กรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ เดิมเรียกชื่อกันว่าเมืองบางกอก ครั้นต่อมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงปราบดาภิเษกเป็น
ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกรุงเทพฯ ขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่แทนกรุงธนบุรี โดยทรงประกอบพิธีตั้ง
เสาหลักเมือง เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๓๒๕ เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติเมื่อ วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๓๒๕ แล้วพระราชทานนามพระนครนี้ว่า "กรุงเทพ
มหานครบวรรัตนโกสินทร์มหินทรายุธยามหาดิลกภพนพรัตน์ ราชธานีบุรีรมย์อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยะวิษณุ
กรรมประสิทธิ์" ต่อมารัชกาลที่ ๔ ทรงเปลี่ยนนามตรงบวรรัตนโกสินทร์เป็นอมรรัตนโกสินทร์ ครั้งต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๑๔ รัฐบาล
ได้มีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๔ รวมจังหวัดพระนครและธนบุรีเข้าด้วยกันเรียกชื่อว่านครหลวงกรุงธนบุรี หลังจากนั้นได้มีประกาศคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๓๓๔ วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๕ ปรับปรุงการปกครองใหม่และเรียกชื่อใหม่เป็นกรุงเทพมหานคร แต่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า กรุงเทพฯ ซึ่งเป็น
เมืองหลวงของประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางทางด้านการปกครอง การคมนาคมขนส่ง การค้าพาณิชย์ การสื่อสาร ฯลฯ
กรุงเทพฯ มีเนื้อที่ ๑,๕๖๕.๒ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๓๖ เขตได้แก่ เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย ปทุมวัน
สัมพันธวงศ์ บางรัก ดุสิต บางซื่อ พญาไท ราชเทวี ยานนาวา สาธร บางคอแหลม ห้วยขวาง พระโขนง ประเวศ คลองเตย บางกระปิ บึงกุ่ม
ลาดพร้าว บางเขน จตุจักร ดอนเมือง มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ธนบุรี คลองสาน บางกอกน้อย บางพลัด บางกอกใหญ่ ตลิ่งชัน
บางขุนเทียน จอมทอง ราษฎร์บูรณะ ภาษีเจริญ และหนองแขม
สถานที่น่าสนใจ
พระบรมมหาราชวัง
รัชกาลที่ ๑ ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมาที่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นใหม่ โดยให้
ถือแนวการก่อสร้างแบบกรุงศรีอยุธยา โดยประกอบด้วยพระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถานและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่ ๑๓๒ ไร่
สร้างเสร็จสมบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๘ ในรัชกาลต่อๆมาได้มีการสร้างพระที่นั่งองค์ต่างๆ เพิ่มอีกหลายองค์ พระที่นั่งที่สำคัญๆ ในพระบรมมหา
ราชวังได้แก่ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท พระที่นั่งราชกรัณยสภา พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งอัมรินทร์
วินิจฉัย พระที่นั่งดุสิตดาภิรมย์ หอศาสตราคม พระที่นั่งบรมพิมาน เป็นต้น พระบรมมหาราชวังเปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๘.๓๐-๑๑.๓๐ และ
๑๓.๐๐-๑๕.๓๐ น. ชาวต่างประเทศ เสียค่าเข้าชมคนละ ๑๐๐ บาท ชาวไทยไม่เสียค่าเข้าชม
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
อยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ ๑ ทรงสร้างพร้อมพระบรมมหาราชวังเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
หรือที่นิยมเรียกว่า พระแก้วมรกต วัดนี้จึงนิยมเรียกกันว่า วัดพระแก้ว มีพระอุโบสถงดงามมาก ที่ระเบียงรอบวัดมีภาพเขียนฝาผนังรามเกียรติ์
สวยงาม สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ก็มีหอพระคันธราช ปราสาทพระเทพบิดร พระมณฑป พระศรีรัตนเจดีย์ นครวัดจำลอง ฯลฯ
สนามหลวง
อยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เดิมทีเป็นที่ทำนาของราษฎร เพิ่งมาเลิกในสมัยรัชกาลที่ ๔ นอกจากนั้นยังใช้เป็นทที่จัดงานพิธีศพของ
