จังหวัดนครปฐม

" ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามอร่อย "

นครปฐม เป็นเมืองเก่าแก่มีความเจริญมาแต่เมื่อครั้งพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย ทรางส่งสมณทูตเดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิและเมื่อประมาณ พ.ศ. ๓๐๐ ก็ได้มีการสร้างพระปฐมเจดีย์ขึ้นเป็นครั้งแรก นครปฐมผ่านความเจริญเรื่อยมาหลายยุคหลานสมัยจนกลายเป็นเมืองร้างในที่สุดเมื่อราวพุทธศตวรรษที่๑๗ จนมาถึงในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดฯ ให้บูรณะพระปฐมเจดีย์ ซึ่งอยู่รกร้างกลางป่า ซึ่งไช้เวลาถึง ๑๗ ปี มาเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๓ ต่อมาทำให้เกิดชุมชนใหญ่รอบองค์พระปฐมเจดีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดฯ ให้ย้ายเมืองนครชัยศรีซึ่งเป็นชุมชนเดิมที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรีไปที่พระปฐมเจดีย์ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๗ เป็นเมืองนครปฐมและลดฐานะเมืองนครชัยศรีเป็นอำเภอขึ้นกับเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐมอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง ๕๘ กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข ๔ ถนนเพชรเกษม มีพื้นที่ ๒,๑๖๘.๓ ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๖ อำเภอกับ ๑ กิ่งอำเภอ คืออำเภอเมือง อำเภอนครชัยศรี อำเภอสามพราน อำเภอบางเลน อำเภอกำแพงแสน อำเภอดอนตูม และกิ่งอำเภอพุทธมณฑล การคมนาคมสะดวกสบายทั้งทางรถยนต์และรถไฟ สถานที่น่าสนใจ พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งของชาติไทยแห่งหนึ่ง อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ใจกลางเมืองนครปฐม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๓๕๐-๑,๐๐๐ เป็นพระสถูปลักษณะโอคว่ำ มีความสูง ๑๙ วา ๒ ศอก ต่อมาในปี พ.ศ.๒๓๙๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้บูรณะโดยสร้างเจดีย์องค์ใหม่ใหญ่มหึมา หุ้มเจดีย์องค์เดิมไว้ภายในมีส่วนสูงถึง ๓ เส้น ๑ คืบ ๑๐ นิ้ว ฐานวัดโดยรอบ ๕ เส้น ๑๗ วา ๓ ศอก การบูรณะมาเสร็จในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ซุ้มพระปฐมเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้มาจากเมืองศรีสัชนาลัยในสภาพชำรุดปรักหักพังเหลือแต่พระพักตร์ พระกร และพระบาท พระองค์ทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปนี้ขึ้นใหม่ซึ่งสูง ๑๒ ศอก ๔ นิ้ว แล้วนำไปประดิษฐานที่ซุ้มพระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๔๕๘ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ โบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นศิลปะสมัยทราวดี เนื่องจากนครปฐมเคยเป็นเมืองสมัยทวารวดี ซึ่งมีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๖ อนุสาวรีย์พระยาพาน อยู่ที่ริมคลองเจดีย์บูชาใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งสร้างขึ้นตามตำนานเก่าแก่ที่เล่าว่าพระยาพานเป็นผู้รับสั่งให้สร้างพระปฐมเจดีย์ขึ้น เพื่อไถ่หรือบรรเทาบาปที่ได้ฆ่าบิดา คือ พระยากงตายโดยไม่รู้ความจริงว่าพระยากงคือพ่อของตน พระราชวังสนามจันทร์และพระอนุสาวรีย์ย่าเหล พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๐ เมื่อครั้งยังทรงพระยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารบริเวณพระราชวังมีเนื้อที่ทั้งหมด ๘๘๘ ไร่เศษ มีพระยาวิศวกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) เป็นผู้ออกแบบก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๔ มีพระที่นั่งที่สำคัญหลายองค์ เช่น พระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี พระที่นั่งวัชรีรมยา พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพระตำหนักสำคัญหลายแห่ง เช่นพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เรือนทับแก้ว เรือนทับขวัญ เป็นต้น ปัจจุบันบริเวณพระที่นั่งต่าง ๆ ของพระราชวังสนามจันทร์ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดนครปฐม สำหรับอนุสาวรีย์ย่าเหลนั้นเป็นอนุสาวรีย์ของสุนัขพันธุ์ทางที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเป็นอย่างยิ่ง ตามเสด็จฯ พระองค์ไปยังสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอแต่วันหนึ่งย่าเหลถูกคนอิจฉายิงถึงแก่ความตายที่พระราชวังสนามจันทร์หลังนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลขึ้นที่หน้าตำหนักชาลีมงคลอาสน์ในพระราชวังสนามจันทร์นี้ พระประโทณเจดีย์ อยู่ริมถนนเพชรเกษมก่อนจะเข้าเมืองนครปฐม เป็นพระเจดีย์ขนาดใหญ่เก่าแก่โบราณอีกองค์หนึ่ง ซึ่งมีตำนานเล่าว่าพระยาพานเป็นผู้สั่งให้สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาบาปที่ตนได้ฆ่ายายหอม ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูตนเองมาแต่เล็กซึ่งมีพระคุณดุจมารดา หลวงพ่อวัดไร่ขิง วัดไร่ขิงอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรีในเขตอำเภอสามพราน ห่างจากกรุงเทพฯ ๓๒ กิโลเมตร มีทางเข้า ๒ ทาง คือ ทางแยกหน้าสถานีรถไฟโพธิ์แก้ว และทางแยกหน้าสวนสามพราน หวงพ่อวัดไร่ขิงเป็นพระพุทธรูปที่ชาวนครปฐมเคารพนับถือกันมาก ทุกปีจะมีงานเทศกาลไหว้พระประจำปี ซึ่งเป็นงานใหญ่ของชาวนครปฐมงานหนึ่ง สวนสามพราน อยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี ในเขตอำเภอสามพราน ห่างจากกรุงเทพฯ ๓๓ กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีสวนดอกไม้ หมู่บ้านไทย เป็นที่จัดแสดงศิลปะการละเล่นแบบไทย และวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ทุกวัน รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักงานบริษัทสวนสามพราน จำกัด โทร.๒๙๕๓๒๖๑-๔ ลานแสดงช้างและฟาร์มจรเข้สามพราน ตั้งแต่อยู่บนเนื้อที่ ๖๒ ไร่ ก่อนถึงสวนสามพราน ๑ กิโลเมตร ภายในบริเวณจัดเป็นสวนสัตว์นานาชนิด เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. มีการแสดงการจับจรเข้ด้วยมือเปล่าและการแสดงของช้าง ค่าเข้าชม คนไทยคนละ ๕๐ บาท ชาวต่างประเทศคนละ ๒๒๐ บาท รายละเอียดสอบถามได้ที่ โทร. ๒๘๔๑๘๗๓ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตั้งอยู่เลขที่ ๔๓/๒ หมู่ ๑ ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี กม.๓๑ บนเนื้อที่ ๑๒ ไร่เศษ เป็นที่จัดแสดงหุ่นซึ่งหล่อจากไฟเบอร์กลาส หรือใยแก้ว ซึ่งมีลักาณะเหมือนจริงมาก เช่นหุ่นพระอริยสงฆ์ พระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี หุ่นครอบครัวไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงนิทรรศการ สาธิตขั้นตอนการสร้างหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อเป็นประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้าของนักเรียน นักศึกษา และประชนชนทั่วไป เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๙.๐๐-๑๗.๓๐ น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการตั้งแต่เวลา ๘.๒๐-๑๘.๐๐ น. อัตราเข้าชมชาวต่างประเทศ ๑๔๐ บาท ชาวไทย ๓๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.๐๑-๒๑๑๖๒๖๑ พุทธมณฑล เป็นพระพุทธศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีบริเวณเนื้อที่ทั้งหมด ๒,๕๐๐ ไร่ ณ ตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี และตำบลระทึก อำเภอสามพรานในบริเวณมีการปลูกต้นไม้นานาชนิด และได้จัดสร้างปูชนียสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา อันได้แก่ที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และปฐมเทศนา จำลองไว้ที่พุทธมณฑลนี้ อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปปางลีลา ซึ่งมีความสูง ๒,๕๐๐ กระเบียด หรือ ๑๓.๗๕ เมตร นามว่า "พระศรีศากยทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์" ประดิษฐานเป็นศรีสง่า และเป็นที่เคารพสักการบูชาอยู่ด้วย อำเภอนครชัยศรี ปัจจุบันนอกจากจะมีส้มโอและข้าวสารแล้ว ยังมีไร่องุ่นและโรงงานทำเหล้าองุ่น ซึ่งยินดีเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกิจการของโรงงานได้ โดยติดต่อทางจดหมายถึง บริษัท ประมวลผล จำกัด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๒๐ หรือ โทร. (๐๒๔) ๓๓๑๗๘๗, ๓๓๑๙๕๔ นอกจากนั้น การล่องเรือเที่ยวในแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน) ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยเช่าเรือได้ที่ท่าเรือหน้าอำเภอนครชัยศรี หรือลงเรือเมล์ที่ท่าเรือสามพราน เทศกาลอาหารและผลไม้ จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนของทุกปี บริเวณพระปฐมเจดีย์ มีการประกวดและจำหน่ายผลไม้นานาชนิด ได้แก่ ส้มโอ มะพร้าวน้ำหอม ฝรั่ง กล้วย เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารได้แก่ กุนเชียง หมูแผ่น หมูหยอง เป็นต้น