" พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูณ ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวบึงแก่นนคร "
ขอนแก่น ขอนแก่น เมืองศูนย์กลางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของรัฐบาล เปรียบประดุจเมืองหลวงของภาคนี้ เป็นจังหวัดที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ขอนแก่นเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญมากมาย อาทิเขื่อนอุบลรัตน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธุ์ช่อง ๕ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น ขอนแก่น อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๔๔๙ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๑๐,๘๘๖ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๒๐ อำเภอ คือ อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอหนองเรือ อำเภอสีชมพู อำเภอน้ำพอง อำเภอกระนวน อำเภอชุมแพ อำเภอบ้านไผ่ อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอหนองสองห้อง อำเภอพล อำเภอภูเวียง อำเภอแวงน้อย อำเภออุบลรัตน์ อำเภอบ้านฝาง อำเภอเขาสวนกวาง อำเภอพระยืน อำเภอแวงใหญ่ อำเภอเปือยน้อย และอำเภอภูผาม่าน สถานที่น่าสนใจ ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์หลักเมือง ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาลุขใจ ถนนเทพารักษ์หน้าเทศบาลขอนแก่น สร้างเมื่อปี ๒๔๙๙ โดยนำหลักศิลาจารึกมาจากโบราณสถาน ในท้องที่อำเภอชุมแพ มาประกอบพิธีตามแนวทางพระพุทธศาสนา ทำเป็นหลักเมือง ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวขอนแก่น บึงแก่นนคร เป็นทะเลสาบเล็กๆ เนื้อที่ ๖๐๓ ไร่ อยู่กลางตัวเมือง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในเมือง มีถนนเลียบริมน้ำโดยรอบ ทิวทัศน์สวยงาม มีภัตตาคารกลางน้ำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สิ่งของที่จัดแสดงเป็นโบราณวัตถุที่ขุดได้จากหน่วยศิลปากรที่ ๗ นำมาตั้งแสดงไว้ให้ชม เช่นโบราณวัตถุที่บ้านเชียง ใบเสมาจำหลักลายจากเมืองฟ้าแดดสูงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นต้น เปิดให้ชมทุกวัน เว้นจันทร์ อังคาร ค่าผ่านประตูคนละ ๕ บาท สวนป่าสาวะถี อยู่ที่ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง เป็นสวนป่าที่มีหนองน้ำและสระน้ำขนาดย่อม ล้อมรอบด้วยแนวหินภูเขาซ้อนกันเป็นชั้นเป็นเชิง สวยงามแปลกตา เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจทางธรรมชาติ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่น โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๒ ขอนแก่น - ชุมแพ แล้วแยกขวาตรงหลักกิโลเมตรที่ ๒๘ - ๒๙ บ้านทุ่ม แล้วเข้าไปอีก ๘ กิโลเมตร ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม และศูนย์หัตถกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ ๑๔ กิโลเมตร ตามเส้นทางสายขอนแก่น - อุดรธานี (ด้านซ้ายมือ) ภายในตัวอาคารเป็นแหล่งแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านจากจังหวัดต่างๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ผ้าขิต ผ้ามัดหมี่ ผ้าไหม และผ้าฝ้าย เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าแพรวา เครื่องจักรสาน และเครื่องทองเหลือง โดยทางศูนย์จัดจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวในราคาย่อมเยา กู่แก้ว อยู่ในบริเวณเดียวกับสำนักสงฆ์กู่แก้วสามัคคี ที่บ้านหัวสระ ตำบลดอนช้าง อำเภอเมือง ห่างจากตัวจังหวัด ๒๕ กม. เป็นศาสนสถานเขมรขนาดเล็ก ประกอบด้วยปรางค์ประธานบรรณาลัยอยู่ภายในกำแพงแก้ว ทั้งหมดก่อสร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย มีสระน้ำที่ขอบสระกรุด้วยศิลาแลงเป็นขั้นบันได อยู่นอกกำแพงแก้วทางมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในระหว่างการบูรณะ ได้พบศิลาจารึก กล่าวถึงการสร้างศาสนสถานขึ้นตามพระประสงค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งราชอาณาจักรเขมรโบราณ เพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และสถานที่บำบัดรักษา โรคภัยไข้เจ็บแก่ประชาชน กู่แก้วจึงหมายถึง อโรคยาศาลา ที่กล่าวไว้ในศิลาจารึก หลักอื่นของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ และกำหนดอายุได้ว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เนื่องในพุทธศาสนาแบบมหายาน พระธาตุขามแก่น ตั้งอยู่ในวัดเจติยภูมิ ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๐๙ (ขอนแก่น - กาฬสินธุ์) ระยะทาง ๑๒ กม. เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๑๕ กม. พระธาตุองค์นี้มีตำนานเล่าว่าได้สร้างคร่อมตอมะขามที่ตายแล้วแต่กลับเจริญงอกงามขึ้นใหม่ ภายในพระธาตุบรรจุคำพรรณนาพระคุณของพระพุทธเจ้า ๙ บาท ที่เรียกว่า บวรหคุณ พระธาตุขามแก่นเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งของขอนแก่น ทุกปีในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ จะมีงานฉลองและนมัสการพระธาตุเป็นประจำ เขื่อนอุบลรัตน์ การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒ (ขอนแก่น - อุดรธานี) เป็นระยะทาง ๒๖ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าเขื่อนอีก ๒๔ กิโลเมตร เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปัจจุบัน เขื่อนนี้สร้างกั้นแม่น้ำพอง ชาวเมืองจึงเรียกกันว่า เขื่อนพองหนีบ เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ เสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นเขื่อนแบบหินทิ้งยาว ๘๐๐ เมตร สูง ๓๒ เมตร เก็บกักน้ำไว้เหนือเขื่อนถึง ๒,๕๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่อ่างเก็บน้ำกว้างถึง ๔๑๐ ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบเหนือเขื่อนอันงดงามน่าเที่ยวเขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากจะเป็นสถานที่น่าชมยิ่งแล้ว ยังเป็นที่ผลิตไฟฟ้าส่งไปยังจังหวัดต่างๆ ๘ จังหวัดอีกด้วย อุทยานแห่งชาติภูเก้า- ภูพานคำ ครอบคลุมพื้นที่เขตอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีพื้นที่ทั้งสิ้น ๓๒๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๒๐๑,๒๕๐ ไร่ ได้รับประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๘ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง มีป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ แล้วเป็นส่วนน้อยมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะแก่การเดินป่า พักแรมในบ้านพักรับรอง หรือกางเต็นท์กลางป่า การรื่นเริงรอบกองไฟ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาถึงร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ของชุมชนมนุษย์ ในสมัยบ้านเชียงในรูปศิลปะฝ่ามือ บนผนังถ้ำ การเดินทาง ใช้เส้นทางสายขอนแก่น - เขื่อนอุบลรัตน์ ถึงตลาดอำเภออุบลรัตน์ ระยะทางประมาณ ๕๐ กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทาง สายเขื่อนอุบลรัตน์ - โนนสัง ซึ่งจะต้องผ่านเข้าไปในเขตของเขื่อนอุบลรัตน์ ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ หรืออาจใช้เส้นทางสาย หนองบัวลำภู - โนนสัง ถึงสามแยกบ้านโสกจานเลี้ยวเข้าเส้นทางบ้านโสกจาน - เขื่อนอุบลรัตน์ ระยะทาง ๕๔ กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ทางอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ สำหรับนักท่องเที่ยว ติดต่อกองอุทยานฯ แห่งชาติ กรมป่าไม้โทร. ๕๗๙๐๕๒๙, ๕๗๙๔๘๔๒ อำเภอชนบท ตั้งอยู่ห่างจากขอนแก่นลงมาทางใต้ ประมาณ ๕๔ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒ (ขอนแก่น - อุดรธานี) เป็นระยะทาง ๔๔ กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร อำเภอชนบทมีชื่อเสียงในการทอผ้าไหมมัดหมี่ มีโรงงานทอผ้าและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ หลายแห่ง นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจคือ "ศาลาไหม" ตั้งอยู่ในวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับผ้าไหม