เจ้านายจึงเรียกกันว่า "ทุ่งพระเมรุ" รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้เรียกว่า "ท้องสนามหลวง" จนกระทั่งทุกวันนี้ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดให้ปลูก
ต้นมะขามรอบบริเวณสนามหลวง สนามหลวงใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่างๆ ในฤดูร้อนจะมีแข่งว่าว และเป็นที่พักผ่อนของประชาชน
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
ตั้งอยู่ริมสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ เดิมชื่อวัดสลักกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงปฏิสังขรณ์ แล้วพระราชทานนามว่า
"วัดนิพพานาราม" ภายหลังรัชกาลที่ ๑ ทรงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดมหาธาตุ" ต่อมารัชกาลที่ ๕ ทรงปฏิสังขรณ์และทรงสร้างมณฑป มีพระเจดีย์ทอง
บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มุมหนึ่งด้านหน้าวัดมีอนุสาวรีย์ของกรมราชวังสุรสิงหนาทซึ่งทรงสร้างวังหน้าประดิษฐานอยู่ รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงเติม
ชื่อเป็น วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
อยู่ที่ถนนมหาราช ข้างพระบรมมหาราชวัง ชาวบ้านเรียกว่าวัดโพธิ์ วัดนี้รัชกาลที่ ๑ ทรงปฏิสังขรณ์จึงถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑
สิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พระพุธทไสยาสน์ ในพระวิหาร ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ยาว ๔๙ เมตร สูง ๑๒ เมตรหมู่พระมหาเจดีย์ ๔ องค์ รอบกำแพง
แก้วได้จารึกตำราวิชาการต่างๆ ซึ่งถือได้ว่าวัดโพธิ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยก็ได้
ศาลหลักเมือง
อยู่ตรงข้ามวัดพระแก้ว หลักเมืองกรุงเทพฯ ทำด้วยไม้ ทำพิธียกเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๖ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๓๒๕
ศาลหลักเมืองเป็นอาคารยอดปรางค์ได้แบบอย่างจากศาลหลักเมืองที่กรุงศรีอยุธยา
วัดอรุณราชวราราม
หรือที่นิยมเรียกชื่อเดิมว่า วัดแจ้ง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ถนนอรุณอัมรินทร์ เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชมาสร้างกรุงธนบุรี
เป็นราชธานีได้โปรดให้วัดแจ้งเป็นเขตพระราชฐาน ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อันเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดแจ้งมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ
พระปรางค์ใหญ่สูง ๘๒ เมตร ฐานกว้าง ๒๓๔ เมตร สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์
ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๒ จึงถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒
วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม
อยู่ที่ถนนอัษฎางค์รัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างเพื่อถวายเป็นวัดธรรมยุติ สิ่งที่น่าสนใจคือ ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระราช
พิธี ๑๒ เดือน และภาพสุริยุปราคา ในปลายรัชกาลที่ ๔
วัดเบญจมบพิตร
อยู่ที่ถนนศรีอยุธยารัชกาลที่ ๕ ทรงให้สร้างขึ้นแทนวัดเก่า ๒ วัดคือ วัดแหลม กับวัดไทรทอง สิ่งที่น่าสนใจคือ พระอุโบสถ ซึ่งสร้าง
ด้วยหินอ่อนที่เหลือจาก การสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม และพระประธานในพระอุโบสถซึ่งเป็นพระพุทธชินราชจำลองจากองค์จริงที่พิษณุโลก
วัดบวรนิเวศวิหาร
อยู่ที่ถนนพระสุเมรุสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิ์พลเสพทรงสร้างในลักษณะศิลปะไทยปนจีน สิ่งที่น่าสนใจ
ในวัด คือ พระพุทธชินสีห์ พระรูปสมเด็จพระสมณเจ้า ๒ องค์คือ สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ และสมเด็จกรมพระยาวชิรญานวโรรส
จิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง พิพิธภัณฑ์ของวัดตำหนักเพชร ฯลฯ
วัดสุทัศน์เทพวราราม
อยู่ที่ถนนบำรุงเมือง หน้าวัดมีเสาชิงช้า เป็นวัดที่รัชกาลที่ ๑ โปรดฯ ให้สร้างขึ้น สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระศรีศากยมุนี หรือหลวงพ่อโต
ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถ บานประตูวิหาร ๖ คู่ ซึ่งเป็นศิลปกรรมยอดเยี่ยมทางการแกะสลักในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และจิตกรรมฝาผนัง
ในพระอุโบสถและพระวิหาร
วัดธรรมมงคล
ตั้งอยู่ในซอย ๑๐๑ ถนนสุขุมวิท มีพระมหาเจดีย์ สูง ๑๔ ชั้น ภายในบรรจุพระเกศา พระอุรังคธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระญาณ
วิริยาจารย์เจ้าอาวาส ได้อัญเชิญมาจากโคตมะวิหารเมืองจิตตะกอง ประเทศบังกลาเทศ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ศรีรัตนโกสินทร์
นี้ใช้เวลาก่อสร้าง ๙ ปีแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ใช้งบประมาณจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทั้งสิ้น ๗๐ ล้านบาท
วัดสระเกศ
อยู่ทที่ถนนบริพัตร เดิมชื่อวัดสระแก เป็นวัดรัชกาลที่ ๑, ๓ โปรดให้ปฏิสังขรณ์ จุดเด่นของวัดคือ เจดีย์ภูเขาทอง ซึ่งเริ่มสร้างมาแต่
สมัยรัชกาลที่ ๓ แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลที่ ๕ แล้วพระราชทานนามว่า "สุวรรณบรรพต" สูง ๗๗ เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของ
เจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้มาจากเมืองกบิลพัสดุ์
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
อยู่ที่ถนนราชบพิธ เป็นวัดที่รัชกาลที่ ๕ โปรดฯ ให้สร้างขึ้น และได้อัญเชิญพระพุทธนิรันตรายมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถด้วย โดย
มีพระพุทธอังคีรสเป็นพระประธาน สิ่งที่สนใจได้แก่บานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถ ที่มีลายไทยลงรักประดับมุกรูปดวงตราเครื่องราชอิสริยา
ภรณ์ต่างๆ สวยงามมาก
วัดเทพธิดาราม
อยู่ที่ถนนมหาไชยเป็นวัดที่รัชกาลที่ ๓ โปรดให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพสิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ ได้แก่ พระปรางค์
ทิศทั้ง ๔ เป็นฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ ๓ บุษบกที่รองรับพระประธานในโบสถ์ และภาพเขียนรูปพุ่มข้าวบิณฑ์ที่ผนังพระอุโบสถ สุนทรภู่กวีเอก ยุค
รัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งบวชเป็นพระภิกษุเคยจำพรรณษาที่วัดนี้ ซึ่งปัจจุบันยังมีกุฏิหลังหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของท่าน เรียกว่า "บ้านกวี"
วัดราชนัดดารามวรวิหาร
อยู่ที่ถนนมหาไชยเป็นวัดที่รัชกาลที่ ๓ โปรดให้สร้างเป็นเกียรติแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี และทรงให้สร้างโลหะ
ปราสาท แทนการสร้างพระเจดีย์ ซึ่งโลหะปราสาทนี้นับเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของวันนี้ โลหะปราสาทนี้เป็นองค์แรกและองค์เดียวของประเทศไทย
อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นโลหะปราสาทองค์ที่ ๓ ของโลกอีกด้วย
พลับพลาเจษฎาบดินทร์
ตั้งอยู่ติดกับวัดราชนัดดา ริมถนนราชดำเนิน ประกอบด้วยพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพลับพลา
ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อใช้รับราชอาคันตุกะ
วัดราชบูรณะ
อยู่เชิงสะพานพุทธฯ ฝั่งกรุงเทพฯ เป็นวัดเก่าแก่เดิมชื่อ วัดเลียบ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่แล้วรัชกาลที่ ๑
ได้พระราชทานนามใหม่ เป็นวัดราชบูรณะ วัดนี้ได้รับการบูรณะมาตลอดตั้งแต่รัชกาลที่ ๑-๗ เว้นรัชกาลที่ ๖ เพียงรัชกาลเดียว เมื่อคราวสงคราม
มหาเอเซียบูรพาสถานที่สำคัญของวัดถูกระเบิดพังเกือบหมดโดยเฉพาะพระอุโบสถซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่งก็ถูกระเบิดพังไป
ด้วยปัจจุบันวัดเลียบได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ ดังที่เห็นอยู่ในขณะนี้
วัดไตรมิตรวิทยาราม
อยู่ที่ถนนเจริญกรุง (ใกล้หัวลำโพง) เดิมชื่อวัดสามจีน ได้พบพระพุทธรูปปูนปั้นในวัดองค์หนึ่ง ซึ่งปูนกะเทาะออกภายในเป็นทองคำ
