" ชัยภูมิทิวทัศน์สวย รวยป่าใหญ่ มีช้างหลาย
ดอกไม้งาม ลือนามวีรบุรุษ สุดยอดผ้าไหม พระใหญ่ทวาราวดี "
ชัยภูมิ เป็นจังหวัดที่อยู่เกือบกึ่งกลางประเทศไทย มีขุนเขาดงพญาเย็นอยู่ด้านตะวันตก และเขาเขียวทางด้านเหนือ เดิมชัยภูมิเกือบจะเรียกได้ว่า เป็นเมืองปิดเพราะขาดเส้นทางคมนาคมกับจังหวัดอื่นๆ ปัจจุบันนี้การคมนาคมสะดวกมากทั้งทางรถไฟ และทางรถยนต์ นอกจากนั้นยังมีสถานที่น่าเที่ยวและน่าสนใจ อยุ่หลายแห่งด้วยกัน ชัยภูมิ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๓๔๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๑๒,๗๗๘.๓ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๓ อำเภอ ๒ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอบ้านเขว้า อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอหนองบัวแดง อำเภอจัตุรัส อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอภูเขียว อำเภอบ้านแท่น อำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสาร อำเภอเทพสถิต อำเภอหนองบัวระเหว กิ่งอำเภอภักดีชุมพล และกิ่งอำเภอ เนินสง่า สถานที่น่าสนใจ อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ประดิษฐานอยู่ตรงวงเวียนศูนย์ราชการ ปากทางเข้าสู่ตัวเมืองชัยภูมิ อนุสาวรีย์แห่งนี้ ชาวจังหวัดชัยภูมิได้ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระยาภักดีชุมพล ผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ ซึ่งชาวชัยภูมิทั้งหลาย เรียกท่านว่า "เจ้าพ่อพระยาแล" ศาลเจ้าพ่อพระยาแล ตั้งอยู่ริมหนองปลาเฒ่า ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ ๓ กิโลเมตร แยกทางเข้าไปจากถนนใหญ่สายชัยภูมิ บ้านเขว้า เลี้ยวขวาเข้าสู่ริมหนองปลาเฒ่าที่ริมน้ำแห่งนี้มีต้นมะขามใหญ่ซึ่งกล่าวกันว่าเจ้าพระยาและถูกทหารเวียงจันทร์ ฆ่าที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๙ มีศาลสร้างด้วยไม้ตั้งอยู่ใต้ต้นมะขาม ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ชาวจังหวัดชัยภูมิได้พร้อมใจกันสร้างศาลพระยาภักดีชุมพล ขึ้นประดิษฐานรูปหล่อของท่านไว้ภายใน เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองชัยภูมิ ปรางค์กู่ นับเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ ของชัยภูมิ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัว ตำบลในเมือง เขตอำเภอเมือง เดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ ประมาณ ๑ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร ปรางค์กู่นี้ก่อด้วยศิลาแลง ภายในมีพระพุทธรูปสมัยทวาราวดีประดิษฐานอยู่องค์หนึ่ง เป็นที่เคารพสักการะของชาวชัยภูมิ ทั่วไป มีงานสรงน้ำพระพุทธรูปที่ปรางค์กู่ทุกปีในวันเพ็ญเดือน ๕ ติดต่อกัน ๓ วัน ภูพระ เป็นภูเขาเตี้ยๆ มีโบราณวัตถุคือ รอยสลักหินเป็นพระพุทธรูปกลุ่มหนึ่ง มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ นั่งขัดสมาธิเพชร ชาวบ้านเรียกว่า "พระเจ้าองค์ตื้อ" ภูพระตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลนาเสียว เขตอำเภอเมือง การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ (ชัยภูมิ - ภูเขียว) ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามเส้นทางสายนาเสียว - ห้วยชัน เข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร ถึงแยกซ้ายเข้าไปอีก ๑ กิโลเมตร ภูแฝก เป็นที่พักผ่อนท่องเที่ยวอันร่มรื่น และงดงามด้วยธรรมชาติอีกแห่งหนึ่ง ของชัยภูมิ อยู่ในตำบลโพนทองจากชัยภูมิตามถนนสาย ชัยภูมิ - ภูเขียว ๑๐ กิโลเมตร จะมีทางแยกเข้าภูแฝกอีก ๕ กิโลเมตร ภูแฝกเป็นเนินเขาเตี้ยๆ มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น มีลานหินเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทภูแฝก มีพระภิกษุมาตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นที่นี่ อุทยานแห่งชาติตาดโตน ในบริเวณอุทยานมีน้ำตกหลายแห่ง โดยเฉพาะน้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกที่งดงามของชัยภูมิ จากตัวเมืองถึงอุทยานระยะทางประมาณ ๒๑ กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๒๐๕๑ ผู้สนใจพักแรมในเขตอุทยานฯ ติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๕๗๙๐๕๒๙,๕๗๙๔๘๔๒ บ้านเขว้า มีชื่อเสียงในการทอผ้าไหมคุณภาพดี ลวดลายสวยงามอยู่ห่างจากตัวจังหวัดตามทางหมายเลข ๒๒๕ เพียง ๑๓ กิโลเมตร กู่แดง เป็นโบราณสถานแบบขอม ก่อด้วยศิลาแลง ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ฐาน เสากรอบประตูทั้งสี่ด้าน และพบทับหลังสลักลวดลายงดงาม กู่แดงตั้งอยู่ภายในวัดกุดยาง ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ ผ่านอำเภอบ้านเขว้าถึงบ้านหลุมโพธิ์ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าบ้านกุดยางประมาณ ๘ กิโลเมตร ผาเกิ้ง เป็นหน้าผาสูงของยอดเขาแลนคา ซึ่งเป็นภูเขาที่กั้นอาณาเขตระหว่างอำเภอเมืองชัยภูมิ และอำเภอหนองบัวแดง ตั้งอยู่ห่างไปทางตะวันออกของชัยภูมิประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๕๙ บนผาเกิ้งนี้มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ มีส่วนสูงถึง ๑๔ ศอก (๗ เมตร) นาม "พระพุทธชัยภูมิพิทักษ์" บริเวณโดยรอบได้รับการปรับปรุงเป็นพุทธอุทยานร่มรื่น ถ้ำวัวแดง เป็นถ้ำใหญ่ที่สวยน่าเที่ยวของชัยภูมิ ตั้งอยู่ในตำบลนางแดด อำเภอหนองบัวแดง ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ๖๐ กิโลเมตร การเดินทางไปถ้ำวัวแดงยังไม่สะดวก ต้องเดินป่าฝ่าดง แต่ได้เที่ยวป่าอย่างสนุก ในบริเวณถ้ำวัวแดง มีถ้ำใหญ่น้อยหลายแห่ง เช่น ถ้ำยายชี ถ้ำบ่อทอง เป็นต้น บึงนกเป็ดน้ำคอนสวรรค์ บริเวณหนองแวง อำเภอคอนสวรรค์ ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ตามเส้นทางสายชัยภูมิ - บัวใหญ่ (ทางหลวงหมายเลข ๒๐๒) ในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อนจะมีฝูงนกเป็ดน้ำอพยพมาอาศัยนับหมื่นนับแสนตัว อาทิ นกเป็ดแดง เป็ดคับแค นกอีล้า และนกอีแจว พระธาตุหนองสามหมื่น หรือพระธาตุบ้านแก้ง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอภูเขียว การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ผ่านอำเภอภูเขียว ถึงบ้านหนองสองห้อง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๕๕ ระยะทาง ๙ กิโลเมตร ถึงบ้านแก้ง เลี้ยวซ้ายเข้าวัดบ้านแก้งอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร องค์พระธาตุอยู่ในบริเวณวัด พระธาตุหนองสามหมื่น เป็นพระธาตุที่มีลักษณะสวยงามและสมบูรณ์ ที่สุดองค์หนึ่ง ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากลักษณะสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่ผสมผสานกันระหว่างล้านนา ล้านช้างและอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๒ ในสมัยพระไชยเชษฐาธิราชแห่งราชอาณาจักรลาว นอกจากนี้ บริเวณที่ตั้งพระธาตุหนองสามหมื่นแต่เดิม เคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวาราวดีที่มีขนาดใหญ่เมืองหนึ่ง อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖ เนื่องจากปรากฏร่องรอยของคูน้ำคันดิน และโคกเนินโบราณสถานหลายแห่ง รวมทั้งโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น กลุ่มใบเสมาหินทราย ฯลฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อยู่บนเส้นทางที่จะเข้าเขื่อนจุฬาภรณ์ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๒๔ - ๒๕ ทางด้านซ้ายมือ พื้นที่ครอบคลุมเขตป่าเขาของอำเภอคอนสารประมาณ ๓๐๐ ไร่ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ เป็นศูนย์ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ประเภทสัตว์ปีกและสัตว์กีบ เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง กระจง เป็นต้น โดยจัดที่อยู่ให้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด และทำทางเดินให้ผู้ที่สนใจ และรักธรรมชาติ ได้เข้าไปศึกษาชีวิตสัตว์เหล่านั้นด้วย