และ "ศูนย์ศิลปหัตถกรรมอำเภอชนบท" เป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไหมและสินค้าพื้นเมือง ซึ่งได้รับงบประมาณการก่อสร้างจาก ททท. เมืองชัยวาน อยู่ที่อำเภอมัญจาคีรี เป็นเมืองโบราณในสมัยทวาราวดีเป็นเมืองขนาดเล็ก ตัวเมืองเป็นรูปไข่ มีกำแพงดิน ๑ ชั้น คูเมือง ๒ ชั้น ภายในกำแพงเมืองมีหลักเสมาศิลาสมัยทวาราวดีปักอยู่โดยทั่วไป ส่วนมากจมดินอยู่โผล่พ้นพื้นดินมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังไม่มีการลักลอบขุดทำลาย นับว่าได้หลักฐานการปักเสมาในสมัยทวาราวดีเป็นอย่างดียิ่ง การเดินทางจากขอนแก่นไปอำเภอมัญจาคีรี ระยะทาง ๕๖ กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางสาย มัญจาคีรี - ช่องสามหมอ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑๖ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร กู่เปือยน้อย อยู่ในบริเวณวัดธาตุกู่ทองอำเภอเปือยน้อย จัดได้ว่าเป็นศาสนสถานเขมรโบราณที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด อยู่ห่างจากจังหวัดขอนแก่น ๗๙ กิโลเมตร ตามเส้นทางสายขอนแก่น - บ้านไผ่ (ทางหลวงหมายเลข ๒) ประมาณ ๔๔ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๓ (ทางไปอำเภอบรบือ) อีก ๑๑ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปยังอำเภอเปือยน้อยอีกเป็นระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร ตัวศาสนสถานประกอบด้วย ปรางค์อิฐสามหลังบนฐานศิลาแลง บรรณาลัยก่อจากศิลาแลงอยู่ทางมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมดอยู่ภายใต้กำแพงแก้วรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทางเข้าสองด้าน ทางด้านหน้า (ทิศตะวันออก) และทางด้านหลัง ซึ่งประตูทางเข้า หรือโคปุระ เป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ มีเสาประดับกรอบประตูหินทรายสลักลวดลายสวยงามมาก อุทยานแห่งชาติภูเวียง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อ.ภูเวียง อ.สีชมพู และ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น มีเนื้อที่ประมาณ ๓๒๔.๕๒ ตร.กม. ประกอบด้วยจุดเด่นทางธรรมชาติ ที่สวยงามและมีประวัติความเป็นมาในอดีตของเมืองภูเวียงสมัยโบราณเหมาะแก่การศึกษาค้นคว้าเป็นอย่างยิ่ง การเดินทาง ใช้เส้นทางสายขอนแก่น - ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข ๑๒) เป็นระยะทาง ๔๘ กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๐๓๘ ถึงอำเภอภูเวียง ระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร แล้วใช้เส้นทางภูเวียง - บ้านเมืองใหม่ ไปจนถึงกิโลเมตรที่ ๒๓ จะถึง "ปากช่องภูเวียง" ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ จากนั้นเดินทางต่อไปถึงกิโลเมตรที่ ๓๐ เลี้ยวซ้ายตรงทางเข้าอ่างเก็บน้ำบ้านโพธิ์ ไปเป็นระยะทาง ๗.๗ กิโลเมตร จะถึง "ภูประตูตีหมา" ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ สิ่งที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่ ซากกระดูกไดโนเสาร์ มีการจัดแสดงอยู่ในอาคารที่ทำการอุทยานฯ ส่วนหนึ่ง และมีการขุดแต่งหลุมที่ขุดพบในบริเวณภูประตูตีหมา เป็นไดโนเสาร์กินพืช ในสกุล "คามาราซอรัส" มีลำตัวใหญ่มาก มีอายุ ประมาณ ๑๕๐ ล้านปี บริเวณใกล้เคียงเป็นแหล่งสำรวจแร่ยูเรเนียมของกรมทรัพยากรธรณี สุสานหอย ๑๗๕ ล้านปี เป็นฟอสซิลของหอยน้ำจืด ที่อัดตัวกันเป็นก้อนหินขนาดใหญ่หลายก้อน อยู่บนยอดเขา บริเวณภูประตูตีหมา รอยเท้าไดโนเสาร์ พบบริเวณหินลาดปาชาด บนเทือกเขาภูเวียง ต.ในเมือง อ.ภูเวียง ส่วนใหญ่เป็นรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก มีรอยเท้าไดโนเสาร์ขนาดใหญ่อยู่ ๑ รอย พระพุทธไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักบนหน้าผา ศิลปะสมัยทวาราวดี ตั้งอยู่บริเวณยอดเขาภูเวียง บริเวณบ้านไชยสอ หมุ่ ๑ ต.ไชยสอ อ.