ซึ่งมีส่วนผสมทองคำสูงมากพระพุทธรูปทองคำองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะแบบสุโขทัยงดงามมาก ได้ถวายนามว่า. หลวงพ่อสุโขทัย
ไตรมิตร
พระบรมรูปทรงม้า
ประดิษฐานอยู่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชาลที่ ๕ ซึ่งเป็นพระบรมรูปของพระ
องค์ท่านโดยประชาชนได้บริจาคเงินสร้างขึ้น
พระที่นั่งอนันตสมาคม และรัฐสภา
สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นอาคารหินอ่อนแบบอิตาลี ทั้งนี้ มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รองรับแขกเมือง และประชุม
ปรึกษาราชการแผ่นดิน พระที่นั่งนี้สร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ ๖ บนเพดานโดมของพระที่นั่งมีภาพเขียนสีที่สวยงามมาก เป็นภาพเกี่ยวกับพระราช
กรณียกิจที่สำคัญของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑-๖ แห่งราชวงศ์จักรี พระที่นั่งอนันตสมาคมใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีและรัฐพิธีต่างๆ และเคย
เป็นที่ประชุมสภา แต่เมื่อได้มีการสร้างตึกรัฐสภาใหม่ ซึ่งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่งนี้ การประชุมรัฐสภาจึงได้ย้ายไปประชุมที่ตึกรัฐสภาใหม่ ส่วน
พิธีเปิดประชุมรัฐสภาจะกระทำที่พระที่นั่งอนันตสมาคม
พระที่นั่งวิมานเมฆ
ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นพระราชวังที่ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง เดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาล
ที่ ๕ และได้ชลอมาไว้ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ ภายในพระที่นั่งประกอบด้วยห้องต่างๆ ๘๑ ห้อง มีคลองล้อมรอบ อาทิ คลองคาบ
แผ่นกระจก คลองรางเงิน อ่างหยก ภายในบริเวณร่มรื่นสวยงาม พระที่นั่งวิมานเมฆเปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนละ
๕๐ บาท รวมค่าเข้าชมพระที่นั่งอภิเษกดุสิต และพิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน รายละเอียดติดต่อ โทร. ๒๘๑๑๕๖๙ ,
๒๘๑๑๕๑๘, ๒๘๑๖๘๘๐
พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง
พระราชวังดุสิต ตั้งอยู่ในบริเวณพระที่นั่งวิมานเมฆ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถในวโรกาสครบ
๕ รอบพระชันษาได้รวบรวมรถม้าพระที่นั่งมาบูรณะซ่อมแซมและจัดแสดงให้ชมภายในโรงรถ ณ พระราชวังดุสิต รถม้าโบราณที่จัดแสดงอยู่นี้มี
ให้ชมหลายแบบ เป็นรถม้าพระที่นั่งซึ่งใช้ในสมัยรัชกาลที่ ๕
พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ
พระที่นั่งอภิเษกดุสิต อยู่ในบริเวณเดียวกับพระที่นั่งวิมานเมฆสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันเป็น
พิพิธภัณฑ์แสดงผลงานหัตถกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ รายละ
เอียดติดต่อ โทร. ๒๘๑๘๘๐๓, ๒๘๑๘๘๒๔
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
อยู่ที่ถนนหน้าพระธาตุ ติดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ก่อนเป็นพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้าครั้นใน พ.ศ. ๒๔๓๐ รัชกาล
ที่ ๕ ได้โปรดให้จัดเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร เป็นที่รวบรวมศิลปะและโบราณวัตถุที่สำคัญ มีพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน
พระพุทธสิหิงค์ พิพิธภัณฑสถานเปิดให้เข้าชมทุกวัน (เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา ๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. เสียบัตรเข้าชมคนละ
๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๒๐ บาท โทร. ๒๒๔๑๓๓๓, ๒๒๔๑๓๙๖
พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา
เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องปั้นดินเผา ถ้วยชามเบจรงค์ในสมัยโบราณ พิพิธภัณฑ์เป็นบ้านริมน้ำ อยู่ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(ด้านหลังของวิทยาลัยนาฏศิลป์) ต้องเข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าได้ที่มูลนิธิเสวตรโสภา เลขที่ ๕ ถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพฯ
โทร. ๒๒๔๑๓๗๓, ๒๒๔๑๓๘๘
หอศิลปแห่งชาติ
อยู่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งตรงข้ามโรงละครแห่งชาติ เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานทางด้านจิตกรรม ประติมากรรมและงานศิลปะ
ต่างๆ เปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์และวันศุกร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร. ๒๘๑๒๒๒๔ ค่าเข้าชมคนไทย ๕ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๐ บาท
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี
อยู่ริมคลองบางกอกน้อย ตรงข้ามสถานีรถไฟธนบุรีเป็นอู่เก็บเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เรืออนันตนาคราช เรือเอนกชาติภุชงค์ และ
เรือที่ใช้ในพระราชพิธีต่างๆ ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เรือเหล่านี้เป็นเรือขุดทั้งสิ้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-
๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชมคนไทย ๕ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๐ บาท สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าชมเป็นหมู่คณะ กรุณาติดต่อ โทร.๔๒๔๐๐๐๔
พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
ตั้งอยู่ที่ถนนนิคมรถไฟมักกะสัน จัดแสดงเรื่องราวของผู้ใช้แรงงานในด้านต่างๆ เช่นประวัติผู้นำแรงงานที่สำคัญในอดีต รูปภาพ
เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของขบวนการแรงงานไทย และห้องสมุดเพื่อค้นคว้าประวัติศาสตร์ของผู้ใช้แรงงาน เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์
และอังคารเวลา ๑๐.๐๐-๑๗.๐๐ น. ไม่เสียค่าเข้าชม
พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ
เป็นพิพิธภัณฑ์กล้องและภาพถ่ายแห่งแรกในประเทศไทยและเอเซีย ตั้งอยู่ที่อาคารของภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพและเทคโนโลยีทาง
การพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดให้ชมทุกวันเสาร์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนละ ๒๐ บาท นักเรียนนักศึกษา ๑๐
บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ ๑๐๐ บาท ติดต่อสอบถามที่ โทร. ๒๕๑๑๙๑๓
บ้านตุ๊กตาบางกอกดอลล์และพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตานานาชาติ
ตั้งอยู่กซอยหมอเหล็ง ถนนราชปรารถ มักกะสัน จัดแสดงตุ๊กตาหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งตุ๊กตาไทยประเภทต่างๆ เปิดให้เข้าชม
ทุกวันเว้นวันอาทิตย์ เวลา ๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ไม่เก็บค่าเข้าชม รายละเอียดติดต่อ โทร. ๒๔๕๓๐๐๘
พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์
ตั้งอยู่ชั้น ๑ อาคารสำนักงานไปรษณีย์นครหลวงเหนือ (หลังไปรษณีย์สามเสนใน) เป็นที่แสดงแสตมป์ไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ และ
แสตมป์ต่างประเทศ ของประเทศสมาชิกสหภาพสากลไปรษณีย์ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดจัดเก็บหนังสือเกี่ยวกับความรู้เรื่องการไปรษณีย์ทั้งภาษา
ไทยและภาษาต่างประเทศ จัดจำหน่ายแสตมป์และอุปกรณ์เพื่อการสะสมแสตมป์ เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์เวลา ๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ไม่เก็บค่า
เข้าชม
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
อยู่ที่เอกมัยถนนสุขุมวิท เป็นศูนย์แสดงและเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ของชาติ มีการจัดนิทรรศการ ฉายภาพยนต์
บรรยายความรู้ต่างๆ ของวิชาวิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๑๐ บาทเด็ก ๓ บาท
และในบริเวณเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มีท้องฟ้าจำลอง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๘.๓๐-๑๔.๓๐ น.