การเข้าชม ถ้าเป็นคณะใหญ่ๆ ต้องขออนุญาตจากหัวหน้าเขตที่หน้าประตูทางเข้าก่อน เพราะในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต้องการความเงียบ ดังนั้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษา เรื่องชีวิตสัตว์ จริงๆ เข้าชม ทุ่งกะมัง เป็นที่ราบกว้างใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยทุ่งหญ้าซึ่งเรียกว่า "หญ้าสะบัด" กว้างขวางเขียวขจีล้อมรอบด้วยภูเขาในเนื้อที่กว่า ๑ ล้านไร่ อยู่ในเขตอำเภอคอนสาร ภูเขียวและเกษตรสมบูรณ์ เป็นโครงการในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าและนำสัตว์ป่าคืนถิ่น เพราะในบริเวณนั้นมีสัตว์ประเภท เก้ง กวาง กระจง และนกต่างๆ ชุกชุม ได้มีการนำเอาดินโป่งไปใส่ไว้เป็นจุดๆ ใกล้อ่างเก็บน้ำ เพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งนั้น สำหรับทุ่งหญ้าเขียวขจีนั้นก็เป็นอาหารของเก้ง และกวาง ในฤดูร้อน บางครั้งมีไฟป่าพัดมาทำให้ต้นหญ้าถูกไฟป่าไหม้หมด แต่เมื่อถึงเวลาฝนตกลงมรา ต้นหญ้าก็จะแตกต้นอ่อนขึ้นมาเขียวขจีอีกครั้งเพื่อเป็นอาหารของสัตว์ต่อไป บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำ การเดินทางไปทุ่งกะมังใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่จะไปเขื่อนจุฬาภรณ์ ก่อนถึงอำเภอคอนสารประมาณ ๕๐ เมตร จะมีทางลูกรังแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ในฤดูฝนการเดินทางโดยทั่วไปไม่ค่อยสะดวกนัก เขื่อนจุฬาภรณ์ (เขื่อนน้ำพรม) เป็นเขื่อนเก็บกักน้ำของกรมชลประทาน แต่เดิมมีชื่อว่า เขื่อนน้ำพรม อยู่ในเขตอำเภอคอนสาร ต่อมาได้รับพระราชทานมงคลนามว่า "เขื่อนจุฬาภรณ์" ทะเลสาบหรือแอ่งน้ำเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์งดงามยิ่ง จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมเป็นจำนวนมาก และมีบ้านพักรับรอง ติดต่อได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต บางกรวย นนทบุรี การเดินทาง ใช้เส้นทางชัยภูมิ - ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข ๒๐๑) ๙๘ กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อมาตามทางสายชุมแพ - หล่มสัก (ทางหลวงหมายเลข ๑๒) อีก ๒๑ กิโลเมตร ถึงทางแยกซ้ายเข้าสู่เขื่อนจุฬาภรณ์ ระยะทาง ๓๙ กิโลเมตร ป่าหินงาม เป็นป่าที่มีหินก้อนใหญ่รูปร่างแปลกๆ กระจายอยู่ทั่วบริเวณ เป็นพื้นที่กว่า ๒๐๐ ไร่ มีต้นไม้เล็กใหญ่ และกล้วยไม้ต่างๆ ขึ้นเต็มบริเวณหินบางกลุ่มมีรูปร่งคล้ายตะปู บางกลุ่มคล้ายหัวพญานาค และบางกลุ่มคล้ายปราสาทโบราณ ในฤดูฝนและฤดูหนาว จะมีดอกไม้ป่าชนิดต่างๆ ขึ้นอยู่เต็มบริเวณ การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิไปตามเส้นทางสายชัยภูมิ - บ้านหนองบัวโคก (ทางหลวงหมายเลข ๒๐๑) แล้วเลี้ยวขวาที่ทางแยกบ้านหนองบัวโคก เข้าเส้นทางสายหนองบัวโคก - ชัยบาดาล (ทางหลวงหมายเลข ๒๐๕) ถึงอำเภอเทพสถิตระยะทางประมาณ ๑๑๒ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าป่าหินงามอีก ๒๙ กิโลเมตร ทางเป็นทางลูกรังในฤดูฝน การคมนาคมไม่ค่อยสะดวก บ้านค่าย บ้านค่ายหรือบ้านค่ายหมื่นแผ้ว คือหมู่บ้านช้างของชัยภูมิ ห่างจากตัวเมือง ๑๒ กิโลเมตร สมัยชัยภูมิยังเป็นเมืองหน้าด่านเล็กๆ หัวหน้าบ้านค่าย มีหน้าที่เลี้ยงช้างหลวง จนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นแผ้ว ชาวบ้านค่ายในปัจจุบัน ยังมีอาชีพจับช้างป่ามาฝึกให้เชื่อง ชัยภูมิจึงเป็นเมืองที่มีช้างมากไม่น้อยไปกว่าจังหวัดสุรินทร์ งานเจ้าพ่อพระยาแล จัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นการถวายสักการะแด่เจ้าพ่อพระยาแล และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ในงานจะมีพิธีถวายช้างแด่พระยาภักดีชุมพล หรือเจ้าพ่อพระยาแล มีการประกวดผลิตผลทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน การประกวดธิดาพระยาแล ตลอดจนการออกร้านสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ท้องถิ่นที่น่าสนใจ