ชุมแพ การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒ (ขอนแก่น - ชุมแพ) ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๗๕ บ้านไชยสอ เลี้ยวขวาไปตามทางเกวียนถึงเชิงเขาประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง ถ้ำฝ่ามือแดง มีภาพเขียนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นรูปฝ่ามือสีแดง อยู่ที่ผนังถ้ำ การเดินทางจาก อ.ภูเวียงไปถึงบ้านภูเวียง ต.เมืองเก่าแล้วเดินทางต่อไปยังบ้านหินร่อง แล้วติดต่อผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอผู้นำชม น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกตาดฟ้าอยู่บนเขาภูเวียง ตำบลภูเวียง อำเภอภูเวียง เป็นน้ำตกสูงประมาณ ๑๕ เมตร ลักษณะเด่น และสำคัญ คือ เป็นน้ำตกธรรมชาติที่สวยงาม ส่วนการเข้าถึงนั้น โดยทางรถยนต์ห่างจากอำเภอภูเวียง ๑๘ กิโลเมตร และต่อทางขึ้นเขาไปอีก ๖ กิโลเมตร เมืองโบราณที่ชุมแพ ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า "โนนเมือง" เขตบ้านนาโพธิ์ ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๘๕ กม. ตามเส้นทางสายขอนแก่น - ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข ๑๒) ระยะทางประมาณ ๘๐ กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร สันนิษฐานว่า เป็นที่อยู่ของมนุษย์ตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ หลักฐานสำคัญจากการสำรวจและขุดค้นโดยหน่วยศิลปากรที่ ๗ ขอนแก่น ได้แก่โครงกระดูกมนุษย์และเครื่องมือ เครื่องใช้สำริด ในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ราว ๓ พันปี มาจนถึงสมัยทวาราวดี และสมัยลพบุรี วนอุทยานถ้ำผาพวง อยู่ในเขตอำเภอชุมแพ ห่างจากตัวเมืองตามเส้นทางสายขอนแก่น - ชุมแพ ๑๒๓ กิโลเมตร มีทางแยกเข้าสู่อุทยานถ้ำผาพวงอีก ๔ กิโลเมตร ถ้ำนี้เป็นถ้ำใหญ่ที่งดงามน่าเที่ยว เมื่อไปจอดรถที่เชิงเขาต้องเดินอ้อนเชิงเขาไปอีกด้านหนึ่ง เพราะปากทางเข้าสู่ถ้ำผาพวงนั้นอยู่ทางด้านเหนือ บริเวณปากถ้ำจะเห็นทิวทัศน์อันงดงามของป่าเขาใหญ่ ผานกเค้า เป็นขุนเขาสูงใหญ่ในระหว่างเขตต่อแดน อำเภอชุมแพกับอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ริมทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น ๑๒๕ กม. ผานกเค้า เป็นภูเขารูปร่างแปลก ตระหง่านอยู่ริมลำน้ำพอง มองไกลออกไปจะเห็นภูกระดึงอยู่ไกลลิบ เทศกาลดอกคูนเสียงแคน สถานที่จัดงานบริเวณสวนรัชดานุสรณ์ บึงแก่นนคร สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และที่ชุมนุมสังสรรค์ ของชาวขอนแก่น งานเริ่มวันที่ ๑๓ - ๑๙ เมษายน ของทุกปี กิจกรรมเริ่มด้วยการทำบุญตักบาตรร่วมกันสรงน้ำพระและการแสดงของขบวนเกวียนบุปผชาติ ซึ่งปกติใช้เป็นเกวียนเพื่อขนส่งสินค้าทางการเกษตร ในงานนี้จะตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสี เพื่อประกวดความสวยงามและแนวความคิดสร้างสรรค์ งานเทศกาลไหมและประเพณีผูกเสี่ยว จัดขึ้นในราวปลายเดือนพฤศจิการยน ถึงต้นเดือนธันวาคม เป็นเวลา ๑๐ วัน ๑๐ เดือน เป็นประจำทุกปี บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดและ สวนรัชดานุสรณ์ งานเทศกาลไหมและประเพณีผูกเสี่ยวนี้ สืบเนื่องมาจากประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอาชีพรองที่ขึ้นหน้าขึ้นตา ได้แก่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้าต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ให้ความสนับสนุนจนจังหวัดขอนแก่นเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่มีชื่อเสียง ประกอบกับมีประเพณีการผูกเสี่ยว ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียม ดั้งเดิมของภาคอีสาน ที่มุ่งให้คนรุ่นเดียวกันรักใคร่เป็นพี่น้อง ช่วยเหลือกันเรียกว่า เป็น "คู่เสี่ยว" ขึ้นโดยมุ่งส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหมและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้ ในงานจะมีขบวนแห่คู่เสี่ยว และพานบายศรีของอำเภอต่างๆ มีพิธีผูกเสี่ยว การประกวดผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน งานพาข้าวแลง (การรับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมืองอีสาน) เป็นต้น