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๑๐ บาท เด็ก ๓ บาท
พิพิธภัณฑ์ปราสาทมิวเซียม
อยู่เลขที่ ๙ ซอยกรุงเทพกรีฑา ๔ ถนนศรีนครินทร์ เป็นสถานที่เก็บรวบรวมสิ่งของตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์ มีสถาปัตยกรรมหลายรูปแบบ เช่น ตึกฝรั่ง ตำหนักแดง ซึ่งจำลองจากตำหนักแดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอพระซึ่ง
จำลองมาจากวัดใหญ่สุวรรณารามเป็นต้น เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนละ ๓๐๐
บาท (รวมอาหารว่างและเครื่องดื่ม) วันธรรมดาต้องเข้าชมเป็นหมู่คณะ ๑๐ คนขึ้นไป โดยติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. ๓๗๙๓๖๐๑, ๓๗๙๓๖๐๗,
๒๕๓๙๗๗๒
หอสมุดแห่งชาติ
อยู่ที่บริเวณท่าวาสุกรีถนนสามเสน เป็นศูนย์รวมหนังสือและศิลปวิทยาการ สำหรับให้ประชาชนได้ค้นคว้าหาความรู้และยังมีกิจกรรมพิเศษ
เผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชนอีกด้วย เปิดบริการให้ใช้ห้องสมุด เวลา ๙.๓๐-๑๙.๓๐ น. ทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร. ๒๘๑๕๓๑๓
หอสมุดดำรงราชานุภาพ
ตั้งอยู่ ณ บริเวณวังวรดิศ ถนนหลานหลวง เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเรื่องราวทั้งในสมัยเก่าและปัจจุบัน เป็นห้องสมุดอนุสรณ์เชิดชู
พระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และมีบริการโสตทัศนศึกษาเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าใช้บริการได้ทุกวัน เว้น
วันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.
