่ากัน โดยเฉพาะในฤดูฝน สามารถมองเห็นน้ำตกนี้ได้ จากทางหลวงแผ่นดินที่เลียบแม่น้ำโขง การเดินทางอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ๑๑ กิโลเมตร รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปถึงตัวน้ำตกได้ ต้องเดินขึ้นไปประมาณชั่วโมงเศษ สองข้างทางร่มรื่น เหมาะแก่การชมความงามของธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง พระธาตุประสิทธิ์ ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุประสิทธิ์ หมู่ที่ ๑๓ ต.นาหว้า อ.นาหว้า ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๙๘ กิโลเมตร เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า ประชาชนในท้องที่ใกล้เคียงเคารพนับถือมาก การเดินทางจากตัวเมืองนครพนมไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ผ่านอำเภอท่าอุเทน ถึงบ้านนาขมิ้น จะมีทางหลวงหมายเลข ๒๐๓๒ แยกซ้ายมือเข้าอำเภอศรีสงคราม ระยะทาง ๗๒ กิโลเมตร จากอำเภอศรีสงครามไปอำเภอนาหว้า ระยะทาง ๒๖ กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๓๒ ถึงบริเวณวัด พระธาตุมหาชัย ประดิษฐาน ณ วัดโฆษดาราม ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ตามเส้นทาง นครพนม - สกลนคร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๗๖ เข้าวัดอีก ๑.๘ กิโลเมตร ถนนคอนกรีตถึงบริเวณวัดพระธาตุมหาชัย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันต์สารีริกธาตุ ภายในพระอุโบสถ นอกจากจะประดิษฐาน พระประธานคือ พระพุทธไชยสิทธิ์แล้วยังมีพระพุทธรูปสลักจากไม้ ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาอุโบสถ แสดงพุทธประวัติมีลวดลายศิลปกรรมที่งดงามหาดูได้ยากยิ่งในภาคอีสาน และที่วัดโฆษดารามนี้ ยังเป็นที่จำพรรษาของ ท่านพระครูสุนทรธรรมโฆษิต (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) พระเกจิอาจารย์ สายวิปัสนาที่สำคัญองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่เคารพ นับถือของชาวนครพนม และชาวอีสานทั่วไป การไหลเรือไฟ (เฮือไฟ) เป็นเรือที่ทำด้วยต้นกล้วย หรือไม้ไผ่ ต่อกันเป็นลำเรือ ยาวประมาณ ๕ - ๖ วา ข้างในบรรจุขนม ข้าวต้มมัดสิ่งของต่างๆ ที่จะบริจาค ด้านนอกของเรือ ประดับด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ตะเกียงสำหรับจุดไฟก่อนปล่อยลงในแม่น้ำ เพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า คราวเสด็จลงมาจากเทวโลก จัดขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ การแข่งเรือ (ส่วงเฮือ) เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน โดยจัดขึ้นระหว่างงานบุญออกพรรษา ในงานเดียวกับการไหลเรือไฟ มีความมุ่งหมาย ให้ชาวบ้านได้สนุกสนานร่วมกันก่อให้เกิดความสามัคคี ความเสียสละ และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างประชาชนชาวลาวและชาวไทย จัดขึ้นในลำน้ำโขง มีระยะทางแข่งขัน ๓ กิโลเมตร มีร่องน้ำที่ไหลเชี่ยว ยากลำบากในการแข่งขัน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า ผู้ชนะคือผู้ที่เก่งที่สุดในแถบลุ่มน้ำโขง ประเพณีแสกเต้นสาก เป็นประเพณีของชาวเผ่าแสก ที่หมู่บ้านอาจสามารถ ห่างจากตัวเมืองไป ๒๐ กิโลเมตร เป็นการเต้นบวงสรวงเจ้าที่ เต้นกันเป็นประจำทุกปี ในเดือน ๓ ขึ้น ๒ ค่ำ การจะเต้นสาก นอกจากเทศกาลจะต้องทำพิธีขอขมาก่อน ใช้หัวหมู เงิน ๒๐ บาท เหล้า ทำพิธีที่ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน โดยการเสี่ยงทางไม้สี ถ้าได้สีเดียวกันแสดงว่าเจ้าไม่อนุญาตการเต้น "แสกเต้นสาก" ใช้ไม้ยาวทาสีแดงสลับขาวเรียกสาก นำด้วยเสียงกลองจังหวะเร็ว ผู้เต้นจะต้องซอยเท้าถี่ๆ ลงไปตามจังหวะการกระทบไม้คล้ายการเต้นลาวกระทบไม้ แต่เร็วกว่ามาก