หอเกียรติภูมิรถไฟ
ตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนจตุจักร เข้าทางบริเวณจอดรถลานเอนกประสงค์ เป็นอาคารเก่าของการรถไฟสร้างขึ้นประมาณ ๓๐ ปีมาแล้ว
ใช้เก็บขบวนรถไฟพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ และหัวรถจักรประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ต่อมาได้รับการปรับปรุง และเปิดเป็น
หอเกียรติภูมิรถไฟซึ่งได้จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเกียรติภูมิการรถไฟโลก ทั้งภาพถ่ายและภาพเขียน ตลอดจนรถจักรไอน้ำต่างๆทั้งของจริงและ
ขนาดจำลอง เปิดให้ชมทุกวันอาทิตย์ เวลา ๐๕.๐๐-๑๒.๐๐ น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดที่ โทร. ๒๔๓๒๐๓๗-๙
วังสวนผักกาด
อยู่ถนนศรีอยุธยาเป็นบ้านเรือนไทยแบบเก่า ภายในจัดตั้งเครื่องใช้และเครื่องเรือนแบบไทย มีเรือนกลางน้ำที่มีภาพเขียนลายรดน้ำและ
ศิลปะแบบไทยในบริเวณบ้านปลูกไม้ดอกไม้ประดับแบบไทยด้วย เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. เว้นวันอาทิตย์ เสียค่า
เข้าชมคนละ ๕๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๘๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๒๔๕๔๙๓๔
บ้านจิมทอมป์สัน
อยู่ในซอยเกษมสันต์ซอย ๒ ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ ภายในมีห้องซึ่งจัดแบบไทย ใช้เครื่องเรือน มีสวนไม้ดอกไม้ประดับแบบไทย
เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. เสียค่าเข้าชมคนละ ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๒๑๕๐๑๒๒
บ้านคำเที่ยง
ตั้งอยู่เลขที่ ๑๓๑ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๑ เป็นบ้านโบราณสร้างขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี ต่อมาได้บริจาคให้อยู่ในความ
ดูแลของสยามสมาคม ซึ่งได้นำมาประกอบใหม่ที่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นที่จัดแสดงสิ่งของใช้ประจำวันต่างๆ ของเมืองเหนือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่
เวลา ๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนละ ๕๐ บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. ๒๕๘๓๔๙๑, ๒๕๘๓๔๙๔
โรงละครแห่งชาติ
อยู่ติดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปะการแสดงของชาติ บางโอกาสจะมีการแสดงของนักแสดงจากต่างประเทศ
ผู้เข้าชมจะต้องเสียค่าบัตรเข้าชมการแสดงตามที่กำหนด สอบถามรายการแสดงได้ที่ โทร. ๒๒๔๑๓๔๒
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ตั้งอยู่ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ และให้บริการทางด้านศิลปวัฒนธรรมของทุกภาคในประเทศไทย และ
เป็นแหล่งสำหรับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับนานาชาติด้วย ภายในบริเวณศูนย์ฯ ประกอบด้วยอาคารต่างๆ เช่น หอประชุมใหญ่ หอประชุมเล็ก
โรงละครกลางแจ้ง ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการภาษา และห้องโสตทัศนูปกรณ์เป็นต้น ติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ โทร. ๒๔๗๐๐๒๘, ๒๔๗๓๒๐๑
สวนสัตว์ดุสิตเขาดินวนา
อยู่ใกล้พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ มีสัตว์นานาชนิด และยังเป็นสวนสาธารณะที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจด้วย
เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าบัตรผ่านประตูผู้ใหญ่ ๑๐ บาท เด็ก ๕ บาท สอบถามรายการแสดงได้ที่ โทร. ๒๘๑๒๐๐๐
สวนงูสภากาชาดไทย
อยู่ที่สถานเสาวภา สภากาชาดไทย โรงพยาบาลจุฬาฯ ถนนพระราม ๔ เป็นแหล่งเลี้ยงงูพิษต่างๆ เพื่อนำเอาพิษงูมาทำเซรุ่ม ฉีดรักษา
ผู้ถูกงูกัด เปิดให้ชมทุกวัน วันธรรมดาเวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. วันหยุดราชการ ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ น. และมีการแสดงรีดพิษงู วันธรรมดาเวลา
๑๐.๓๐ น. และ ๑๔.๐๐ น. วันหยุดราชการ ๑๐.๓๐ น. ค่าชมคนไทย ๒๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๗๐ บาท สอบถามรายการแสดงได้ที่
โทร. ๒๕๒๐๑๖๑-๔
สถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ
อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เป็นสถานเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดในประเทศ มีตู้ปลานานาชนิดจัดเลี้ยงให้มีสภาพ
แวดล้อมตามธรรมชาติ เปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน วันธรรมดา ๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. วันหยุดราชการ ๑๐.๐๐-๑๔.๐๐ น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๖ บาท
เด็ก ๓ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๕๗๙๐๕๖๒, ๕๗๙๒๑๕๑
สวนหลวง ร. ๙
เป็นสวนสาธารณะระดับนคร ที่สมบูรณ์แบบที่สุดและใหญ่ที่สุด ในบรรดาสวนสาธารณะที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีพื้นที่ ๕๐๐ไร่ ซึ่งมูลนิธิ
สวนหลวง ร. ๙ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าพร้อมใจกันสร้างเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในศุภมงคล
สมัยเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ เปิดเวลา ๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าผ่านประตูคนละ ๑๐ บาท เด็กนักเรียน ๕ บาท สอบ
ถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๓๒๘๘๒๑๑, ๓๒๘๘๓๕๕
นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะอีกหลายแห่ง เช่นสวนลุมพินี สวนจตุจักร สวนสราญรมย์ สวนธนบุรีรมย์ และสวนพระนคร ซึ่งมีสนาม
หญ้าและต้นไม้ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ สำหรับสวนจตุจักร จะมีตลาดนัดในวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย
แดนเนรมิต
เป็นสวนสนุกแห่งแรกของเมืองไทยตั้งอยู่เลขที่ ๗๒ ถนนพหลโยธิน ข้างกองทะเบียนกรมตำรวจลาดพร้าว ภายในสวนสนุกมีเครื่อง
เล่นจากต่างประเทศกว่า ๓๐ ชนิด มีดินแดนแห่งเทพนิยาย ซึ่งเป็นดินแดนแห่งความฝัน จินตนาการอันบริสุทธิ์ของเด็กๆ รวมทั้งปราสาทเจ้าหญิง
นิทรา ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าภายในบริเวณสวนสนุกมีร้านอาหารหลายแห่งให้เลือกรับประทาน ประชาชนเข้าชมได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ดั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐
-๑๗.๐๐ น. เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น. ราคาบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ ๖๐ บาท เด็ก ๕๐ บาท บัตรผ่านประตูพร้อมเล่นเครื่องเล่น
ราคา ๑๘๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๒๐๐ บาท รถประจำทางที่ผ่านมีสาย ๒๘, ๓๔, ๓๙, ปอ.๓, ปอ.๙, ปอ.๑๒ ฯลฯ ติดต่อขอทราบรายละเอียด
เพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๕๑๓๑๗๓๑-๘
สวนสยาม
เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๑ หมู่ ๔ ถนนสุขาภิบาล ๒ บางกระปิ บนเนื้อที่ ๗๒ ไร่ เป็นอุทยานอเนก
ประสงค์ มีทะเลน้ำจืด สไลเดอร์ สวนนก พร้อมด้วยเครื่องเล่นนานาชนิดเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐-
๑๘.๐๐ น. เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๙.๐๐-๑๙.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๒๐๐ บาท มีรถประจำทาง
สาย ๒๖, ๒๗, ปอ.๑๙ ผ่าน ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ โทร. ๕๑๗๐๐๗๕-๙
ซาฟารี เวิล์ด
สถานพักผ่อนหย่อนใจที่ตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของกรุงเทพมหานคร กิโลเมตรที่ ๙ ถนนรามอินทรา เขตมีนบุรี แบ่งออกเป็น ๒
ส่วนคือ ซาฟารีปาร์ค เป็นสวนสัตว์เปิด ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถเที่ยวชมสัตว์ต่างๆ ในบริเวณ และมารีนปาร์คมีการแสดงของปลาโลมา
แมวน้ำ และลิง มีร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหาร เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา ๙.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๕๐ บาท
ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ โทร. ๕๑๘๑๐๐๐-๙
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เป็นสำนักงานที่ดำเนินงานในด้านส่งเสริมและวางแผนพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยว ให้บริการข่าวสาร ข้อมูลทางการท่องเที่ยว
ตลอดจนให้คำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในประเทศให้แก่ผู้ที่มาขอข้อมูล เปิดบริการให้ข่าวสารทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่
เวลา ๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. ติดต่อที่ทำการ ททท. (สำนักงานชั่วคราว) ในบริเวณที่ทำการเดิมของการประปานครหลวง เลขที่ ๓๗๒ ถนนบำรุงเมือง
โทร. ๒๒๖๐๐๖๐ (อัตโนมัติ ๔๐ เลขหมาย)